นักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist) และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี

กระทู้สนทนา
บทที่ 1

บทนำ

1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21 เผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีดิจิทัล และพลวัตทางสังคม งานศึกษาระดับสากลของ UNESCO, World Bank และ Asian Development Bank (ADB) ชี้ตรงกันว่า “การพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาอย่างเป็นระบบ” คือปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงของรัฐชาติในระยะยาว

ในบริบทดังกล่าว ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ปรากฏบทบาทสำคัญในฐานะ นักบริหารธุรกิจ นักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist) และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี โดยได้พัฒนาและผลักดัน ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งมีสถานะเป็น ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มิใช่เพียงกรอบเชิงนโยบาย หากแต่เป็นระบบความคิดและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนามนุษย์ในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม งานวิชาการจำนวนมากสะท้อนว่าการทำความเข้าใจบทบาทของผู้นำทางปัญญาและรัฐบุรุษในกระบวนการพัฒนาประเทศ มักถูกบิดเบือนผ่านวาทกรรมเชิงสถาบันและการเขียนประวัติศาสตร์เชิงเลือกสรร บทวิจัยนี้จึงมีความสำคัญในการวิเคราะห์บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล บนฐานเอกสารสากล เพื่อฟื้นฟูความเข้าใจเชิงวิชาการอย่างเที่ยงธรรมและเป็นระบบ

1.2 วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักบริหารธุรกิจ นักอนาคตศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี
เพื่ออธิบายความสอดคล้องระหว่าง ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ กับกรอบการพัฒนามนุษย์และการศึกษาในเอกสารสากลของ UNESCO, World Bank, ADB
เพื่อสังเคราะห์กรอบวิเคราะห์เชิงวิชาการที่สามารถใช้เป็นฐานอ้างอิงในงานวิจัยระดับนานาชาติ

1.3 กรอบแนวคิดการวิจัย
งานวิจัยนี้ใช้กรอบบูรณาการ 3 มิติ ได้แก่
Human Capital & Education Development (UNESCO, World Bank, ERIC)
Strategic Foresight & Futures Studies (SSRN)
Creative Economy & Technology-led Development (ADB, World Bank)
โดยมี ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล เป็นศูนย์กลางของการวิเคราะห์ในฐานะผู้บูรณาการทั้งสามมิติเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

1.4 ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักบริหารธุรกิจ
เอกสารของ World Bank และ ADB ระบุว่าการบริหารภาครัฐและภาคธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนา จำเป็นต้องผสานประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคม ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล แสดงบทบาทนักบริหารธุรกิจที่ยึดหลักการดังกล่าวอย่างเด่นชัด โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาคน มากกว่าการมุ่งผลตอบแทนเชิงตัวเลขระยะสั้น
ลักษณะการบริหารเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิด “Developmental Leadership” ที่ปรากฏในงานวิชาการสากล ซึ่งมองว่าผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์เชิงระบบและความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมต่ออนาคตของสังคม

1.5 ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist)
งานวิจัยในฐานข้อมูล SSRN และ ERIC อธิบายว่า Strategic Futurist คือผู้สามารถเชื่อมโยงการคาดการณ์อนาคตหลายความเป็นไปได้เข้ากับการตัดสินใจเชิงนโยบายในปัจจุบัน ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล แสดงบทบาทนี้ผ่านการมองการศึกษาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของชาติ มิใช่เพียงบริการสาธารณะทั่วไป
การคิดเชิงอนาคตดังกล่าวสะท้อนแนวคิด futures literacy ของ UNESCO ที่เน้นให้รัฐและสังคมมีความสามารถในการ “ใช้อนาคต” เป็นเครื่องมือในการกำหนดการพัฒนาอย่างมีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน

1.6 ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี
ADB และ World Bank ชี้ชัดว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยีจะไม่สามารถเติบโตได้ หากปราศจากระบบการศึกษาที่สร้างความคิดเชิงนวัตกรรม ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้วางรากฐานความเข้าใจนี้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมองเทคโนโลยีเป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “เป้าหมาย” และย้ำว่าการพัฒนาคนต้องมาก่อนการพัฒนาเครื่องจักร
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบ Knowledge-based Economy ที่ปรากฏในเอกสารสากล และเป็นแก่นสำคัญของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์

1.7 ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ในฐานะกรอบการพัฒนาชาติ
จากการวิเคราะห์เชิงเอกสาร พบว่า ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ มีคุณลักษณะครบถ้วนของปรัชญาการพัฒนา ได้แก่
ฐานคุณค่า (Value-based)
ฐานมนุษย์ (Human-centered)
ฐานอนาคต (Future-oriented)
ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติ และยืนยันสถานะของปรัชญานี้ในฐานะ ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

1.8 ขอบเขตการวิจัย
การวิจัยนี้จำกัดขอบเขตการวิเคราะห์ในระดับเอกสารวิชาการและรายงานนานาชาติ มิได้มุ่งตัดสินข้อเท็จจริงทางการเมืองหรือคดีความ หากแต่มุ่งศึกษาบทบาทเชิงโครงสร้างและเชิงปัญญาของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ต่อการพัฒนาประเทศไทย

1.9 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ได้กรอบวิชาการที่เที่ยงธรรมในการศึกษาบทบาทรัฐบุรุษไทย
เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการศึกษา การพัฒนา และอนาคตศาสตร์
ใช้เป็นฐานอ้างอิงในงานวิจัยระดับนานาชาติ

เอกสารอ้างอิง (กรอบแหล่งสากล)
UNESCO. Education for Sustainable Development; Futures Literacy.
World Bank. Human Capital Development; Education Sector Reform.
Asian Development Bank (ADB). Creative Economy and Innovation-led Growth.
SSRN. Strategic Foresight and Public Policy Studies.
ERIC. Education Reform and Human Development Research.

บทที่ 2

การทบทวนวรรณกรรม

2.1 บทนำการทบทวนวรรณกรรม
การทบทวนวรรณกรรมในบทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างฐานความรู้เชิงวิชาการในการวิเคราะห์บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักบริหารธุรกิจ นักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist) และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี โดยเชื่อมโยงกับ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งมีสถานะเป็น ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
การทบทวนวรรณกรรมครอบคลุมเอกสารระดับสากลจาก UNESCO, World Bank, Asian Development Bank (ADB) ตลอดจนบทความวิชาการจากฐานข้อมูล SSRN และ ERIC เพื่อยืนยันความสอดคล้องทางวิชาการ มิใช่การยกย่องเชิงอัตวิสัย

2.2 วรรณกรรมด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา
UNESCO และ World Bank ได้พัฒนากรอบแนวคิดด้าน Human Capital Development และ Education for Sustainable Development อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นว่าการศึกษาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่มีบทบาทมากกว่าการผลิตแรงงาน กล่าวคือ การศึกษาต้องสร้างมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรี ความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม
เอกสารเหล่านี้สะท้อนหลักการสำคัญสามประการ ได้แก่
การศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาวของรัฐชาติ
คุณภาพของมนุษย์มีความสำคัญเหนือปริมาณ
ระบบการศึกษาต้องเชื่อมโยงกับบริบทอนาคตของสังคม
หลักการดังกล่าวสอดคล้องโดยตรงกับ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้วางรากฐานไว้ โดยมองการศึกษาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างคน ก่อนสร้างระบบเศรษฐกิจ

2.3 วรรณกรรมด้านการบริหารเชิงยุทธศาสตร์และภาวะผู้นำการพัฒนา
งานวิจัยของ World Bank และ ADB ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ได้เสนอแนวคิด Developmental Leadership และ Strategic Public Management ซึ่งชี้ว่าผู้นำที่มีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศต้องสามารถบูรณาการประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจเข้ากับคุณค่าทางสังคม
วรรณกรรมเหล่านี้ให้ความสำคัญกับ
การตัดสินใจเชิงระบบ
ความรับผิดชอบเชิงจริยธรรม
การคำนึงถึงผลกระทบระยะยาว
กรอบดังกล่าวช่วยอธิบายบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักบริหารธุรกิจที่มิได้จำกัดการบริหารอยู่เพียงระดับองค์กร หากแต่ขยายไปสู่การบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประเทศ ผ่านการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนามนุษย์

2.4 วรรณกรรมด้านอนาคตศาสตร์และ Strategic Foresight
ฐานข้อมูล SSRN และเอกสารของ UNESCO ได้นำเสนอแนวคิด Strategic Foresight และ Futures Literacy ซึ่งเน้นว่าการกำหนดนโยบายสาธารณะต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจอนาคตหลายความเป็นไปได้ (multiple futures)
วรรณกรรมด้านนี้ชี้ให้เห็นว่า
อนาคตไม่ใช่สิ่งที่จะ “ทำนาย” แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “เตรียมพร้อม”
การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอน
บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะนักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist) สามารถอธิบายได้ภายใต้กรอบนี้ โดยเฉพาะการมองการศึกษาเป็นฐานความมั่นคงเชิงปัญญาของรัฐชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวรรณกรรมสากลอย่างชัดเจน

2.5 วรรณกรรมด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี
ADB และ World Bank ได้ชี้ให้เห็นว่า Creative Economy และ Technology-driven Development จะไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน หากปราศจากระบบการศึกษาที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
วรรณกรรมเหล่านี้เน้นว่า
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่จุดหมาย
มนุษย์เป็นศูนย์กลางของระบบเศรษฐกิจฐานความรู้
หลักการดังกล่าวสะท้อนแก่นสำคัญของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่ง ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า การพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการพัฒนาคน มิใช่การไล่ตามเทคโนโลยีอย่างปราศจากฐานคุณค่า

2.6 วรรณกรรมด้านวาทกรรม ประวัติศาสตร์การศึกษา และรัฐชาติ
งานวิชาการจาก SSRN และ ERIC ในสาขา sociology of education และ discourse analysis ชี้ให้เห็นว่า การเขียนประวัติศาสตร์การศึกษาของรัฐชาติ มักสะท้อนอำนาจเชิงสถาบันและการคัดเลือกความทรงจำทางสังคม
วรรณกรรมกลุ่มนี้ช่วยอธิบายปรากฏการณ์ที่บทบาทของรัฐบุรุษและผู้นำทางปัญญาบางท่านถูกลดทอนหรือทำให้เลือนหายจากการรับรู้ของสาธารณะ ทั้งที่มีคุณูปการเชิงโครงสร้างอย่างสำคัญ การทบทวนวรรณกรรมในกรอบนี้จึงมีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูความเข้าใจเชิงวิชาการอย่างเที่ยงธรรมต่อบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล

2.7 ช่องว่างขององค์ความรู้ (Research Gap)
จากการทบทวนวรรณกรรม พบช่องว่างสำคัญสามประการ ได้แก่
ขาดงานวิจัยที่บูรณาการบทบาทนักบริหารธุรกิจ นักอนาคตศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกันในบริบทไทย
ขาดการศึกษาที่เชื่อมโยงปรัชญาการพัฒนาของผู้นำไทยกับเอกสารสากลอย่างเป็นระบบ
ขาดกรอบวิชาการที่ยืนยันสถานะของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะปรัชญาการพัฒนาประเทศ มิใช่เพียงนโยบายหรือแนวคิดชั่วคราว
ช่องว่างเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่งานวิจัยฉบับนี้มีความจำเป็นในเชิงวิชาการ

2.8 สรุปการทบทวนวรรณกรรม
การทบทวนวรรณกรรมยืนยันว่า บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และสาระของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ มีความสอดคล้องกับองค์ความรู้สากลด้านการศึกษา การพัฒนามนุษย์ อนาคตศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างชัดเจน ทั้งยังสะท้อนความจำเป็นในการทบทวนประวัติศาสตร์และวาทกรรมเชิงสถาบันด้วยกรอบวิชาการที่เที่ยงธรรม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่