ก่อนหน้านี้ เราทราบว่ากาแล็กซี่ทั้งสองกำลังเคลื่อนตัวเข้าหากันด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตร/วินาที และด้วยการศึกษาข้อมูลจากกล้องฮับเบิลในปี 2012 นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าทางช้างเผือกกับแอนโดรเมดาจะพุ่งชนกันโดยตรง
เหตุการณ์ดังกล่าวจะควบรวมมวลสารของกาแล็กซีทั้งสอง กระตุ้นให้เกิดดาวฤกษ์ใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย รวมถึงความเป็นไปได้ว่าระบบสุริยะของเราอาจถูกเหวี่ยงไปสู่วงโคจรใหม่ที่แตกต่างจากเดิม โดยข้อมูลจากการจำลองในปี 2012 พบว่านี่คือชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลใหม่จากคณะนักดาราศาสตร์นานาประเทศ นำโดย Till Sawala นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ พบว่ายังมีตัวแปรความไม่แน่นอนอยู่มาก โดยมีโอกาสเพียง 50:50 ที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกันใน 10,000 ล้านปีจากนี้ และมีโอกาสแค่ 2% ที่จะพุ่งชนกันโดยตรงในช่วง 5,000 ล้านปี ตามที่เคยคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นจากข้อมูลเดิม
งานวิจัยล่าสุดใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และ Gaia ทำให้สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงดาวและกาแล็กซีต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น จนพบว่า “แม้เราจะใช้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดเท่าที่มี แต่อนาคตของกาแล็กซีในบริเวณ Local Group นั้นมีความไม่แน่นอนสูงมาก” จากความเห็นของ Sawala
“ที่น่าสนใจคือ เราพบว่าความน่าจะเป็นที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกัน มีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากันกับโอกาสที่ทางช้างเผือกและแอนโดรเมดาจะรอดพ้นไปได้ โดยไม่มีส่วนใดแตะต้องกันเลย”
เพื่อนำมาสู่บทสรุปนี้ นักดาราศาสตร์ได้ใช้ตัวแปรที่แตกต่างกัน 22 อย่าง ในการจำลองสถานการณ์มากกว่า 100,000 ฉากทัศน์ เพื่อให้เห็นสถานการณ์อนาคตในอีก 10,000 ล้านปีจากนี้ โดยมีความเป็นไปได้ทั้ง:
- กาแล็กซีทั้งสองโฉบผ่านกันไกลกว่า 1,000,000 ปีแสง และออกห่างจากกัน โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ นำมาสู่การชนกันในอนาคต
- กาแล็กซีทั้งสองโฉบผ่านกันที่ระยะห่างประมาณ 500,000 ปีแสง (ปัจจุบันห่างกัน 2,500,000 ปีแสง) และเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะย้อนกลับมาชนกันอีกในอนาคตอันไกลโพ้น
- กาแล็กซีทั้งสองเข้าใกล้กันมากกว่า 100,000 ปีแสง นำไปสู่การควบรวมชนกันเป็นกาแล็กซีใหม่
มีโอกาสแค่ 50% ที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกันใน 10,000 ล้านปีจากนี้ และมีโอกาสแค่ 2% ที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายใน 5,000 ล้านปี ซึ่งหากพิจารณาว่าโลกของเราจะอยู่ไม่ได้ในอีก 1,000 ล้านปีจากนี้ เนื่องจากดวงอาทิตย์ขยายขนาดใหญ่ขึ้น และสิ้นอายุขัยไปใน 5,000 ล้านปีจากวันนี้แล้วนั้น...
เราอาจไม่ต้องเป็นกังวลกับการชนกันของกาแล็กซีทั้งสองไปอีกสักพักใหญ่เลย
งานวิจัยการค้นพบดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy วันที่ 2 มิถุนายน
Cr: KornKT
ข้อมูลใหม่จากกล้องฮับเบิลและกล้องGaiaพบว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกและแอนโดรเมดามีโอกาศชนกันแค่2%ในช่วงเวลา5,000ล้านปีจากนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวจะควบรวมมวลสารของกาแล็กซีทั้งสอง กระตุ้นให้เกิดดาวฤกษ์ใหม่ขึ้นมาอย่างมากมาย รวมถึงความเป็นไปได้ว่าระบบสุริยะของเราอาจถูกเหวี่ยงไปสู่วงโคจรใหม่ที่แตกต่างจากเดิม โดยข้อมูลจากการจำลองในปี 2012 พบว่านี่คือชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลใหม่จากคณะนักดาราศาสตร์นานาประเทศ นำโดย Till Sawala นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ พบว่ายังมีตัวแปรความไม่แน่นอนอยู่มาก โดยมีโอกาสเพียง 50:50 ที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกันใน 10,000 ล้านปีจากนี้ และมีโอกาสแค่ 2% ที่จะพุ่งชนกันโดยตรงในช่วง 5,000 ล้านปี ตามที่เคยคาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นจากข้อมูลเดิม
งานวิจัยล่าสุดใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และ Gaia ทำให้สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงดาวและกาแล็กซีต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น จนพบว่า “แม้เราจะใช้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุดเท่าที่มี แต่อนาคตของกาแล็กซีในบริเวณ Local Group นั้นมีความไม่แน่นอนสูงมาก” จากความเห็นของ Sawala
“ที่น่าสนใจคือ เราพบว่าความน่าจะเป็นที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกัน มีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากันกับโอกาสที่ทางช้างเผือกและแอนโดรเมดาจะรอดพ้นไปได้ โดยไม่มีส่วนใดแตะต้องกันเลย”
เพื่อนำมาสู่บทสรุปนี้ นักดาราศาสตร์ได้ใช้ตัวแปรที่แตกต่างกัน 22 อย่าง ในการจำลองสถานการณ์มากกว่า 100,000 ฉากทัศน์ เพื่อให้เห็นสถานการณ์อนาคตในอีก 10,000 ล้านปีจากนี้ โดยมีความเป็นไปได้ทั้ง:
- กาแล็กซีทั้งสองโฉบผ่านกันไกลกว่า 1,000,000 ปีแสง และออกห่างจากกัน โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ นำมาสู่การชนกันในอนาคต
- กาแล็กซีทั้งสองโฉบผ่านกันที่ระยะห่างประมาณ 500,000 ปีแสง (ปัจจุบันห่างกัน 2,500,000 ปีแสง) และเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะย้อนกลับมาชนกันอีกในอนาคตอันไกลโพ้น
- กาแล็กซีทั้งสองเข้าใกล้กันมากกว่า 100,000 ปีแสง นำไปสู่การควบรวมชนกันเป็นกาแล็กซีใหม่
มีโอกาสแค่ 50% ที่กาแล็กซีทั้งสองจะชนกันใน 10,000 ล้านปีจากนี้ และมีโอกาสแค่ 2% ที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายใน 5,000 ล้านปี ซึ่งหากพิจารณาว่าโลกของเราจะอยู่ไม่ได้ในอีก 1,000 ล้านปีจากนี้ เนื่องจากดวงอาทิตย์ขยายขนาดใหญ่ขึ้น และสิ้นอายุขัยไปใน 5,000 ล้านปีจากวันนี้แล้วนั้น...
เราอาจไม่ต้องเป็นกังวลกับการชนกันของกาแล็กซีทั้งสองไปอีกสักพักใหญ่เลย
งานวิจัยการค้นพบดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy วันที่ 2 มิถุนายน
Cr: KornKT