ระบุขอบเขตทางช้างเผือกได้แล้ว ! นักดาราศาสตร์เพิ่งปักปันเขตแดนใหม่ที่ระยะ 40,000 ปีแสงห่างจากแกนกลาง



ขอบของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราอยู่ตรงไหน? เป็นคำถามหนึ่งที่นักดาราศาสตร์พยายามเฝ้าหาคำตอบมาโดยตลอด แต่ทว่ากาแล็กซี่นั้นก็ไม่มีขอบเขตที่กั้นไว้อย่างชัดเจนเหมือนกำแพงห้อง เพียงแค่ดวงดาวและกลุ่มแก๊สที่ค่อย ๆ จางหายไปเรื่อย ๆ ในอวกาศ เมื่อเรายิ่งเดินทางออกจากแกนกลางทางข้างเผือก เพราะฉะนั้นนักดาราศาสตร์จึงต้องนิยามสิ่งที่เรียกว่า ‘ขอบ’ ของกาแล็กซี่ขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน
.
จากรายงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Astronomy & Astrophysics นักดาราศาสตร์ได้เลือกเอานิยามของขอบกาแล็กซี่ไว้ว่าเป็นบริเวณที่สิ้นสุดการก่อตัวของดาวฤกษ์ดวงใหม่ ซึ่งจากนิยามนี้ระบุว่าขอบเขตสิ้นสุดของดาวฤกษ์เกิดใหม่ในทางช้างเผือกห่างจากจุดศูนย์กลางกาแล็กซีประมาณ 11-12 กิโลพาร์เซก หรือประมาณ 40,000 ปีแสงจากแกนกลาง
.
แต่ทว่าเมื่อนักดาราศาสตร์นำข้อมูลการวิเคราะห์อายุของดาวฤกษ์ยักษ์มากกว่า 100,000 ดวงเทียบกับระยะห่างจากจุดศูนย์กลาง โดยใช้ข้อมูลจากโครงการสำรวจระดับโลกอย่าง APOGEE-DR17, LAMOST-DR3 และยานอวกาศไกอา (Gaia) ของยุโรป (ESA) นักดาราศาสตร์ก็ได้พบว่าดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ใจกลางกาแล็กซีส่วนมากจะมีอายุมาก ในขณะที่ดาวฤกษ์เกิดใหม่จะเขยิบห่างออกจากจุดศูนย์กลางไปเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณที่ไม่มีดาวฤกษ์เกิดใหม่อีกต่อไป ก่อนที่จะเริ่มพบดาวฤกษ์มีอายุมากอีกครั้งอย่างแปลกประหลาด
.
โดยคาดว่าพื้นที่ที่อยู่เลย 40,000 ปีแสงออกไปนั้นเป็นที่อยู่ของดาวฤกษ์ที่ค่อย ๆ อพยพออกมาเมื่อมีอายุมากขึ้น จากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงระหว่างดวงดาวต่าง ๆ ในกาแล็กซี ทว่านักดาราศาสตร์ก็ยืนยันว่าขอบเขตของกาแล็กซี่ควรสิ้นสุดลงที่ระยะ 40,000 ปีแสงอยู่ดี แม้จะยังมีดาวฤกษ์อยู่นอกเหนือจากระยะนี้ออกไป เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก 3 ประการ ที่นักดาราศาสตร์นำมาพิจารณาด้วย ได้แก่
.
1.ความหนาแน่นของแก๊สไฮโดรเจนที่เป็นวัตถุดิบหลักของการให้กำเนิดดาวฤกษ์ลดลง
2.แรงหมุนและโครงสร้างของจานกาแล็กซี่บริเวณนี้เพียงพอที่จะทำให้แก๊สกระจายตัวออกไปมากกว่าที่จะรวมตัวกัน
3. บริเวณดังกล่าวได้รับอิทธิพลแรงดึงดูดจากกาแล็กซีบริวารรอบ ๆ ทางช้างเผือกด้วย
.
โดยข้อมูลใหม่ที่ว่าไม่มีดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้นมาใหม่ที่ระยะ 40,000 ปีแสงห่างจากแกนกลางทางช้างเผือก ก็ได้ช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถนำข้อมูลไปเปรียบเทียบและทำความเข้าใจพฤติกรรมการเติบโตของกาแล็กซีอื่น ๆ ในจักรวาลได้มากขึ้นในอนาคต
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times
Edited by Chinapong Lienpanich, The Space Times



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่