JJNY : 5in1 ลุยตรวจศูนย์ศิลปะ│ปชน.แจง 5 ข้อโต้ยิบกฤษฎิ์│ครูจวงสวนกฤษฎิ์│สรท.แนะคุยอาเซียนก่อน│ชี้รัสเซียต้องรับผิดชอบ

กมธ.ลุยตรวจ ศูนย์ศิลปะ จ.ตรัง ใช้งบเกือบ 400 ล้าน สร้างตั้งแต่ปี 54 ไม่เสร็จ ชี้ใช้งบสะเปะสะปะ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5180777
.
.
กมธ.ลุยตรวจ ศูนย์ศิลปะ จ.ตรัง ใช้งบเกือบ 400 ล้าน สร้างตั้งแต่ปี 54 ไม่เสร็จ ชี้ใช้งบสะเปะสะปะ
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม จ.ตรัง ปี’54 ใช้งบ 39 ล้านบาท ก่อสร้างไว้แต่เสา ล่าสุดเทศบาลจึงควักเงินทำต่ออีก เกือบ 300 ล้าน สานต่อทำให้เสร็จ แต่ยังไร้คนบริหาร และยังไม่รู้จะเอาไปใช้ในวัตถุประสงค์ใด
.
โดยระบุข้อความว่า
.
“กมธ. ติดตามงบ ลงพื้นที่จังหวัดตรัง ติดตามงบประมาณก่อสร้าง โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม จ.ตรัง ปี 2554 ใช้งบ 39 ล้านบาท ก่อสร้างไว้แต่เสา แล้วก็ปล่อยเป็นตอร้างๆ แบบนั้นไว้เกือบ 10 ปี ตามรูปที่ 3 (คาดเดาว่าน่าจะใช้งบประมาณที่รัฐบาลแจกให้ ส.ส. ยุคนั้น ไม่รู้ว่าตั้งใจทำอะไรแน่ แต่สุดท้ายสร้างไม่เสร็จ)
.
ซึ่งตามกฎหมายแล้วน่าจะผิด เพราะงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดจะต้องสร้างให้เสร็จ ต้องใช้ให้หมดในปีงบประมาณ แต่กลับหาผู้รับผิดชอบไม่ได้
.
หลังจากนั้นเทศบาลจึงควักเงินทำต่ออีก เกือบ 300 ล้าน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าสร้างเสร็จแล้วใครจะบริหาร จะเอาไปใช้ในวัตถุประสงค์ใด และตัวโครงหลังคา ผนัง โครงที่สร้างเข้าไปใหม่ คือของใหม่ทั้งหมดที่ไม่รู้ว่าจะเข้ากับโครงเสาเก่าได้ 100% หรือไม่ แต่วิศวกรก็รับรองว่าปลอดภัย
.
จากที่ไปดูงานของที่สร้างโดยงบประมาณรัฐทั่วประเทศ ในอนาคตน่าจะเป็นอีกโครงการที่ไม่คุ้มค่า และสุดท้ายอาจจะถูกปล่อยให้ร้าง ขอให้เดาผิดนะ
.
งบประมาณพัฒนาจังหวัดที่สะเปะสะปะ การกระจายอำนาจแบบไม่จริงจัง หน่วยงานนั้นก็อยากทำนี่ หน่วยงานนี่ก็อยากของบมาทำนั่น ทำให้มีของที่ไม่เสร็จ ไม่ตรงปก อยู่เต็มไปหมด”
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/704824725412624
.

.
พรรคประชาชน แจง 5 ข้อ โต้ยิบ กฤษฎิ์ ยันไม่มีเหยียดเพศ แจงปมติง เรื่องหารือสภา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5180601
.
พรรคประชาชน แจง 5 ข้อ โต้ยิบ กฤษฎิ์ ยันไม่มีเหยียดเพศ แจงปมติง เรื่องหารือสภา
.
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า เมื่อได้รับฟังถึงเหตุผลที่นางสาวกฤษฎิ์แถลงเมื่อเช้านี้ ต่อข้อกล่าวหาหลายข้อที่มีต่อพรรค ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ได้รับการผลักดันนโยบาย หรือประเด็นที่ตนเองอยากจะขับเคลื่อนนั้น ตนขอชี้แจงเป็นรายประเด็น ดังนี้ คือ
.
1. เรื่องการแก้ปัญหาการทำงานในพื้นที่ ที่ไม่เคยได้รับงบประมาณจากพรรคสักบาทเดียวในการทำกิจกรรม เราต้องยืนยันว่า ทางพรรคได้มีการสนับสนุนนางสาวกฤษฎิ์ในการทำงานพื้นที่มาโดยตลอด ฝ่ายนโยบายเอง ก็เคยอนุมัติงบประมาณจากส่วนกลาง เพื่อให้นางสาวกฤษฎิ์ไปจัดกิจกรรมรับฟังความเห็นต่อการพัฒนานโยบายของพื้นที่อำเภอศรีราชา ตามที่ได้ขอเข้ามา ซึ่งในส่วนการให้งบประมาณทำกิจกรรม สส.เขตคนอื่น ๆ ก็ทำงานในพื้นที่ได้อย่างราบรื่น ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจากพรรคเป็นอย่างดีมาตลอด
.
2. ข้อกล่าวหาเรื่องการทำงานในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน เราต้องบอกว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดสภา เราจะมีการให้ สส.ทุกคนได้เสนอมาว่า ตนเองอยากนั่งในคณะกรรมาธิการสามัญคณะใด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะได้นั่งในคณะกรรมาธิการสามัญในอันดับ 1 ที่ตนเองอยากได้ เนื่องจากต้องมีการจัดสรร
.
และนางสาวกฤษฎิ์นั้น เป็นหนึ่งใน สส.ไม่กี่คน ที่ได้นั่งในคณะกรรมาธิการสามัญอันดับ 1 ที่ตนเองเลือกมา เนื่องจากพรรคเห็นว่า ในพื้นที่ของนางสาวกฤษฎิ์ มีท่าเรือแหลมฉบังอยู่ และพรรคก็คิดว่านางสาวกฤษฎิ์มีประเด็นที่น่าจะเข้าไปขับเคลื่อนในคณะกรรมาธิการได้ อีกทั้ง นางสาวกฤษฎิ์ยังได้ตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 ของอนุกรรมาธิการ และยังสามารถเลือกที่ปรึกษามาเสนอชื่อได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะช่วยเข้ามาทำงานในประเด็นที่นางสาวกฤษฎิ์ต้องการได้ ยืนยันว่า ไม่มีการปิดกั้นแต่อย่างใด
.
3. ข้อกล่าวหา เรื่องการไม่ได้รับความเคารพในสถานะทางเพศ ต้องยืนยันว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน นี่เป็นค่านิยมหลัก ที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือการโอบรับความหลากหลายทางเพศ ความหลากหลายทางความเชื่อทุกรูปแบบ และขอยืนยันว่า ไม่มีการเหยียดสถานะทางเพศของ สส.คนใด หรือแม้แต่ประชาชนคนใดอย่างแน่นอน และหากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เราจะถือว่าเป็นการผิดวินัย เพราะว่าเป็นการไม่เคารพต่ออุดมการณ์หลัก และคุณค่าหลักที่พรรคยึดถือ
.
นอกจากนั้น พรรคก็ได้เปิดพื้นที่ให้นางสาวกฤษฎิ์ทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมอยู่ในทีมสภาความหลากหลายทางเพศเชิงประเด็นของพรรค มีส่วนร่วมในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) สมรสเท่าเทียม และมีส่วนร่วมอยู่ในทีมในการยกร่าง พ.ร.บ.รับรองทางเพศ ทั้งยังได้มอบหมายให้ได้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ถึงแม้ว่าขณะนี้ อาจจะยังไม่ได้สำเร็จครบถ้วนก็ตาม แต่พรรคก็เปิดพื้นที่ให้นางสาวกฤษฎิ์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และพรรคเอง ก็เคยได้สนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมพื้นที่ของนางสาวกฤษฎิ์ ในการรวบรวมความเห็น ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ศรีราชาด้วย
.
4. เรื่องเหตุการณ์การปรึกษาหารือ 2 นาที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ตนยอมรับว่า มีการไปพูดคุยกับนางสาวกฤษฎิ์หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่เราพูดคุยกัน ไม่ใช่เรื่องของเนื้อหา และไม่ใช่เรื่องความไม่พอใจ แต่สิ่งที่เพื่อนไม่พอใจคือ เวลาก่อนเปิดประชุมนั้น ควรจะเป็นเวลาที่สะท้อนปัญหาของส่วนรวม หรือประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนั้นไปแก้ไข ไม่ใช่พูดความต้องการส่วนตัว ว่าเขาเองต้องการที่จะทำอะไร หรือต้องการที่จะไปไหน
.
แต่อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันว่า สิ่งที่นางสาวกฤษฎิ์หารือไป ไม่ได้เป็นความผิด และพรรคไม่ได้มีการดำเนินการทางวินัยใดๆ ต่อ หลังจากเหตุการณ์นั้นเลย เพราะถือว่าเป็นการพูดคุยกันเฉยๆ ว่าการพูดการหารือโดยใช้ความต้องการส่วนตัวมาพูด ไม่เหมาะสมกับการทำงานในสภาเท่านั้น ย้ำว่า ไม่ได้มีการลงโทษ และไม่ได้มีการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น
.
นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า ได้พูดกับเพื่อน สส. ในที่ประชุม สส. โดยขอให้เก็บเหตุการณ์นี้ไว้ และให้ทุกคนร่วมงานกันในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์เหมือนเดิม ดังนั้น ยืนยันว่า การหารือของ สส.ในวันนั้น ทางพรรคไม่ได้มีการลงโทษ และไม่ได้มองว่าเป็นความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
.
5. กรณีที่นางสาวกฤษฎิ์ ระบุ พรรคประชาชนได้มีการเตรียมคนมาลงสมัครแทน ยืนยันว่าพรรคไม่มีนโยบายในการหาคนมาลงสมัครแทน เพราะการจะส่งใครลงสมัคร สส.ต่อหรือไม่นั้น พรรคมีกระบวนการ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยได้มีการสื่อสารกับ สส.ทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นกระบวนการเหล่านี้ ในการหาผู้สมัครมาแทน สส.คนใดก็ตาม ที่เป็น สส.ปัจจุบัน ไม่มี เรายืนยันว่า ยังไม่ได้มีกระบวนการคัดสรรตรงนั้น
.

.
ครูจวง สวนกลับ กฤษฎิ์ บอกเป็น สส. LGBTQ+ ไม่เคยถูก เพื่อนพรรคส้ม เหยียดเพศ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5180945
.
‘ครูจวง’ สวนกลับ ‘กฤษฎิ์’ บอกเป็น ‘สส. LGBTQ+’ ไม่เคยถูก ‘เพื่อนพรรคส้ม’ เหยียดเพศ⁣
⁣.
ภายหลังจากที่ ‘กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์’ ส.ส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน แถลงข่าวประกาศแยกทางกับ ‘พรรคประชาชน’ และจะย้ายสังกัดไปยัง ‘พรรคกล้าธรรม’ ด้วยเหตุผลเรื่องอุดมการณ์ทำงานของพรรคที่ไม่ตรงกัน และการถูกดูหมิ่นทางเพศ
.
ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก ‘ปารมี ไวจงเจริญ’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หนึ่งใน ‘ส.ส.พรรคประชาชน’ ที่ร่วมฟังคำแถลงดังกล่าวพร้อมๆ กับ ‘กองเชียร์พรรคประชาชน’ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า⁣
⁣.
“ถึงคุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี ประเด็นที่คุณแถลงข่าวว่า คุณถูกเหยียดเพศสภาพจากเพื่อนในพรรคประชาชน ลมปากคน ใครๆ ก็พ่นออกมาได้ ทำไมคุณไม่เคยพูดมาก่อน ทำไมคุณไม่เคยมาปรึกษากับดิฉันซึ่งก็เป็นคนข้ามเพศเช่นเดียวกับคุณ หรือทำไมคุณไม่ปรึกษากับเพื่อน สส. LGBTQ+ ในพรรค เช่นครูธัญ หรือคุณเฟิร์น สส.จันทบุรี และในฐานะที่ตัวดิฉันเองก็เป็นคนข้ามเพศเช่นเดียวกับคุณกฤษฎิ์ ดิฉันขอยืนยันต่อสาธารณชนเลยค่ะว่า ดิฉันไม่เคยเจอการเหยียดเพศจากเพื่อนในพรรคแม้แต่นิดเดียวเลยค่ะ”⁣
.
https://www.facebook.com/ajarnjuang/posts/pfbid09f45hEvqSWJmKDYp5myXh5QSj3ZL628Yi4KJvS3zfvaGNHYX6Aidz9yDsi4qayFVl
.

.
สรท.แนะไทยคุยอาเซียนก่อน หลัง สหรัฐฯจับมือจีน ยืดเวลา 90 วัน แค่ซื้อเวลาสั้นๆ 
.
สรท.ชี้ สหรัฐฯจับมือจีน แค่ซื้อเวลาสั้นๆ ตั้งท่าเตรียมพร้อมทุบกันจริง แนะอาเซียนคุยกันก่อน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนมีสินค้าส่งออกคล้ายกัน
.
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จากกรณี สหรัฐฯจับมือจีน ประกาศลดภาษีระหว่างกันเบื้องต้น และยืดระยะเวลาออกไป 90 วันนั้น ประเมินว่าเป็น การซื้อเวลาของทั้งสองฝ่ายมากกว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะทั้งสหรัฐและจีน ยังไม่สามารถทุบกันได้อย่างจริงจัง
.
การทำแบบนี้จึงเหมือนเป็นการซื้อเวลาให้กับทั้งสองฝ่าย เพื่อให้มีเวลาคิดได้ถี่ถ้วนมากขึ้นว่า ตัวกระทบจะมากน้อยเพียงใด เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้ทั้ง 2 ฝั่งได้มีเวลาตั้งท่า ศึกษากันให้ดีก่อน จากนั้นจึงมาหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร
.
ระหว่างทางก่อน 90 วันที่จะครบกำหนดนั้น อาจมีอะไรเกิดขึ้นมาเพิ่มเติมได้ แต่มองว่าน่าจะทำให้ความรู้สึกเบาลงกว่าเดิม ไม่น่าจะเล่นกันแรงมากเหมือนที่ผ่านมา เพราะหากเล่นกันแรงคงทุบกันไปแล้ว แต่ต่างคนต่างก็ไม่ทุบกันแสดงว่าไม่อยากจะให้เสียทรงประเทศของทั้งสองฝ่าย จึงขอซื้อเวลาไปทบทวนกันก่อนว่า หากจะเดินเกมต่อแต่ละด้านนี้ ควรทำอย่างไร เมื่อพร้อมต้องคุยกันอีกครั้ง
.
นายธนากร กล่าวว่า ความจำเป็นของไทยในการเร่งเจรจาต่อรองกับสหรัฐนั้น คือท่าทีของไทยและประเทศอื่นในอาเซียนคล้ายกัน สรท.มองว่าทุกประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นผู้ส่งออกที่เซอร์พลัสสหรัฐทั้งหมด เรายังไม่มีความพร้อม และตัวเลขที่จะเอาไปแลกกับทางสหรัฐถือว่ามีไม่มากนัก จึงมองว่าให้อาเซียนมาคุยกันก่อน วางอัตราแลกเปลี่ยนในระดับเดียวกัน เป็นเรทเดียวเลยดีหรือไม่
.
เพราะอาเซียนในหลายประเทศก็เป็นคู่แข่งที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐคล้ายกับไทย อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนมีสินค้าส่งออกคล้ายกัน จึงควรหารือกันว่า ควรกำหนดอัตราในระดับเดียวกันดีหรือไม่ เพื่อให้ตั้งท่าก่อน เพื่อไม่ให้เสียหาย จากนั้นจะไปหารือร่วมกันสหรัฐก็ว่ากันไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่