JJNY : “รักชนก”ยื่นคำขาดเจอแน่!│ดร.โจไม่กังวล กระแสเลือกชัชชาติ│ผู้สมัครส.ก.ปชน.โวย│แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์เสียชีวิตเพิ่ม

“รักชนก” ยื่นคำขาด เจอแน่! ขู่ยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport คาใจเกณฑ์คนมาฟังเป็นคันรถตู้
.
.
เจอแน่! “ไอซ์ รักชนก” ยื่นคำขาด ขู่ยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport งบฯ 1,600 ล้าน หาก กระทรวงดิจิทัลฯ ยังดันทุรัง โวย ถ้าเป็นพรรคอื่นถูกเปิดภาพบ้างจะเป็นอย่างไร หลังเปิดภาพผู้บริหาร “แพลนบี” แล้วถูกเปิดกลับ อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้ ด้าน “ธีระชาติ” แฉ TOR ลอกข้ามกระทรวง-ปิดคอมเมนต์ไลฟ์สด แนะนำรัฐมนตรีดีอีพับโครงการคืนเงินกองทุน ดีกว่าฝืนดันทะลุหลัง

12 มิ.ย. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินภายหลังรัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ธงที่คณะกรรมาธิการฯ ยึดมั่นและต้องการสื่อสารมาโดยตลอดคือ ต้องการให้มีการล้มเลิก ยุติ และยกเลิกโครงการดังกล่าวทันที มีข้อเสนอแนะโดยตรงถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้ออกนโยบายว่า แม้ทางปลัดกระทรวงดีอี จะอ้างว่าเป็นผู้ถืออำนาจในการยกเลิกสัญญาหรือไม่ก็ตาม แต่ในความเป็นจริง ฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้ออกนโยบายย่อมมีอำนาจที่จะตัดสินใจและสั่งการข้าราชการประจำได้ ว่าท่านอยากให้เงิน 1,600 ล้านบาท ท่านยังจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นอำนาจของฝ่ายการเมืองที่สามารถตัดสินใจและสั่งปลัดได้ว่าไม่ควรเดินหน้าต่อกับโครงการแบบนี้ ตนขอเสนอทางออกว่า รัฐมนตรีสามารถใช้วิธีพับโครงการ แล้วจ่ายค่าปรับบางส่วนให้แก่บริษัทเอกชน จากนั้นนำเงินงบประมาณที่เหลือทั้งหมดส่งคืนกลับเข้ากองทุน

นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังระบุอีกว่า หากรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดำเนินโครงการพัฒนา AI เพื่อประเทศจริง ๆ ควรถอนโครงการนี้ออกจากงบประมาณกองทุน แล้วนำเสนอเข้ามาในระบบงบประมาณปกติ เพื่อให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดให้ สส. ได้อภิปรายในวาระแรก การพิจารณาอย่างรอบคอบในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ตลอดจนการกลั่นกรองตัดลดงบประมาณส่วนที่ไม่เหมาะสมในชั้นอนุกรรมาธิการ ซึ่งแนวทางนี้จะมีความสง่างามต่อตัวรัฐมนตรีเอง

น.ส.รักชนก ยืนยันว่า ไม่มีใครคิดที่จะขวางอนาคตทางด้านเทคโนโลยี AI ของประเทศ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ ตลอดกระบวนการของเงิน 1,600 ล้านบาทนี้ พบความผิดปกติในทุกสิ่งทุกอย่าง จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลยังจะฝืนเดินหน้าดันทะลุหลังโครงการนี้ต่อไปเพื่ออะไร

น.ส.รักชนก ยังได้เปิดเผยถึงความผิดปกติในเวทีเสวนา ว่า บรรยากาศภายในงานมีลักษณะเหมือนถูกตระเตรียมและเกณฑ์คนมาร่วมงานเพื่อฟอกขาวโครงการ ซึ่งหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนที่สุดคือ หลังจากจบงานพบว่ามีการเกณฑ์ผู้เข้าร่วมงานกลับขึ้นรถตู้ที่เหมามาด้วยกัน ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี AI ทั่วไปที่จะเหมารถตู้มาร่วมงานและกลับพร้อมกัน พร้อมแนะนำให้สังคมลองนำรายชื่อของบุคคลที่นั่งตอบคำถามอยู่บนโพเดียมในงานวันนั้น ไปสืบค้นข้อมูลดูอย่างละเอียด ว่ามีความเกี่ยวโยงหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กับบริษัทที่เป็นเจ้าของสัมปทานจอดิจิทัลและบิลบอร์ดโฆษณาทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งหากไปค้นดูก็จะพบของดี อย่างแน่นอน

สำหรับกรณีที่เมื่อวานนี้ น.ส.ได้ปล่อยภาพผู้บริหารบริษัท Plan B ร่วมงานวันเกิดตระกูลชิดชอบ ก่อนที่จะมีการปล่อยภาพนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จากอีกฝั่งเหมือนกัน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ไม่ว่าคนในพรรคจะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใดกับใครก็ตาม สส. กว่า 100 คนของพรรคประชาชน ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน คือเดินหน้าทำงานตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา โดยไม่นำเรื่องส่วนตัวมาพิจารณา ต่อให้บุคคลนั้นจะเป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หรือเป็นใครก็ตามแต่ แต่ถ้ามีพฤติกรรมในการใช้วิธีงบประมาณแผ่นดินไปอย่างส่อทุจริตคอร์รัปชัน หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง กล้าพูดได้เลยว่าจะไม่ไว้หน้าใคร
.
พร้อมกันนี้ น.ส.รักชนก ยังชวนให้สังคมคิดวิเคราะห์เปรียบเทียบว่า หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับ สส. ของพรรคการเมืองอื่น ที่มีภาพถ่ายคู่กับอดีตผู้นำพรรคหรือผู้นำจิตวิญญาณ พวกเขาจะยังยินดีหรือกล้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสต่อไปเช่นนี้หรือไม่ แต่สำหรับพรรคประชาชน ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่ออย่างแน่นอน และได้ยื่นคำขาดทิ้งท้ายด้วยว่า “เจอแน่ ถ้าท่านเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ มีคนลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่น ป.ป.ช. แน่นอน"
.
ขณะที่นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า งานเมื่อวานนี้ถ้างานเหมือนเป็นงานแถลงข่าวมากกว่าเปิดรับฟังความคิดเห็น เพราะขนาดถ่ายทอดสดออนไลน์ยังปิดคอมเมนต์เลย จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการพยายามฟอกขาว คำถามที่ถามไปแล้วไม่ได้ตอบเนื่องจากดูหน้างานเราเห็นอยู่แล้วว่าถูกออกแบบมาว่าให้เราพูดได้น้อยที่สุด สิ่งที่สื่อมวลชนไม่ได้ยิน คนข้างหลังกระซิบกันว่าเปิดโอกาสให้คนอื่นถามบ้าง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าถามคนเดียว คำถามที่เราจี้ถามไป 1,500 ล้านบาท ทำไมไม่มีรายละเอียด ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็ไม่มีคำตอบ ตัวรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หรือผู้ที่เคยมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ก็ตาม บอกว่าโทเคนใช้ได้แบบไม่มีจำกัด แต่เมื่อวานก็บอกว่ามีจำกัด หรือคำถามที่ น.ส.รักชนก เปิดออกมาว่าทำไม TOR ไปเหมือนกับอีกกระทรวงหนึ่ง เราเข้าใจว่ามีการคัดลอกวาง แต่ก็ไม่ควรข้ามกระทรวง

ท่านปลัดบอกว่าอีกหน่อยไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีก ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ ว่าไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีกแล้วคุณใช้ความสะเพร่ามากๆในการออกแบบ TOR สิ่งที่ท่านปลัดต้องรับผิดชอบ ผมถามเอกชนว่าถ้ามีปัญหายกเลิกได้หรือไม่ แต่ท่านปลัดบอกว่าด้วยอำนาจของท่านปลัดไม่อนุญาต ท่านลืมไปหรือไม่ว่าอำนาจของท่านเป็นอำนาจของท่านหรืออำนาจของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ท่านทำอะไรก็ได้โดยที่ท่านไม่สนใจรายละเอียดใน TOR เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ของคนที่รับผิดชอบอนาคตของประเทศ” นายธีระชาติ กล่าว

นายธีระชาติ ยังระบุว่า ปัจจุบันทางสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีแอปพลิเคชัน AI ในลักษณะเดียวกันกับโครงการ TH-AI Passport ให้ประชาชนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีอยู่แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยโครงการของ OKMD ใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเห็นได้ชัดว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องรอระบบราชการอีกเป็นปีเพื่อเข้าถึง AI

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ไปสอบถามเหมือนกันและให้แนวทาง 3 ทาง ทั้งปรับเปลี่ยน ยกเลิก และเดินหน้าต่อ พรรคประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางไหน นายธีระชาติ กล่าวว่า การติดกระดุมเม็ดแรกผิดคือส่อทุจริตอยู่แล้ว ตอนนี้สังคมกำลังถูกให้มองว่าของมันดี AI มันดีอย่างนี้ ทำไมพรรคประชาชนถึงเบรก ไม่ให้ประชาชนใช้ ซึ่งเราไม่เคยต่อต้าน AI หรือบอกว่าห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ แต่คุณกำลังออกประชาชนเป็นตัวประกันว่าถ้าอยากใช้ต้องช่วยกันดันของที่ทุจริต ซึ่งตนคิดว่าเป็นค่านิยมที่ผิด เราควรดูที่เนื้อหา การบอกว่าพรรคประชาชนกำลังต่อต้าน เป็นเรื่องที่ผิด ตนยังงงว่าทำไมถึงกล้าทำอะไรที่โจ่งแจ้งขนาดนี้
.

.
ดร.โจ ไม่กังวล กระแสปลุกเลือกชัชชาติ แต่เอาส.ก.พรรคส้ม ปัดมองอดีตผู้ว่าฯถูกรุม แค่พูดข้อเท็จจริง
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5758610
.
‘ดร.โจ’ เมินกระแสปลุกเลือกผู้ว่า ‘ชัชชาติ’ แต่ ส.ก.จากพรรคส้ม บอกหากอยากเห็นกรุงเทพฯเป็นเมืองที่แคร์คน ต้องเลือกผู้ว่าฯจากพรรคประชาชน เหน็บเอานโยบายผู้ว่าฯปชน.ไปฝากไว้กับผู้ว่าฯท่านอื่นคงไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม จ่อจัดระเบียบจับจองพื้นที่ค้าขาย ช่วยพ่อค้าแม่ค้าทางเท้า ลั่นไม่เห็น ‘ชัชชาติ’ ถูกรุมอะไร แค่เอาข้อเท็จจริงมาพูด
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ลา วิลล่า อารีย์ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) พร้อมด้วยนายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท ลงพื้นที่หาเสียงในซอยอารีย์ 1 นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาลงพื้นที่เขตพญาไทเนื่องจากเป็นพื้นที่ค้าขาย ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่จุดผ่อนผันการค้าขายริมทางเท้า วันนี้จะมาลงพื้นที่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อรับทราบถึงปัญหาประเด็นพื้นที่ค้าขายต่างๆ และมารับทราบปัญหาขยะ เกี่ยวกับรอบการจัดเก็บและจุดทิ้ง เนื่องจากมีการนำขยะมาทิ้งบริเวณทางเท้าว่าเกิดจากอะไร และจะได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร
.
เมื่อถามถึงการกลับมาลงพื้นที่อีกครั้งหลังห่างหายไปในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์กล่าวว่า 3-4 วันที่ผ่านมามีดีเบต รวมถึงเดินสายออกรายการต่างๆ ที่ทั้งออกอากาศสดและบันทึกเทป วันนี้จึงกลับมาลงพื้นที่อีกครั้ง
.
เมื่อถามว่า หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.จะมีการแก้ปัญหาการค้าขายบริเวณทางเท้าอย่างไร นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรามีนโยบายเพิ่มพื้นที่ค้าขายและมีการจัดระเบียบในการจับจองพื้นที่ค้าขาย ซึ่งจะนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงพื้นที่ค้าขายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายส่วย ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของพ่อค้าแม่ค้า และเราจะมีการพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทางเท้าให้มีพื้นที่ในการสัญจรเพียงพอในการเดินเท้า
.
“เรามองว่าไม่ใช่จุดที่จะต้องห้ามขาย ควรต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการขาย เพราะการที่พ่อค้าแม่ค้าไม่มีพื้นที่หรือร้านค้าในการค้าขายริมทางเท้า ทำให้ในบริเวณนั้นผู้สัญจรจะลดลงและเบาบางลงไป ซึ่งจะทำให้ร้านค้า หรือศูนย์การค้าในย่านนั้นๆ เงียบเหงา ปัญหาเหล่านี้เราได้รับเสียงสะท้อนมาจากพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณนั้นมา” นายชัยวัฒน์กล่าว
.
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า เราเองก็รับฟังเสียงสะท้อน ปัญหา และความคิดเห็นจากประชาชนพ่อค้าแม่ค้า และจะนำมาจัดระบบระเบียบให้คนเดินเท้ามีสิทธิที่จะใช้ทางเท้าและมีพื้นที่เพียงพอให้พ่อค้าแม่ค้าได้ค้าขายด้วย
.
เมื่อถามว่า เหลือเวลาอีก 15 วันในการหาเสียง คิดว่าฟีดแบ๊กจากประชาชน พรรคจะต้องปรับหรือเพิ่มนโยบายอะไรอีกหรือไม่ในการหาเสียงโค้งสุดท้าย นายชัยวัฒน์กล่าวว่า หลังจากที่ขึ้นเวทีดีเบตไปแล้ว 2 เวที และผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 คน 50 เขต ก็ได้ออกมาขายนโยบายแล้ว การหาเสียงหลังจากนี้จะเน้นย้ำวาระของแต่ละเขตว่าหากประชาชนเลือกผู้ว่าฯและผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ สิ่งที่ท่านจะได้เห็นเป็นรูปธรรมว่ามีอะไรบ้าง เช่น ในเขตคลองสามวาและเขตสายไหมต้องการผลักดันเรื่องขนส่งสาธารณะ เขตบึงกุ่มก็จะเป็นการสร้างสถานีดับเพลิง เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่