JJNY : เงินหมด ตลาดเงียบ│“รักชนก”นำทีมบุกสตง.│เวิลด์แบงก์หั่นคาดการณ์โตเหลือ2.5%│ม็อบนศ.เม็กซิโกปะทะตร.ประท้วงงบแข่งขัน

เงินหมด ตลาดเงียบ บ่นรัฐบาลให้ "ไทยช่วยไทย พลัส" น้อยไป
.

.
ที่ จ.เชียงใหม่ ตลาดเริ่มกลับมาซบเซา หลังเงิน "ไทยช่วยไทย พลัส" ของผู้บริโภคเกลี้ยงกระเป๋า ชาวบ้านบ่นรัฐบาลให้น้อยไป หากมีโครงการอีกครั้ง ให้เดือนละ 2,000 บาท จำนวน 2 เดือน น่าจะเหมาะสมกว่า
.
(12 มิ.ย.69) บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดสิริวัฒนา อ.เมืองเชียงใหม่ เริ่มเงียบเหงา ผู้คนบางตาจากที่เคยเต็มไปด้วยประชาชนที่พากันมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคักในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าที่เงียบไปก็เพราะวงเงินในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ประจำเดือนนี้ ส่วนใหญ่ถูกใช้จนหมดเกลี้ยง ทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่ายและเฝ้ารอวงเงินรอบใหม่ในเดือนหน้า
.
นางสาวฉวีวรรณ แม่ค้าร้านอาหารไทย บอกว่า ต้นเดือนขายดีมาก คนแห่มาใช้สิทธิจนยอดขายพุ่งกระฉูด แต่หลังจากนั้นเงินโควตาก็หมดลง ตลาดกลับมาซบเซาอีกครั้ง ขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มที่ยังเหลือวงเงิน ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคแทน หวังว่าต้นเดือนหน้าจะกลับมาค้าขายคึกคักอีกครั้ง
.
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับกับประชาชนที่มาเดินตลาด ต่างสะท้อนความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุหลักมาจากวงเงินของโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ในรอบเดือนนี้หมดลง ทำให้กำลังซื้อลดฮวบ หลายคนจึงเลือกที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายและรอให้วงเงินรอบใหม่เข้าในเดือนถัดไปเพื่อนำมาใช้จ่ายใหม่
.
ชาวบ้านบอกว่าวงเงินที่ได้รับต่อเดือนในโครงการนี้น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อการครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น หากเดือนละ 2,000 บาท 2 เดือนน่าจะเหมาะสมกว่า หากมีโครงการเฟสต่อไปก็อยากให้รัฐบาลจะพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้มากกว่านี้
.

.
“รักชนก” นำทีมบุก สตง. จี้ปม “ตึกถล่ม-อาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศ” ฉะคนมีอำนาจรับผิดชอบน้อยไป
https://ch3plus.com/news/political/morning/464837
.
“รักชนก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปม “ตึกถล่ม-อาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศ” ไล่บี้เล่มลับกรมโยธาฯ หาคนผิด ฉะ คนมีอำนาจรับผิดชอบเหตุการณ์ตึกถล่มน้อยไป ขู่เช็กบิลคำของบปี 70 ไม่ผ่านแน่ ถ้าตอบคำถามวันนี้ไม่ได้
.
เวลา 09.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. 69 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กระทรวงการคลัง คณะกมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ นำโดยน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน.ในฐานะประธานคณะกมธ. พร้อมด้วยนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เข้าติดตามโครงการก่อสร้างอาคารของสำนักงาน สตง. ทั่วประเทศ และความคืบหน้าการสืบสวนกรณีตึก สตง. ถล่ม
.
โดยก่อนเข้าร่วมประชุมกับ สตง. น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้มี 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ สำนักงาน สตง.แต่ละแห่งทั่วประเทศ ถูกทิ้งร้างทั้งที่ยังสร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมาทิ้งงานจึงอยากติดตามความคืบหน้ากับ สตง.ว่าอาคารแต่ละแห่งที่มีปัญหาจะจัดการอย่างไร เพราะสำนักงาน สตง. ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หลายคนคงจะคาดหวังว่า จะมีความโปร่งใส สามารถแก้ไขปัญหาในองค์กรตัวเองได้ดีกว่าองค์กรอื่น เพราะท่านเป็นผู้ตรวจเงินแผ่นดิน
.
ส่วนประเด็นที่สองคืออาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งตอนนี้จุดเกิดเหตุกลายเป็นอนุสรณ์สถานใครผ่านมาก็เรียกว่าเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งตนคงจะสอบถามความคืบหน้าว่าสืบสวนสอบสวนไปถึงไหนแล้ว ซึ่งในสภาสมัยที่แล้วกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯก็เคยสอบถามไปแล้วหลายครั้ง แต่เข้าใจว่าเล่มรายงานที่เป็นเล่มสุดท้ายเป็นเล่มที่ลงว่าตีลับ เราจึงมาสอบถามความคืบหน้าว่าจะได้รับข้อมูลบางส่วน ซึ่งเป็นผลจากการสอบสวนของกรมโยธาธิการและผังเมือง
.
สิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือการสืบสวนสอบสวน ที่เป็นเล่มสมบูรณ์ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นเอกสารตีลับ ในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณในรอบนี้ เราก็อยากจะได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าเดิม” น.ส.รักชนก กล่าว
.
ส่วนการเยียวยาครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ น.ส.รักชนก กล่าวว่า วันนี้คงได้ติดตามความคืบหน้าในการเยียวยาทั้งชาวไทยและแรงงานชาวต่างชาติเป็นอย่างไร ส่วนจะเชิญใครเข้ามาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการเป็นพิเศษหรือไม่ ตนคิดว่าหลังจากประชุมกับ สตง.แล้ว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตึก สตง.ที่ถูกทิ้งร้าง ในงบประมาณปี 2570 ที่กำลังจะพิจารณา ก็คงต้องเอาเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยว่าเราจะให้งบประมาณ สตง.ไปสร้างตึกใหม่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นว่า สตง.มีคำของบประมาณอะไรมาบ้าง แต่ตนคิดว่าต้องเอาไปเทียบกัน ถ้างบประมาณเก่าที่ได้รับเงินไป แล้วทำได้ไม่ดีของใหม่ก็ต้องนำมาพิจารณาอีกรอบหนึ่ง ส่วนเรื่องตึก สตง.ถล่ม ตนคิดว่ายังต้องเอาใจใส่อยู่ เนื่องจากยังมีคนที่ตกหล่นเรื่องที่ไม่ได้รับการเยียวยาและไม่ได้รับความเป็นธรรม
.
เรื่องคดีความพูดตรงๆ บุคคลภายใน สตง.หรือผู้มีอำนาจยังรับผิดชอบน้อยไปมากๆกับเรื่องนี้” น.ส.รักชนก กล่าว
.
เมื่อถามว่าคดีอาญาที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมประเมินว่าโทษจะสามารถเอาผิดบุคคลในระดับหัวหน้าได้หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าเล่มการสืบสวนสอบสวนที่ตีลับของกรมโยธาธิการและผังเมืองน่าจะให้คำตอบเราได้ดี แต่เราไม่มีโอกาสได้เห็นเนื้อหาภายใน ซึ่งเราจะพยายามใช้ อำนาจของกรรมาธิการติดตามให้ทราบเนื้อหาภายในให้ได้
.
เมื่อถามว่าอาคาร สตง.ที่ถูกทิ้งร้างมีประมาณกี่แห่ง น.ส.รักชนก กล่าวว่า น่าจะมีประมาณ 10 แห่ง ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและทิ้งร้างรวมถึงผู้รับเหมาทิ้งงานไป วันนี้เราจะไล่เรียงไปแต่ละที่เลยว่าผู้รับเหมาทิ้งงานไปแต่ละที่อย่างไรบ้าง ซึ่งที่ที่หนักที่สุดน่าจะเป็นที่พัทยาเพราะสร้างเสร็จแล้วแต่ไม่ได้ใช้งาน
.
เมื่อถามว่ายังมีคดีที่อยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กังวลหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกไต่สวนจะรอดจากการดำเนินคดี น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ตนกังวลอยู่แล้วว่าเรื่องอาจจะไม่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา แต่เราก็ต้องช่วยกันจับตา และตนเชื่ออย่างหนึ่งว่าถ้าประชาชนและสื่อมวลชนยังให้ความสนใจกับเรื่องใดอยู่การที่จะทำให้เรื่องนั้นผ่านไปได้โดยง่าย แต่หากมีการจับตาเขาอาจจะทำให้เรื่องนั้นได้ยากขึ้น
.

.
สงครามสหรัฐ-อิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก เวิลด์แบงก์หั่นคาดการณ์โตเหลือ 2.5%
https://www.dailynews.co.th/news/5939135/
.
สงครามสหรัฐ-อิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก เวิลด์แบงก์หั่นคาดการณ์โตเหลือ 2.5%
.
ธนาคารโลกเตือนว่า การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานและภาวะตึงเครียดทางการเงินจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อาจทำให้เศรษฐกิจโลกเผชิญการชะลอตัวรุนแรง ขณะที่รายได้ต่อหัวของหลายประเทศกำลังพัฒนายังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิดจนกว่าจะหลังปี 2571
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่าธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยแพร่รายงานว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งลดลงจากระดับ 2.9% เมื่อปี 2568 เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
.
การยกระดับความรุนแรงรอบใหม่ของการสู้รบ หรือการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อยิ่งขึ้นของห่วงโซ่การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นไปอีก ซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนจุดชนวนให้เกิดภาวะตึงเครียดทางการเงิน และทำให้เศรษฐกิจเติบโตลดลง
.
ทั้งนี้ หากการหยุดชะงักของการอุปทานด้านพลังงานรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ และเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะตึงเครียดทางการเงินอย่างหนัก อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจดิ่งลงเหลือเพียง 1.3% ในปี 2569
.
นอกจากนี้ เวิลด์แบงก์มองว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านทำให้การเติบโตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาทั้งหมด ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนแอลงกว่าเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของประชากรในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (ยกเว้นจีนและอินเดีย) จะยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จนกว่าจะผ่านปี 2571
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่