ข้อเสนอแนะเพื่ออนาคต
1. ฟื้นฟูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนแบบดั้งเดิม
ส่งเสริมหลักการ พึ่งพาตนเอง การมี ส่วนร่วมของประชาชน และการ เติบโตจากภายใน โดยไม่พึ่งพาการแจกจ่ายจากรัฐเพียงอย่างเดียว
2. ยกระดับเงินทุนเศรษฐกิจชุมชนของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8
พัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนให้ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้คนในชุมชน มีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแล และวางแผนใช้งบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ต่อยอดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ผสานแนวคิดดั้งเดิมเข้ากับ นวัตกรรมยุคใหม่ สนับสนุน ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2539-2543 ปีที่ใช้จริง) ได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อพัฒนาประเทศ โดยเน้นการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลางและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ในแผนฯ ฉบับที่ 8 มีเป้าหมายหลักในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:
การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน: สนับสนุนให้ชุมชนมีบทบาทในการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน
การพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน: มุ่งเน้นการพัฒนาคนในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และคุณธรรม เพื่อให้คนในชุมชนมีความสามารถและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
การกระจายอำนาจและทรัพยากร: ส่งเสริมการกระจายอำนาจการบริหารและทรัพยากรไปยังท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนมีความสามารถในการจัดการและพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์เหล่านี้ถูกนำไปสู่การปฏิบัติผ่านโครงการและนโยบายต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ที่มา BOTLC
กองทุนหมู่บ้านในยุค “เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน” (ก่อนปี 2544)
ภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 | ริเริ่มโดย สุขวิช รังสิตพล
วัตถุประสงค์หลัก
พึ่งพาตนเอง: ชุมชนมีแหล่งทุนของตนเอง
กระจายโอกาส: ลดความเหลื่อมล้ำ เมือง-ชนบท
เสริมความเข้มแข็ง: ระบบบริหารโดยชุมชน โปร่งใส ตรวจสอบได้
ลักษณะเด่นของโครงการ
คัดกรองเงินกู้ผ่าน ประชาคมหมู่บ้าน
อบรม ทักษะบริหารกองทุน และ บัญชี
สร้างเครือข่าย: ออมทรัพย์ – ผลิต – แปรรูป – ตลาด
กู้หมุนเวียน: ไม่แจกเปล่า ดอกเบี้ยต่ำ จ่ายคืนได้
ติดตามผลชัดเจน: ประเมินต่อเนื่องโดยรัฐ
ผลลัพธ์
ชุมชน มีทุนของตนเอง ไม่พึ่งนายทุน
เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจฐานราก: ผ้าทอ ขนมพื้นบ้าน เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ
เสริม วินัยทางการเงิน และ ความร่วมมือในชุมชน
ปูทางสู่ เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2539-2543 ปีที่ใช้จริง)
คือแนวคิดสำคัญภายใต้ “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน” ที่ริเริ่มโดย สุขวิช รังสิตพล มุ่งเน้นให้ชุมชนมีเครื่องมือทางการเงินของตนเอง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
แนวคิดหลัก
เงินกู้ไม่ใช่เพื่อ “กระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน”
แต่เพื่อ สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน ที่ประชาชนสามารถบริหารจัดการทุนด้วยตนเอง
ใช้หลัก พึ่งตนเอง และ ความร่วมมือของชุมชน เป็นฐาน
สนับสนุนโครงการที่เกิดจาก ความคิดริเริ่มของคนในพื้นที่
ผลเชิงระบบ
ส่งเสริม การวางแผนร่วม และความเป็นเจ้าของโครงการในระดับชุมชน
ลดช่องว่างระหว่างชนบทกับเมือง ด้วยการ กระจายแหล่งทุน
ป้องกันหนี้เสียด้วย ระบบคัดกรองและควบคุมภายใน
วางรากฐานโครงสร้างทางการเงินสำหรับ เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน
ในช่วงปี พ.ศ. 2539-2543 (ปีที่ใช้แผนฯ8 จริง) ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ได้มีการส่งเสริม "สินค้าเศรษฐกิจชุมชน" เพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตนเองและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเน้นการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพ
กลุ่มสินค้าเศรษฐกิจชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่:
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและงานฝีมือ:
ผ้าทอมือ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าขิด ผ้ามัดหมี่TCPS TISI+1มร.นม.+1
เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ หวาย ผักตบชวาTCPS TISI
ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวTCPS TISI
เครื่องปั้นดินเผาTCPS TISI
ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม:
ขนมไทย
น้ำพริกเผาTCPS TISI
ปลาส้ม ปลาร้าTCPS TISI
น้ำตาลมะพร้าวTCPS TISI
ไวน์ผลไม้TCPS TISI
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสุขภาพ:
สบู่สมุนไพร
น้ำมันหอมระเหย
ผลิตภัณฑ์สปา
ผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน:
ไม้กวาดดอกหญ้าTCPS TISI
กระดาษจากเส้นใยพืชTCPS TISI
การส่งเสริมสินค้าเหล่านี้มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ
ในช่วงปี พ.ศ. 2539-2543 หรือปีที่ใช้แผนจริง ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ประเทศไทยได้ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองของชุมชนท้องถิ่น สินค้าเหล่านี้บางส่วนสามารถขยายตลาดไปสู่การส่งออกต่างประเทศได้ แม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะยังไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างเป็นทางการ
ตัวอย่างสินค้าเศรษฐกิจชุมชนที่มีศักยภาพในการส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่:
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและงานฝีมือ:
ผ้าไหมไทยและผ้าทอมือ ซึ่งมีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง ได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศ
เครื่องจักสานจากไม้ไผ่และหวาย ที่มีความประณีตและสวยงาม
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป:
ขนมไทย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ที่มีรสชาติและรูปลักษณ์ดึงดูดใจ
น้ำพริกและเครื่องปรุงรส ที่สะท้อนรสชาติแบบไทยแท้
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องสำอางค์
สบู่และโลชั่นจากสมุนไพรธรรมชาติ ตามความต้องการของตลาดสินค้าธรรมชาติในต่างประเทศ
ผลกระทบจากการใช้ประชานิยม
เบี่ยงเบนจากเป้าหมายระยะยาว:
การมุ่งเน้นประชานิยมที่ให้ความช่วยเหลือในระยะสั้น เช่น การให้เงินช่วยเหลือหรือการสนับสนุนราคาสินค้า อาจทำให้รัฐบาลเบี่ยงเบนจากการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแผนพัฒนา ฉบับที่ 8 ซึ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวที่สามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง
ประชานิยมส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณไปที่การตอบสนองความต้องการทันที โดยอาจไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในระยะยาว เช่น การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน
เพิ่มภาระทางการคลัง:
การใช้จ่ายในโครงการประชานิยมเช่น การให้เงินช่วยเหลือหรือการสนับสนุนราคาสินค้า ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้เกิดการขาดดุลการคลังหรือการเพิ่มภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของแผนพัฒนาฯ 8 และการลงทุนในโครงการที่สำคัญ
การขาดแรงจูงใจในการพัฒนาอย่างยั่งยืน:
การเน้นช่วยเหลือในระยะสั้นอาจทำให้ประชาชนบางกลุ่มพึ่งพิงรัฐมากเกินไป และขาดแรงจูงใจในการพัฒนาทักษะหรือความสามารถของตนเอง
การพัฒนาทักษะอาชีพหรือการศึกษาเพื่อการเติบโตในตลาดแรงงานระยะยาวอาจไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร
กระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน:
หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการประชานิยมเพื่อรองรับความต้องการระยะสั้น อาจทำให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จำเป็นต่อการเติบโตในอนาคต เช่น การพัฒนาระบบการขนส่ง การศึกษา และเทคโนโลยี ถูกละเลย
ข้อเสนอแนะเพื่ออนาคต
ส่งเสริมหลักการ พึ่งพาตนเอง การมี ส่วนร่วมของประชาชน และการ เติบโตจากภายใน โดยไม่พึ่งพาการแจกจ่ายจากรัฐเพียงอย่างเดียว
พัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนให้ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้คนในชุมชน มีส่วนร่วมในการกำกับ ดูแล และวางแผนใช้งบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ
ผสานแนวคิดดั้งเดิมเข้ากับ นวัตกรรมยุคใหม่ สนับสนุน ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการ สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
คือแนวคิดสำคัญภายใต้ “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน” ที่ริเริ่มโดย สุขวิช รังสิตพล มุ่งเน้นให้ชุมชนมีเครื่องมือทางการเงินของตนเอง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
แต่เพื่อ สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน ที่ประชาชนสามารถบริหารจัดการทุนด้วยตนเอง