ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน: ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8)
1. ความหมาย
คือ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์หรือ บริการ ซึ่งเกิดจากชุมชน จากทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมชุมชน ฯลฯ
ไม่ได้มุ่งเน้นเพียง “การขายสินค้า” แต่เป็นเครื่องมือในการ สร้างศักยภาพของคน และ เพิ่มคุณค่าในสิ่งซึ่งชุมชนมี
สอดคล้องกับนิยามในระเบียบฯ กระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2541) ซึ่งกำหนดให้ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชนตั้งอยู่บนฐานของ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และยั่งยืน
2. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน
สินค้าเกษตรและการแปรรูป
ข้าวหอมมะลิ
ผลไม้แปรรูป เช่น กล้วยตาก มะม่วงอบแห้ง
สมุนไพรและยาสมุนไพรพื้นบ้าน
งานหัตถกรรม
ผ้าทอพื้นเมือง (ไหมแพรวา, ผ้าฝ้ายทอมือ)
เครื่องจักสาน (ตะกร้า, กระติบข้าวเหนียว)
เครื่องปั้นดินเผา
อุตสาหกรรมครัวเรือน
อาหารพื้นบ้าน เช่น น้ำพริก แหนม
ขนมท้องถิ่น เช่น ข้าวต้มมัด ขนมครก
3. จุดเน้นของสินค้าเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ อุตสาหกรรมชุมชน หรือ เรียกรวมว่า ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน
ไม่ใช่เพียงการผลิตเพื่อขาย แต่เพื่อ:
ยกระดับทักษะ ความรู้ และความสามารถของคนในชุมชน
สร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น
สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน
ให้ชุมชนเป็นเจ้าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจัดการผลประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนต่อไป
4. สินค้าเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ อุตสาหกรรมชุมชน หรือ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8
แผนพัฒนาฯ 8 คือ ยุคของการปฏิรูปความคิดและคุณค่าใหม่ของสังคมไทย โดยเน้นให้ "คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา" และใช้เศรษฐกิจเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน.
หลักฐานอ้างอิง
https://prt.parliament.go.th/items/c718148c-f2a9-4160-ba20-c06a20f1b655/full
ความแตกต่างของ ผลิตภัณฑ์ชุมชน(ยุคแผนพัฒนาฯ8) จาก หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือ OTOP(ยุคประชานิยม)
สินค้าเศรษฐกิจชุมชน:
ชุมชนคิดเอง ทำเอง เป็นเจ้าของเอง
รัฐสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน (ตลาด ทุน การจัดการ)
เน้นความเข้มแข็งจากฐานราก → ยั่งยืน
OTOP (2544 เป็นต้นมา):
รัฐบาลประชานิยม “รีแบรนด์” สินค้าOTOPให้มีภาพลักษณ์ตลาด
ชุมชนหลายแห่งถูกกดดันให้ผลิตตามกระแส มากกว่าตามความพร้อม
บางพื้นที่เกิดปัญหาหนี้สิน เพราะต้องลงทุนผลิตมากเกินความสามารถ
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน จึงเป็น เครื่องมือสร้างความเข้มแข็งและศักดิ์ศรีของชุมชน ไม่ใช่แค่ “แบรนด์” หรือ “โครงการขายสินค้า” ตามแบบ OTOP ของนโยบายประชานิยม
อ้างอิง
กรมการปกครอง. (2541). ระเบียบกระทรวงมหาดไทย เรื่องโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541. จาก
https://www.dla.go.th/upload/templateWebMenu/attachFile/2017/10/1509077174670.PDF
เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8)
เป็นทุนตั้งต้นซึ่งชุมชนใช้สำหรับสร้างและขยายกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชน
แหล่งเงินทุน:
• กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
• กองทุนจากความร่วมมือภาครัฐและภาคธุรกิจ
• เงินออมของสมาชิกชุมชนเอง
การใช้ทุน: ลงทุนในเครื่องจักร วัตถุดิบ การตลาด และการอบรมความรู้
ลักษณะเด่น: เป็น ทุนเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่แค่เงินหมุนเวียน
เปรียบเทียบ กองทุนหมู่บ้าน กับ เงินทุนเศรษฐกิจชุมชนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8
เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน (ยุค แผนพัฒนาฯ 8) ทำงานได้ดีกว่ากองทุนหมู่บ้านซึ่งแจกเงิน “หมู่บ้านละล้าน” (ยุคประชานิยม) โดยไม่มีเงื่อนไข ดังนี้คือ
เงินทุน
การมีเงื่อนไขและการสมทบทุน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้ขอกู้ต้องมีเงินสมทบเอง ร้อยละ 30 ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และกระตุ้นวินัยทางการเงิน แตกต่างจากการแจกเงินเปล่า ๆ ที่ไม่มีมาตรการควบคุม ของกองทุนหมู่บ้านละล้าน ซึ่งผลลัพธ์คือ ส่งต่อหนี้สินให้ลูกหลานไทย บางครอบครัวยังใช้หนี้สินไม่หมดจนกระทั่ง ถึง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย
2566-2568 ดีที่ได้ เงินสด 10000 บาทไปใช้หนี้
แผนชำระคืนและการติดตาม
ทุกโครงการต้องมีแผนการชำระคืน และมีกลไกควบคุมตรวจสอบที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงหนี้สินที่ไร้วินัย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับกองทุนหมู่บ้าน
ชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ
ระเบียบฯ นิยาม “ประชาคม” ว่าต้อง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบ ชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีความหมาย มีความสำคัญ มีศักดิ์ศรีและ คุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ถูกด้อยค่าให้เป็นผู้รับความช่วยเหลือ หรือ รับบริจาคแต่เพียงฝ่ายเดียว
วงเงินและเงื่อนไขกู้ระยะยาว
จำกัดวงเงินไม่ให้เกินศักยภาพของกลุ่ม และกำหนดเงื่อนไขการผ่อนคืนชัดเจน ช่วยลดความเสี่ยงการสะสมหนี้ ต่างจากกองทุนหมู่บ้านซึ่งปล่อยเงินก้อนใหญ่โดยไม่มีการประเมินความสามารถของผู้กู้
📖
อ้างอิง:
กรมการปกครองท้องถิ่น. (2543). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2543
ดาวน์โหลดเอกสาร PDF
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8)
เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงเงินทุนได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ
🏦 แหล่งกู้:
สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.), ธนาคารออมสิน
กองทุนภาคประชาชนที่บริหารโดยชุมชนเอง
เงื่อนไข:
ดอกเบี้ยต่ำ
เน้นการกู้เพื่อการผลิตและการลงทุน ไม่ใช่เพื่อการบริโภค
ประโยชน์:
ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนจากการหมุนเวียนเงินภายใน
หลักฐาน เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน 2541
https://chiangmailocal.go.th/article-detail/1113/
ความแตกต่างระหว่าง “เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน”(แผนพัฒนาฯ8) และ “ธนาคารประชาชน”(ประชานิยม)
การมีส่วนร่วมของชุมชน
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน: ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการเงินทุน เช่น การกำหนดเงื่อนไขการกู้ การติดตามผล และการชำระคืน ส่งเสริมความรับผิดชอบและการพึ่งพาตนเอง
ธนาคารประชาชน: เน้นการให้สินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ มีเงื่อนไขผ่อนคลาย แต่ขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์และการใช้เงิน
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาฯ8) : มุ่งเน้นการใช้เงินทุนเพื่อการผลิตและการลงทุนในกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เช่น การเกษตร การแปรรูปสินค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
ธนาคารประชาชน (ประชานิยม) : เน้นกระตุ้นการบริโภคและการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดหนี้สินครัวเรือนและปัญหาทางเศรษฐกิจระยะยาว ปัจจุบัน_2568) คนไทยมีภาระหนี้สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน)
ผลกระทบระยะยาว
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน(แผนพัฒนาฯ8) : ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชุมชน
ธนาคารประชาชน(ประชานิยม): ส่งผลให้ประชาชนพึ่งพิงรัฐมากขึ้น และเกิดปัญหาหนี้สินซึ่ง ส่งผลเสียต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
บรรณานุกรม
เงินทุนประกอบอาชีพ – องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543. แนวทางปฏิบัติโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541. แจ้งแนวทางการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน
[url=https://www.nongwaeng-kk.go.th/document/documents_155/695]
https://www.nongwaeng-kk.go.th/document/documents_155/695[/url]
บทสรุป: OTOP — กองทุนหมู่บ้าน—ธนาคารประชาชน: ทำลายเศรษฐกิจฐานราก ของ ประเทศไทย และ เพิ่มภาระหนี้สินของคนไทย
แผนพัฒนาฉบับที่ 8 ให้ความสำคัญกับการพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน โดยการสนับสนุน ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น OTOP เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น กองทุนหมู่บ้าน และ เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น ธนาคารประชาชน ในรัฐบาลประชานิยม 2544-2549
การรีเบรนด์ คือการรวบอำนาจ ประชาชนกลับมาพึ่ง รัฐในการทำการตลาด หรือ การรวบอำนาจกลับคืนสู่รัฐบาลประชานิยม การสร้างเงื่อนไขให้คนไทยต้องพึ่งรัฐ เพื่อย้อนรอยวงจรอุบาทว์ของนักการเมืองไทยเช่นในอดีต จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร ปี 2549 ในรัฐบาลประชานิยม
ต่างจาก ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่าง ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 เน้นให้ชุมชนใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้าง “ผลิตภัณฑ์ชุมชน” เพื่อพัฒนาคน สร้างรายได้ และเพิ่มความเข้มแข็งจากฐานราก โดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ตัวอย่างสินค้า ได้แก่ สินค้าเกษตร แปรรูป หัตถกรรม และอาหารพื้นบ้าน
แนวคิดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนต่างจาก OTOP เพราะเน้น “การพึ่งตนเองของชุมชน” มากกว่าการผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดหรือการรีแบรนด์จากรัฐ
รวมถึงระบบเงินทุนและเงินกู้ซึ่งเน้นวินัยทางการเงิน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการลงทุนเพื่อการผลิตมากกว่าการบริโภค เพื่อความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ
การทำลายเศรษฐกิจฐานราก ของ ประเทศไทย และ เพิ่มภาระหนี้สินของคนไทย ของ OTOP — กองทุนหมู่บ้าน—ธนาคารประชาชน
1. ความหมาย
คือ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์หรือ บริการ ซึ่งเกิดจากชุมชน จากทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมชุมชน ฯลฯ
ไม่ได้มุ่งเน้นเพียง “การขายสินค้า” แต่เป็นเครื่องมือในการ สร้างศักยภาพของคน และ เพิ่มคุณค่าในสิ่งซึ่งชุมชนมี
สอดคล้องกับนิยามในระเบียบฯ กระทรวงมหาดไทย (พ.ศ. 2541) ซึ่งกำหนดให้ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชนตั้งอยู่บนฐานของ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และยั่งยืน
2. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน
สินค้าเกษตรและการแปรรูป
ข้าวหอมมะลิ
ผลไม้แปรรูป เช่น กล้วยตาก มะม่วงอบแห้ง
สมุนไพรและยาสมุนไพรพื้นบ้าน
งานหัตถกรรม
ผ้าทอพื้นเมือง (ไหมแพรวา, ผ้าฝ้ายทอมือ)
เครื่องจักสาน (ตะกร้า, กระติบข้าวเหนียว)
เครื่องปั้นดินเผา
อุตสาหกรรมครัวเรือน
อาหารพื้นบ้าน เช่น น้ำพริก แหนม
ขนมท้องถิ่น เช่น ข้าวต้มมัด ขนมครก
3. จุดเน้นของสินค้าเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ อุตสาหกรรมชุมชน หรือ เรียกรวมว่า ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน
ไม่ใช่เพียงการผลิตเพื่อขาย แต่เพื่อ:
ยกระดับทักษะ ความรู้ และความสามารถของคนในชุมชน
สร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น
สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน
ให้ชุมชนเป็นเจ้าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจัดการผลประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนต่อไป
4. สินค้าเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ อุตสาหกรรมชุมชน หรือ ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชน ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8
แผนพัฒนาฯ 8 คือ ยุคของการปฏิรูปความคิดและคุณค่าใหม่ของสังคมไทย โดยเน้นให้ "คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา" และใช้เศรษฐกิจเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน.
หลักฐานอ้างอิง https://prt.parliament.go.th/items/c718148c-f2a9-4160-ba20-c06a20f1b655/full
ความแตกต่างของ ผลิตภัณฑ์ชุมชน(ยุคแผนพัฒนาฯ8) จาก หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือ OTOP(ยุคประชานิยม)
สินค้าเศรษฐกิจชุมชน:
ชุมชนคิดเอง ทำเอง เป็นเจ้าของเอง
รัฐสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน (ตลาด ทุน การจัดการ)
เน้นความเข้มแข็งจากฐานราก → ยั่งยืน
OTOP (2544 เป็นต้นมา):
รัฐบาลประชานิยม “รีแบรนด์” สินค้าOTOPให้มีภาพลักษณ์ตลาด
ชุมชนหลายแห่งถูกกดดันให้ผลิตตามกระแส มากกว่าตามความพร้อม
บางพื้นที่เกิดปัญหาหนี้สิน เพราะต้องลงทุนผลิตมากเกินความสามารถ
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน จึงเป็น เครื่องมือสร้างความเข้มแข็งและศักดิ์ศรีของชุมชน ไม่ใช่แค่ “แบรนด์” หรือ “โครงการขายสินค้า” ตามแบบ OTOP ของนโยบายประชานิยม
อ้างอิง
กรมการปกครอง. (2541). ระเบียบกระทรวงมหาดไทย เรื่องโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541. จาก https://www.dla.go.th/upload/templateWebMenu/attachFile/2017/10/1509077174670.PDF
เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8)
เป็นทุนตั้งต้นซึ่งชุมชนใช้สำหรับสร้างและขยายกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชน
แหล่งเงินทุน:
• กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
• กองทุนจากความร่วมมือภาครัฐและภาคธุรกิจ
• เงินออมของสมาชิกชุมชนเอง
การใช้ทุน: ลงทุนในเครื่องจักร วัตถุดิบ การตลาด และการอบรมความรู้
ลักษณะเด่น: เป็น ทุนเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่แค่เงินหมุนเวียน
เปรียบเทียบ กองทุนหมู่บ้าน กับ เงินทุนเศรษฐกิจชุมชนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8
เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน (ยุค แผนพัฒนาฯ 8) ทำงานได้ดีกว่ากองทุนหมู่บ้านซึ่งแจกเงิน “หมู่บ้านละล้าน” (ยุคประชานิยม) โดยไม่มีเงื่อนไข ดังนี้คือ
เงินทุน
การมีเงื่อนไขและการสมทบทุน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้ขอกู้ต้องมีเงินสมทบเอง ร้อยละ 30 ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และกระตุ้นวินัยทางการเงิน แตกต่างจากการแจกเงินเปล่า ๆ ที่ไม่มีมาตรการควบคุม ของกองทุนหมู่บ้านละล้าน ซึ่งผลลัพธ์คือ ส่งต่อหนี้สินให้ลูกหลานไทย บางครอบครัวยังใช้หนี้สินไม่หมดจนกระทั่ง ถึง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย 2566-2568 ดีที่ได้ เงินสด 10000 บาทไปใช้หนี้
แผนชำระคืนและการติดตาม
ทุกโครงการต้องมีแผนการชำระคืน และมีกลไกควบคุมตรวจสอบที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงหนี้สินที่ไร้วินัย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับกองทุนหมู่บ้าน
ชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ
ระเบียบฯ นิยาม “ประชาคม” ว่าต้อง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผิดชอบ ชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีความหมาย มีความสำคัญ มีศักดิ์ศรีและ คุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ถูกด้อยค่าให้เป็นผู้รับความช่วยเหลือ หรือ รับบริจาคแต่เพียงฝ่ายเดียว
วงเงินและเงื่อนไขกู้ระยะยาว
จำกัดวงเงินไม่ให้เกินศักยภาพของกลุ่ม และกำหนดเงื่อนไขการผ่อนคืนชัดเจน ช่วยลดความเสี่ยงการสะสมหนี้ ต่างจากกองทุนหมู่บ้านซึ่งปล่อยเงินก้อนใหญ่โดยไม่มีการประเมินความสามารถของผู้กู้
📖 อ้างอิง:
กรมการปกครองท้องถิ่น. (2543). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2543
ดาวน์โหลดเอกสาร PDF
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8)
เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงเงินทุนได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ
🏦 แหล่งกู้:
สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.), ธนาคารออมสิน
กองทุนภาคประชาชนที่บริหารโดยชุมชนเอง
เงื่อนไข:
ดอกเบี้ยต่ำ
เน้นการกู้เพื่อการผลิตและการลงทุน ไม่ใช่เพื่อการบริโภค
ประโยชน์:
ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนจากการหมุนเวียนเงินภายใน
หลักฐาน เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน 2541 https://chiangmailocal.go.th/article-detail/1113/
ความแตกต่างระหว่าง “เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน”(แผนพัฒนาฯ8) และ “ธนาคารประชาชน”(ประชานิยม)
การมีส่วนร่วมของชุมชน
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน: ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการเงินทุน เช่น การกำหนดเงื่อนไขการกู้ การติดตามผล และการชำระคืน ส่งเสริมความรับผิดชอบและการพึ่งพาตนเอง
ธนาคารประชาชน: เน้นการให้สินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ มีเงื่อนไขผ่อนคลาย แต่ขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
วัตถุประสงค์และการใช้เงิน
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน (แผนพัฒนาฯ8) : มุ่งเน้นการใช้เงินทุนเพื่อการผลิตและการลงทุนในกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เช่น การเกษตร การแปรรูปสินค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
ธนาคารประชาชน (ประชานิยม) : เน้นกระตุ้นการบริโภคและการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดหนี้สินครัวเรือนและปัญหาทางเศรษฐกิจระยะยาว ปัจจุบัน_2568) คนไทยมีภาระหนี้สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน)
ผลกระทบระยะยาว
เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน(แผนพัฒนาฯ8) : ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชุมชน
ธนาคารประชาชน(ประชานิยม): ส่งผลให้ประชาชนพึ่งพิงรัฐมากขึ้น และเกิดปัญหาหนี้สินซึ่ง ส่งผลเสียต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
บรรณานุกรม
เงินทุนประกอบอาชีพ – องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543. แนวทางปฏิบัติโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541. แจ้งแนวทางการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน
[url=https://www.nongwaeng-kk.go.th/document/documents_155/695]https://www.nongwaeng-kk.go.th/document/documents_155/695[/url]
บทสรุป: OTOP — กองทุนหมู่บ้าน—ธนาคารประชาชน: ทำลายเศรษฐกิจฐานราก ของ ประเทศไทย และ เพิ่มภาระหนี้สินของคนไทย
แผนพัฒนาฉบับที่ 8 ให้ความสำคัญกับการพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน โดยการสนับสนุน ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น OTOP เงินทุนเศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น กองทุนหมู่บ้าน และ เงินกู้เศรษฐกิจชุมชน ถูกรีเบรนด์เป็น ธนาคารประชาชน ในรัฐบาลประชานิยม 2544-2549
การรีเบรนด์ คือการรวบอำนาจ ประชาชนกลับมาพึ่ง รัฐในการทำการตลาด หรือ การรวบอำนาจกลับคืนสู่รัฐบาลประชานิยม การสร้างเงื่อนไขให้คนไทยต้องพึ่งรัฐ เพื่อย้อนรอยวงจรอุบาทว์ของนักการเมืองไทยเช่นในอดีต จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร ปี 2549 ในรัฐบาลประชานิยม
ต่างจาก ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่าง ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 เน้นให้ชุมชนใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้าง “ผลิตภัณฑ์ชุมชน” เพื่อพัฒนาคน สร้างรายได้ และเพิ่มความเข้มแข็งจากฐานราก โดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ตัวอย่างสินค้า ได้แก่ สินค้าเกษตร แปรรูป หัตถกรรม และอาหารพื้นบ้าน
แนวคิดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนต่างจาก OTOP เพราะเน้น “การพึ่งตนเองของชุมชน” มากกว่าการผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดหรือการรีแบรนด์จากรัฐ
รวมถึงระบบเงินทุนและเงินกู้ซึ่งเน้นวินัยทางการเงิน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการลงทุนเพื่อการผลิตมากกว่าการบริโภค เพื่อความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ