คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16
ขอขอบคุณ เพื่อนๆที่เข้ามาแนะนำทางออกอย่างจริงใจ
และก็ขอฝากนักเลงคีย์บอร์ดที่ไม่รู้จะเข้ามาแซะเหมือนคนไม่มีหัวคิดทำไม ว่าถ้าว่างก็ไปทำอย่างอื่นที่มันมีประโยชน์ดีกว่ามานั่งแซะคนที่ไม่รู้จัก เพราะการกดคนอื่นให้ต่ำไม่ได้ทำให้คุณสูงขึ้น แต่กลับต่ำลง
ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมสิทธิ์และการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศนี้มันถึงอ่อนแอ
เพราะตัวผู้บริโภคเองกลับมีแนวคิดที่ว่า "ก็แก้ปัญหาด้วยตัวเองสิ"
แทนที่จะช่วยกันรักษาสิทธิ์ที่ผู้บริโภคด้วยกันพึงมี
จะชี้แจงเพื่อนๆที่เข้ามาแนะนำทีละประเด็น
1. สิทธิของผู้บริโภคตามหลักกฎหมายและเป็นสากล คือผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้หรือปฏิเสธที่จะใช้บริการใด หรืออย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้
*ในกรณีนี้คือต้องการใช้โทรไม่ใช้เน็ต และไม่ต้องการปิดเน็ตเพราะจะซื้อแพ็คเสริมรายวันตามความจำเป็นเท่านั้น
2. เรื่องการปิดเน็ตที่ตัวเครื่อง แน่นอนว่าใครๆก็ทำได้แหละ และรู้ว่าต้องทำยังไง ยกเว้นคนชราที่เกิดไม่ทันยุคเทคโนโลยี
3. วิธีแก้ปัญหามันง่าย(ที่ปลายเหตุ) แต่มันก็แก้ได้แค่รายบุคคล แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นสำคัญกว่า เพราะประโยชน์จะเกิดแก่ทุกคน
4. สิ่งที่เรียกร้องคือสิ่งที่เคยมีอยู่แต่เดิม แต่ถูกตัดทิ้งไป เหตุผลคืออะไรก็ชัดเจนว่าเพื่อสูบเงินคนที่เผลอ โดยมีเป้าหมายหลักคือเด็กและคนชรา
เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งธรรมาภิบาล
และก็ขอฝากนักเลงคีย์บอร์ดที่ไม่รู้จะเข้ามาแซะเหมือนคนไม่มีหัวคิดทำไม ว่าถ้าว่างก็ไปทำอย่างอื่นที่มันมีประโยชน์ดีกว่ามานั่งแซะคนที่ไม่รู้จัก เพราะการกดคนอื่นให้ต่ำไม่ได้ทำให้คุณสูงขึ้น แต่กลับต่ำลง
ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมสิทธิ์และการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศนี้มันถึงอ่อนแอ
เพราะตัวผู้บริโภคเองกลับมีแนวคิดที่ว่า "ก็แก้ปัญหาด้วยตัวเองสิ"
แทนที่จะช่วยกันรักษาสิทธิ์ที่ผู้บริโภคด้วยกันพึงมี
จะชี้แจงเพื่อนๆที่เข้ามาแนะนำทีละประเด็น
1. สิทธิของผู้บริโภคตามหลักกฎหมายและเป็นสากล คือผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้หรือปฏิเสธที่จะใช้บริการใด หรืออย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้
*ในกรณีนี้คือต้องการใช้โทรไม่ใช้เน็ต และไม่ต้องการปิดเน็ตเพราะจะซื้อแพ็คเสริมรายวันตามความจำเป็นเท่านั้น
2. เรื่องการปิดเน็ตที่ตัวเครื่อง แน่นอนว่าใครๆก็ทำได้แหละ และรู้ว่าต้องทำยังไง ยกเว้นคนชราที่เกิดไม่ทันยุคเทคโนโลยี
3. วิธีแก้ปัญหามันง่าย(ที่ปลายเหตุ) แต่มันก็แก้ได้แค่รายบุคคล แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นสำคัญกว่า เพราะประโยชน์จะเกิดแก่ทุกคน
4. สิ่งที่เรียกร้องคือสิ่งที่เคยมีอยู่แต่เดิม แต่ถูกตัดทิ้งไป เหตุผลคืออะไรก็ชัดเจนว่าเพื่อสูบเงินคนที่เผลอ โดยมีเป้าหมายหลักคือเด็กและคนชรา
เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งธรรมาภิบาล
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
คุ้มครองผู้บริโภค
ร้องทุกข์
ธุรกิจบริการ
Mobile Internet
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ร้องเรียน กสทช.ได้ทางไหนบ้าง? AIS ไม่ยอมให้เราปิด internet มือถือ เอาเปรียบผู้บริโภคสุดๆ (ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์เลือก)
ผมได้ทำการเปิดเบอร์มือถือให้คนแก่ที่ต่างจังหวัด เป็นระบบเติมเงิน โดยเลือกสมัครแพคเกจหลักคือ โทรอย่างเดียวไม่เอาอินเตอร์เน็ต
เพราะคนแก่จะไม่ค่อยใช้อยู่แล้ว แกทำอะไรไม่เป็น
สาเหตุที่เปิดเบอร์เพราะต้องการให้ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน
แต่ปกติจะโทร VDO Call ผ่านไลน์หากัน โดยใช้ Wifi ที่บ้าน
แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง คือ เงินที่เติมไว้อยู่ๆก็หายหมด ทั้งที่เราซื้อแพคเกจแบบโทรอย่างเดียว
ตอนนั้นยังไม่เอะใจอะไร คิดว่าลืมเติม
เช็คผ่านแอพ myAIS ปรากฎว่า ที่จริงแล้ว แพคเกจแบบโทรอย่างเดียวของ AIS มีรายการแอบแฝงเข้ามา 1 รายการในแพคเกจ
นั่นคือ ค่าบริการอินเตอร์เน็ต 2บาท/MB
*** ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก 2 บาทต่อเม็ก หรือ 2,000 บาทต่อ GB แค่นั่งไถเฟสบุ๊ค 1 ชั่วโมงก็หมดเงินแล้ว 2,000 บาท
ทั้งๆที่แพคเกจที่สมัครคือโทรอย่างเดียว
พอโทรเข้า CC 1148 เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่า แพคเกจที่ใช้คือโทรอย่างเดียว
แต่พอถามจี้เข้าไป ว่า "แล้วที่ระบุว่าค่าอินเตอร์เน็ต 2บาท/MB คืออะไร"
ก็ได้คำตอบว่า อ๋อ เป็นค่าอินเตอร์เน็ตถ้าหากเราใช้งาน
เลยถามว่า อ้าวไหนคุณบอกว่านี่คือแพคเกจโทรอย่างเดียว ทำไมมีอัตราค่าบริการอินเตอร์เน็ต
ก็ได้รับคำตอบว่า "อ๋อ เผื่อลูกค้าต้องการใช้งาน"
ซึ่งมันไม่ได้รึเปล่า(ฟระ) การที่เราสมัครแพคเกจโทรอย่างเดียว มันก็หมายความว่าเราต้องการจ่ายเฉพาะค่าโทร ไม่ต้องการจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต ถูกไหม?
แต่นี่มีการแอบแฝงแบบยัดเยียดบังคับให้ใช้ถ้าเผลอไปกดโดนเข้าคือซวย
เจ้าหน้าที่ก็พูดอย่างสุภาพนะ แต่ความหมายก็คือ ก็ต้องระวังเอาเอง ซึ่งมันไม่ใช่
ลูกค้าควรมีสิทธิ์เลือกว่าจะใช้บริการอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าบังคับให้ใช้ถ้าเผลอ
พนักงานอ้างว่าอัตราค่าบริการราคานี้คือการคิดค่าเน็ตแบบเต็มราคา ไม่ผ่านแพคเกจเสริม ฟังยังไงก็*สีข้างถลอก
สรุป ไม่ว่ายังไงก็จะบังคับให้ใช้(เพื่อดูดเงินเราถ้าเผลอ GB ละ 2000 บาท)
และจนท้ายที่สุด พนักงานก็ยังเรียกว่าแพคเกจนี้คือแพคเกจโทรอย่างเดียว แบบนี้มันเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคแล้วนะ
ผมอย่างส่งเรื่องร้องเรียน กสทช แต่หาช่องทางออนไลน์ไม่เจอเลย
ใครทราบหรือเคยทำเรื่องกรุณาชี้ช่องทางให้หน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้า
อันที่จริงเมื่อก่อนมีแพคเกจโทรอย่างเดียวจริงๆนะ คือต่อให้พยายามเปิดเน็ตก็จะไม่สามารถใช้งานได้
แม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังมี ตัวเราเองใช้แพคเกจแบบ limited คือใช้เน็ตได้ 30GB ถ้าใช้หมดก็คือจะตัดไปเลย ไม่ใช่ใช้ต่อด้วยความเร็วต่ำด้วย
หมายความว่า อันที่จริง AIS ก็มีการจำกัดการใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ แต่ไม่ยอมทำกับแพคเกจโทรอย่างเดียว
ผมในฐานะที่เป็นลูกค้า AIS มากว่า 30 ปีและใช้ AIS ทั้งบ้าน และชื่นชมมาตลอด
บอกเลยว่าตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องย้ายค่าย และจะย้ายทั้งบ้านด้วย โมโหมาก
ครอบครัวเราเสียค่าบริการให้คุณเดือนละเป็นหมื่นๆนะ ไม่ใช่น้อย