แชร์ประสบการณ์การโดนแม่ตัวเองทำให้เป็นบุคคลล้มละลาย

ขอแจ้งก่อนนะครับ ก่อนที่ผมจะโดนฟ้องล้มลายเวลาก็ผ่านมาเยอะพอสมควรครับ ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ได้ ตอนนี้พึ่งโดนพิพากษาล้มลายไป เมื่อ 28/05/67 ครับ

เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนผมจบ ปวส. มาผมได้ไปทำงานแล้วสรุปว่าไม่ผ่านโปร จากเน้นแม่ตัวเองก็ชวนไปทำงานที่ เอกชนแห่งนึงเกี่ยวกับเสาไฟ ซึ่งใช้เส้นสายที่เค้ามีลูกหนี้ในนั้นครับ เค้าเลยสามารถเอาใบสมัครมาให้เรากรอกได้และได้ทำงาน 

ระหว่างที่ทำงานก็มีการเข้าไปคุยกันที่บ้าน ไปกินข้าว เพราะไม่ได้อยู่ที่เดียวกันนะครับ เค้าก็พูดว่าเค้าอยากเริ่มต้นธุรกิจกระดาษอีกครั้ง ชี้แจงกำไรอะไรต่างๆ ให้เราหลงเชื่อ เชื่อในแบบที่เชื่อเลยแหละครับ ยอมรับเลยว่าเค้าเป็นมืออาชีพมาก เพราะตอนนั้นเราจบใหม่เงินยังไม่มั่นคงเลยครับ เค้าใช้ช่องทางนี้ขอให้เราซื้อรถหัวลากให้เค้า 1 คันและอยากได้รถคันเล็กอีก 1 คัน

หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาให้เซ็นต์ครับ ตอนนั้นเรารู้แค่คำว่า "ช่วยแม่ "ครับ ไม่คิดว่าเค้าจะทำกับเราแบบนี้ เพราะตอนแรกเราหวังว่าจะได้เงินกับมันครับ 

จากนั้นเค้าให้เราเซ้นต์ซื้อรถหัวลากครับ แล้วก็บอกว่าที่เหลือเค้าจัดการเอง หลังจากนั้นผมก็ออกจากงานประจำครับ ระหว่างเดือนก็จะมีพวกตามชำระยอดตลอด เราก็มีปากเสียงกับเค้าบ้าง 2 เดือนแรกก็จ่ายครับ หลังจากนั้นเค้าก็แถไปเรื่อย

ประเด็นอีกอย่างครับ รถคันเล็กเค้าก็สามารถออกในชื่อเราได้ครับ ซึ่งไม่ใช่ลายเซ็นต์เรา (เรามารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ของเรานะครับ)

ช่วงนี้ก็มีทั้งตาม ทั้งด่า คือหลายอย่างมากครับ เราโดนพวกเจ้าหน้าที่ทวงหนี้ตามโทรจิกทุกวันเลย พูดง่ายๆ นะครับ ผมเคย ฆตต. แล้ว กินยาหวังหลับหลายรอบมาก ทั้งซึมเศร้า ทั้งแพนิค ทั้งแค้นอยากทำร้ายคนอื่น ทุกๆ อย่างมันรุมเล้ามากครับ หันกับมาที่แม่ตัวเองเค้าก็บอกว่าเค้าวิ่งวุ่นกับคดีของเค้าอยู่

ซึ่งคดีของเค้าคือเช็คเด้งครับ มีติดคุกบ้าง มีการหาเงินไปประกันตัวบ้าง ซึ่งคนที่ช่วยก็คนค้ำครับ หรืออีกมุมนึงก็ไม่ต่างอะไรกับผัวอีกคนแหละครับ

ซึ่งผมก็ขึ้นศาลคนเดียว ทั้งรถทั้ง 2 คันครับ บอกได้เลยว่าตอนกลับผมอยากให้ตายๆ ไปซะ น้ำตาทั่วหมวกกันน็อค

ขอแจ้งอีกอย่างนะครับ พวกเอกสารทั้งหมดที่แม่ผมเค้าจัดการ ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ เพราะมารู้อีกทีคือ ผมโดนพิพากษารอบที่ 2 จากคดีแพ่งทั้ง 2 คัน เลยรู้จากทนายว่า สรุปชื่อที่ผมเซ้นต์ไปมีแค่รถหัวลากครับ แต่รถคันเล็กปลอมลายเซ็นต์ และประเด็นคือรถทั้ง 2 คันผมขับไม่เป็นครับ ไม่ได้ไปรับเองด้วย

ยื้อเวลามาเรื่อยๆ ทั้งอัดคลิปเสียง ไปหาทนายเค้าก็ไม่อยากรับ ทนายดังๆ ผมแอดไปสอบถามเค้าหมดครับเค้าก็ไม่อยากรับคดีนี้ เพราะมันคือคดีลูกแจ้งแม่ แต่โชคดีที่มีคนรับอยู่ครับ ผมต้องเอาเงินเก็บทั้งหมดประมาณ 20000 และไปยืมเพื่อนทำสัญญากันอีก 30000 เพื่อเอาเงินไปจ้างทนายครับ ระหว่างนั้นก็มีปัญหากับตำรวจ 2-3 รอบ เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ

ผมก็เลยต้องตามไปหาหลักฐานถึงที่ จนสุดท้ายก็สามารถแจ้งความได้สำเร็จครับ

ปล. ตัวแม่ผมตอนนี้ ไม่สิเรียกว่ามิชฉาชีพดีกว่า ตอนนี้มีคดีแพ่งประมาณ 20 คดี และมีคดีอาญาประมาณ 10 คดีรวมของผมด้วย ปัจจุบันมีคำตัดสินจากศาลฏีกามาแล้วว่าคุก 5 เดือน ตอนนี้เค้าก็กำลังหลบหนีตำรวจอยู่ครับยังจับไม่ได้สักที หลายครั้งที่เค้าโทรมาหาหาว่าผมไปบอกตำรวจกับที่ซ่อนของเค้า ก็เอาง่ายๆ เลยนะครับ ตำรวจไป 3 รอบเอารถไป 3 คันรถ ไม่เจอเลยครับ ชอบไปตอนที่มันอยู่ข้างนอกบ้านตลอด (คนเหนือดวง)

 
ส่วนคดีของผมก็ สภ. (พน) แรกแจ้งยักยอกได้สำเร็จ รอเวลาครับ ตอนนี้ผ่านมา 1 ปี 1 เดือนแล้ว เรื่องก็ยังไม่คืบหน้าครับ 
ส่วน สภ. (บปก) อีกที่คดีปลอมเอกสาร ผมบอกเลยว่าทำเอกสารชี้แจง ส่งเอกสารร้องเรียนตำรวจก็แล้ว สุดท้ายเค้าก็ไม่สนใจเลยครับ ทำไมถึงกล้าพูดว่าไม่สนใจ เพราะเค้าบอกว่าเดี๋ยวจะปรึกษาหัวหน้าก่อนเพราะเค้าคิดว่าเราไม่ชัดเจนครับ ซึ่งโชว์รูมของรถที่ออกมาอยู่ข้างๆ สภ. ครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจะทำคดีนี้ไหม เพราะตามไปเค้าก็ไม่ทำ
(อาจมีคำถามว่าทำไมผมถึงไม่ไปแจ้งความตั้งแต่ 3 เดือนหรือ 2 เดือนแรก ถ้ามีคนสงสัยก็กล้าตอบครับ "มีครับ มีการไปแจ้ง" เจ้าหน้าที่ทวงหนี้ให้ไปแจ้งครับ แต่แจ้งไม่ได้ครับ ตำรวจไม่ให้แจ้ง เค้าบอกว่าลูกที่ไหนมาแจ้งความแม่ตัวเองแล้วไล่ผมกลับครับ)

ปัจจุบันผมโดนพิพากษาล้มละลายเรียบร้อยครับ ยอมรับตัวเองดีว่าไม่น่าเชื่อใจแม่ตัวเองเลย ตอนนี้รถ 2 คัน หายไปเรียบร้อยครับ พร้อมกับตัวคนผิด แต่ตัวคนค้ำที่อยู่ก็มี แต่ชาติไหนไม่รู้จะได้หมายจับ เพราะผมแจ้งไป 2 คน 

ส่วนเรื่องเอกสาร ขั้นตอน ทำไมอ่านๆ มาแล้วเอ๊ะ ทำไมถึงสามารถทำได้ ทำไมปลอมได้ง่ายจัง ผมบอกเลยนะครับว่า "เค้ามีความสามารถครับ" ถ้าผมไม่แจ้งความเอง ผมก็กลายเป็นแค่คนที่เป็นม้าแค่นั้นแหละครับ ขนาดปลอมลายเซ็นต์ยังมารู้ตอนที่ทนายถามเลยครับ ตอนนั้นเด็กมากเค้าพูดไรก็เออออไปหมด

ตอนนี้ก็อาศัยอยู่วัดแห่งนึงครับ อยู่มาตั้งแต่เด็ก หวังว่าชีวิต 3 ปีนี้จะดีขึ้น บัญชีธนาคารปิดหมดครับ งานก็รับจ้างทั่วไป เป็นเงินสด ไม่ก็แลกเป็นของใช้ครับ รายได้ต่อเดือนประมาณแค่ค่าเน็ตกับค่าน้ำมันนิดหน่อยครับ มีคนช่วยเรื่องมอไซต์ให้ยืมมาใช้งานบ้าง ส่วนข้าวก็กินข้าววัดครับใช้ชีวิตไปวันๆ

ส่วนตัวแล้วตอนนี้ผมก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เพื่อนไม่มี งานก็ทำๆ บ้าง ไม่ทำบ้างตามภาษาคนไม่มีชีวิตจิตใจครับ (งดดราม่าประเด็นนี้นะครับ เพราะผมอยู่คนเดียวได้ไม่ได้เดือดร้อนใคร)

ผมหวังว่านี่จะเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่จะเชื่อใจใครนะครับ เอาจริงๆ ผมก็อยากให้ออกโหนกระแสเหมือนกันครับ ผมอยากให้ได้หมายจับไวๆ เพราะผมรู้ดีว่า ตำรวจถ้าคดีไม่ใหญ่จริง เค้าคงไม่อยากช่วย คดีผมมันแค่คดียักยอกเงียบๆ แถมยุ่งยากในสายตาเค้า

ก็คิดว่าหลังจากหลุดคดีไปก็จะไปอยู่ที่อื่นครับ และคงไม่อยากติดต่อกับมิชฉาชีพคนนี้อีก และคงจะสาปแช่งไปจนกว่าจะตาย ถึงต่อให้ตายก็คงไม่ไปเผาครับ เพราะมันสุดๆ จริงๆ ใครไม่โดนเองไม่รู้หรอกครับว่า การขึ้นศาล การทำอะไรคนเดียวทั้งหมด แล้วมีแต่คนเอาเปรียบ กดดัน มันเหนื่อยขนาดไหน

หวังว่าตำรวจจะรีบดำเนินการนะครับ ที่ผมหวังมีแค่ให้จับคนค้ำได้หรือจับตัวการได้แค่นั้นเองครับ อาจไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งนั้น

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ยังไม่มีการติดต่อมานะครับรอไปมอบตัวชี้แจงเท่านั้น หากพิมพ์ผิดหรืออ่านแล้วงงๆ หน่อย ก็ขออภัยด้วยนะครับ ถือว่าผมเอาเรื่องมาแบ่งปันกัน บางจังหวะอาจเหมือนผมโง่บ้าง ผมก็ยอมรับครับ เพราะถ้าเอารถออกมาได้ก็เท่ากับทำอะไรไม่ได้แล้วครับจนมุมจริงๆ เวลาโดนฟ้องมาก็ตัดสินคดีฝ่ายเดียวตลอด เราเหมือนไปนั่งโง่ๆ ให้เค้าพูดใส่เฉยๆ คนปรึกษาก็ไม่มีทำได้แค่หาปรึกษาแต่ก็ไม่มีใครช่วยจริงๆ จะมีช่วยจริงๆ ก็แค่ผมมีเงินไปจ้างทนายเท่านั้นแหละครับ ขนาดผมไปกับทนายพนักงานยังงงกันหมดเลยครับ เอารถออกไปได้ไง นี่ไม่ใช่ลายเซ็นต์น้องเหรอ บลาๆ 
ทนายเองก็งงครับ ตำรวจเองก็งง คดีนี้ไม่ยากครับแค่ได้หมายจับก็จะดีขึ้นหรือจับคนร้ายมาได้ก็ดีขึ้นครับ ประเด็นคือไหนล่ะหมายจับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่