ผมว่า เรามองจากห่างๆ เราอาจจะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากเกินไป
ในขณะที่ผู้พิพากษาของจีน ได้พิจารณาถึงพยานหลักฐานของ 2 ฝ่าย และพิจารณาตัวบทกฎหมาย
อาจจะมองดูว่า การกระทำของฝ่ายนักเรียนหญิง ก็มีส่วนที่ทำให้รถจักรยานของคุณยายล้มด้วยเหมือนกัน อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ควรจะมีส่วนแห่งความรับผิดชอบด้วย หรือเปล่า
แม้ว่าจะไม่มีการชนกันเกิดขึ้นระหว่าง 2 คันก็จริง
อย่างในไทย เราจะเห็นจากหลายๆ คลิป ที่มีรถตัดหน้ากระทันหัน ทำให้รถที่กำลังมาทางตรงเสียหลัก หรือตกกะใจหมุนพวงมาลัยหลบกระทันหันจนรถพลิกคว่ำ ในขณะที่คันที่ตัดหน้า ก็ขับรถต่อไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามว่าเราเอาผิดอะไรกับคันที่ตัดหน้า(แต่ยังไม่เกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น)ได้มั้ย
คำตอบเรื่องนี้ ก็อยู่ในเรื่องหลักกฎหมายละเมิดที่จะพิจารณาตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล โดยศาลจะพิจารณาว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีความสัมพันธ์กับการกระทำของฝ่ายจำเลยหรือไม่ ซึ่งใครเรียนกฎหมายละเมิด ก็คงจะได้เรียนทฤษฎีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลในวิชากฏหมายละเมิดมาบ้าง
ในประเทศจีน ผมว่า ก็น่าจะใช้หลักกฎหมายคล้ายๆ กัน โดยดูความสัมพันธ์ระหว่าง ความเสียหาย (คือรถจักรยานของคุณยายล้ม คุณยายได้รับบาดเจ็บ) มีส่วนสัมพันธ์กับการกระทำ(การปั่นจักรยาน)ของนักเรียนหญิงหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ดูต่อว่า แล้วนักเรียนหญิงปฏิบัติถูกกฎจราจรหรือไม่ หรือฝ่ายคุณยายผิดกฎจราจร
ถ้าทั้งสองฝ่ายมีส่วนประมาทจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ก็จะแชร์หรือแบ่งความเสียหายส่วนหนึ่งให้อีกฝ่ายร่วมรับผิดชอบด้วยตามสัดส่วน (อันนี้ก็เป็นตามแนวของศาลจีน เดาล้วนๆ)
ในคดีเก่า ก็เหมือนกัน ดูเหมือนสังคมจะร่ำลือไปแบบเข้าใจผิดว่า เป็นเพราะคนลงไปช่วยคนที่รถล้ม เลยทำให้ต้องถูกฟ้อง กลายเป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหาย ศาลจีนไม่มีความยุติธรรมเลย จนทำให้คนจีนละเลยที่จะช่วยเหลือคนที่ประสบอุบัติเหตุเพราะกลัวจะเป็นเหมือนในคดีที่ถูกบอกต่อๆ กันมา
แต่เข้าใจว่า ในคดีนั้น ตำรวจได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงในคดีว่า ผู้ชายที่ถูกฟ้อง มีส่วนทำให้รถของคนเจ็บล้มลง ศาลก็ใช้หลักการพิจารณาที่ดูความใกล้ชิดระหว่างเหตุและผล และตัดสินให้ฝ่ายจำเลยต้องร่วมรับผิดบางส่วน (ไม่ใช่จ่ายทั้งหมด) ผมว่า ถ้าเป็นจริง ก็ยุติธรรมพอสมควรนะ
แต่ถ้าเราเป็นคนนอก ไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับเหตุการณ์เลย แต่พบคนประสบอุบัติเหตุ ยังไงเราก็ควรจะช่วยเขาเหล่านั้นนะ อาจจะโทรหาตำรวจ กู้ภัย ช่วยหาอะไรมากันเพื่อให้รถที่ตามมา มองเห็นได้สะดวกว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ จะได้ไม่ขับรถชน ระหว่างรอกู้ภัย แต่ไม่ควรไปขยับตัวผู้ป่วย ถ้าเราไม่รู้เรื่องการปฐมพยาบาล
อย่าให้สังคมเราถึงกับ เพิกเฉย เดินผ่านไปมา ไม่สนใจคนที่นอนเจ็บข้างถนนเลย เพียงเพราะกลัวโดนฟ้องเลย เกิดญาติพี่น้องเรา คนที่เรารัก ประสบอุบัติเหตุแบบี้ เราก็อยากจะให้มีคนช่วยเหลือได้ทันท่วงที ไม่ใช่ปล่อยผ่านไม่สนใจ กลายเป็นสังคมเฉยชา
คลิปนี้ ถ้าคุณยายไม่จักรยานล้มเสียก่อน คิดว่าจะชนกับรถจักรยานของนักเรียนหญิงมั้ยครับ แล้วใครผิดครับ
ผมว่า เรามองจากห่างๆ เราอาจจะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากเกินไป
ในขณะที่ผู้พิพากษาของจีน ได้พิจารณาถึงพยานหลักฐานของ 2 ฝ่าย และพิจารณาตัวบทกฎหมาย
อาจจะมองดูว่า การกระทำของฝ่ายนักเรียนหญิง ก็มีส่วนที่ทำให้รถจักรยานของคุณยายล้มด้วยเหมือนกัน อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ควรจะมีส่วนแห่งความรับผิดชอบด้วย หรือเปล่า
แม้ว่าจะไม่มีการชนกันเกิดขึ้นระหว่าง 2 คันก็จริง
อย่างในไทย เราจะเห็นจากหลายๆ คลิป ที่มีรถตัดหน้ากระทันหัน ทำให้รถที่กำลังมาทางตรงเสียหลัก หรือตกกะใจหมุนพวงมาลัยหลบกระทันหันจนรถพลิกคว่ำ ในขณะที่คันที่ตัดหน้า ก็ขับรถต่อไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามว่าเราเอาผิดอะไรกับคันที่ตัดหน้า(แต่ยังไม่เกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น)ได้มั้ย
คำตอบเรื่องนี้ ก็อยู่ในเรื่องหลักกฎหมายละเมิดที่จะพิจารณาตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล โดยศาลจะพิจารณาว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีความสัมพันธ์กับการกระทำของฝ่ายจำเลยหรือไม่ ซึ่งใครเรียนกฎหมายละเมิด ก็คงจะได้เรียนทฤษฎีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลในวิชากฏหมายละเมิดมาบ้าง
ในประเทศจีน ผมว่า ก็น่าจะใช้หลักกฎหมายคล้ายๆ กัน โดยดูความสัมพันธ์ระหว่าง ความเสียหาย (คือรถจักรยานของคุณยายล้ม คุณยายได้รับบาดเจ็บ) มีส่วนสัมพันธ์กับการกระทำ(การปั่นจักรยาน)ของนักเรียนหญิงหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ดูต่อว่า แล้วนักเรียนหญิงปฏิบัติถูกกฎจราจรหรือไม่ หรือฝ่ายคุณยายผิดกฎจราจร
ถ้าทั้งสองฝ่ายมีส่วนประมาทจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ก็จะแชร์หรือแบ่งความเสียหายส่วนหนึ่งให้อีกฝ่ายร่วมรับผิดชอบด้วยตามสัดส่วน (อันนี้ก็เป็นตามแนวของศาลจีน เดาล้วนๆ)
ในคดีเก่า ก็เหมือนกัน ดูเหมือนสังคมจะร่ำลือไปแบบเข้าใจผิดว่า เป็นเพราะคนลงไปช่วยคนที่รถล้ม เลยทำให้ต้องถูกฟ้อง กลายเป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหาย ศาลจีนไม่มีความยุติธรรมเลย จนทำให้คนจีนละเลยที่จะช่วยเหลือคนที่ประสบอุบัติเหตุเพราะกลัวจะเป็นเหมือนในคดีที่ถูกบอกต่อๆ กันมา
แต่เข้าใจว่า ในคดีนั้น ตำรวจได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงในคดีว่า ผู้ชายที่ถูกฟ้อง มีส่วนทำให้รถของคนเจ็บล้มลง ศาลก็ใช้หลักการพิจารณาที่ดูความใกล้ชิดระหว่างเหตุและผล และตัดสินให้ฝ่ายจำเลยต้องร่วมรับผิดบางส่วน (ไม่ใช่จ่ายทั้งหมด) ผมว่า ถ้าเป็นจริง ก็ยุติธรรมพอสมควรนะ
แต่ถ้าเราเป็นคนนอก ไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับเหตุการณ์เลย แต่พบคนประสบอุบัติเหตุ ยังไงเราก็ควรจะช่วยเขาเหล่านั้นนะ อาจจะโทรหาตำรวจ กู้ภัย ช่วยหาอะไรมากันเพื่อให้รถที่ตามมา มองเห็นได้สะดวกว่ามีคนเจ็บนอนอยู่ จะได้ไม่ขับรถชน ระหว่างรอกู้ภัย แต่ไม่ควรไปขยับตัวผู้ป่วย ถ้าเราไม่รู้เรื่องการปฐมพยาบาล
อย่าให้สังคมเราถึงกับ เพิกเฉย เดินผ่านไปมา ไม่สนใจคนที่นอนเจ็บข้างถนนเลย เพียงเพราะกลัวโดนฟ้องเลย เกิดญาติพี่น้องเรา คนที่เรารัก ประสบอุบัติเหตุแบบี้ เราก็อยากจะให้มีคนช่วยเหลือได้ทันท่วงที ไม่ใช่ปล่อยผ่านไม่สนใจ กลายเป็นสังคมเฉยชา