ปลาดุกต้มปลาร้า ลองทำครั้งแรกในชีวิต...ก็ได้อยู่นะ


ปกติไม่ชอบกินปลาร้ามาแต่เด็ก แต่ยกเว้นเมนูนี้เมนูเดียวที่ต้องยอม “ปลาดุกต้มปลาร้า”
ได้กินทีก็กลับบ้านเท่านั้น และพอไม่ได้กลับนาน ๆ อยากกินขึ้นมาก็เลยต้องลองทำเอง

ส่วนประกอบ

แน่นอนคือปลาดุก ซื้อที่บิ๊กซีมา 4 ตัวกลาง ๆ ตัวละ 26-27 บาท จำไม่ได้แล้ว
ให้พนักงานสับให้เป็นชิ้น ตอนหลังรู้ว่าพลาดเพราะตอนที่แม่ทำ แม่สับแค่ 2 ท่อน
พอสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว มันจะทำให้เนื้อปลายุ่ยง่าย กินไม่สนุกเท่าที่ควรครับ

ขั้นตอนการล้างเมือกนี่เล่นเอาไม่อยากยุ่งกับเมนูปลาดุกอีกเลย 
1.คลุกเกลือ-ล้างน้ำ 2.คลุกแป้ง-ล้างน้ำ 3.ล้างในน้ำส้ม 4. เทน้ำร้อนลวกปิดท้าย


ที่ขาดเสียไม่ได้ พระเอกของงาน น้ำปลาร้า ไปยืนอ่านดูทุกยี่ห้อน้ำตาลเยอะไม่ต่างกันเลย 
คือไม่อยากได้น้ำปลาร้าที่หวาน หรือหวานเกิน ส่วนตัวว่ามันจะผิดรสชาติที่เราเคยกินมา
เลยเปิดอ่านในพันทิปอีกที อ้าวแซ่บไมค์เขาก็ว่าหวานมาก แล้วทำไมมี 2 สูตร เลยหยิบอีกสูตรมาดู
ปรากฎว่าสูตรแซ่บทุกเมนูจะใส่น้ำตาลน้อยที่สุดในบรรดาน้ำปลาร้าขวด ลองเสี่ยงดวงดูก็แล้วกัน
เหตุที่ใช้แบบขวดเพราะสะดวกดี หรือใครจะใช้แบบมาจากโอ่งจากไหเพื่อความ authentic ก็ได้

ที่เหลือ เครื่องต้มยำทั่วไป คือ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกแดง พริกป่น (ถ้าชอบ)
เนูนี้เน้นเค็มนำแต่ก็ไม่ได้ใส่น้ำปลาเลยเพราะพองวดแล้วเค็มพอดี แต่ใครจะเหยาะน้ำปลาให้หอม ๆ ก็แล้วแต่

มาถึงขั้นตอนการปรุงบ้าง
ตั้งน้ำ 1-1.5 ลิตร ใส่เครื่องสมุนไพรลงไป ตามด้วยน้ำปลาร้าอีก 2 ทัพพี ถ้าไม่ชอบเค็มก็ทัพพีเดียวพอ
พอน้ำเดือดจัด เอาปลาดุกลง ถึงจะล้างดีแล้วแต่ก็อย่าเพิ่งคน แล้วเบาไฟลง ต้มต่ออีก 30 นาที
ถ้าชอบเข้มข้นก็ต้มต่อไปอีกจนน้ำเริ่มงวดลง สีสันจะดูเข้มขลังน่ากินกว่า แต่อย่างที่บอกตอนต้นว่าผมพลาด
ที่ไปสั่งให้สับเป็นชิ้น ถ้าสับแค่ 2 ท่อนหัว-หางจะดีกว่า เพราะถ้าเคี่ยวนานไปปลาชิ้นเล็กจะยุ่ยเกินจนเละ

เดือดจัดเท่านั้นเวลาใส่ปลาครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่