ความวิเศษของภาษาอังกฤษ!?

กระทู้สนทนา
วันนี้เราจะมาพูดถึงความวิเศษของภาษาอังกฤษ
ต้องตื่นก่อนว่าภาษาอังกฤษนั้นเป็นภาษาวิเศษที่มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก และอาจจะคาดไม่ถึง
ผมสามารถรวบรวมข้อมูลแปลกๆได้ ดังนี้

1.ออกเสียง

- island สาเหตุที่ในคำมีตัว s แต่ไม่ออกเสียง เพราะนักวิชาการในสมัยก่อนเนี่ย นึกว่ารากศัพท์ของ island มาจากภาษาละติน insulam เขาก็เลยเติมตัว s ไปหน้าไอเพราะต้องการให้เหมือนคำศัพท์ต้นฉบับ แต่จริงๆแล้วคำต้นฉบับคือ england ดังนั้นภาษาอังกฤษ island ที่เราใช้อยู่กันทุกวันนี้เลยเกิดจากความเข้าใจผิดล้วนๆ

- ough เป็นคำที่วิเศษสามารถออกเสียงได้ถึง 8 แบบใน 3 สระ ซึ่งในเมื่อก่อนเนี่ย มันก็ออกเสียงไม่เหมือนกันหรอก แต่พอมีการนำเข้าเครื่องพิมพ์ดีดมาที่อังกฤษ หลังจากนั้นมันก็ถูกล็อคไว้อย่างนี้เลย แล้วต่อให้จะผ่านมาสักกี่ปีสระนี้ก็ยังออกเสียง 8 แบบเหมือนเดิม

- sweet อ่านว่า s-weet  | Sweater อ่านว่า S-weater
แต่ sword อ่านว่า sword ไม่ได้ออกเสียงว่า s-word

- phone อ่านว่า โฟน แต่ถ้าเราตัดตัว ph ที่เป็นเสียง ฟ ออกไปเราก็จะเหลือแค่ one ซึ่งควรจะออกเสียงว่า โอน แต่ใครๆก็รู้ว่ามันออกเสียงว่า วัน

- two เมื่อก่อนจะพูดว่า t-wo (ทวู) แต่คนก็เลิกออกเสียงตัว w เหลือเพียงแค่ to แต่ยังเขียนว่า two อยู่

2.สระ the,an,a

- เมื่อก่อนในแถบยุโรปคำศัพท์จะมีความวิเศษอยู่ตรงว่าสิ่งของเนี่ยมีเพศของมัน เรามาดูในพื้นที่อังกฤษตอนบนกันดีกว่า ที่นี่มีชาวอังกฤษและชาวไวกิ้งอาศัยอยู่ด้วยกัน
ที่นี้บางคำใน middle english ของชาวอังกฤษอาจจะเป็นเพศชาย แต่ในภาษา old Norse ของพวกไวกิ้งอาจจะเป็นเพศหญิง ด้วยความที่อยากจะจบปัญหาก็เลยใช้คำว่า the

ส่วน an มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน unus แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้มี indefinite article ในตอนนั้นคนก็เลยมีแต่คำว่า an แล้วก็ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้

ส่วน a อันที่เป็นจุดสำคัญแล้วก็อยากให้ฟังมาก เพราะว่านักวิชาการในตอนนั้นไปฟังคนอื่นพูดแล้วเกิดความเข้าใจผิดเวลานักวิชาการจดอะไรลงสมุดมันก็เลยผิดกันตามไป เช่น

An ewte    กลายเป็น a newt
An ew        กลายเป็น a new
A napron   กลายเป็น an apron 
A nadder   กลายเป็น an adder

3.คำยืมจากต่างประเทศ
คือเวลาภาษาอังกฤษมันยืมคำจากประเทศไหน มันจะยืมมาตรงๆเลยไม่มีการเปลี่ยนตัวสะกดให้มันเหมือนกับภาษาตัวเอง เช่น

Champagne ไม่ออกเสียงตัว g
restaurant ทำไมคำสุดท้ายอ่านว่า รอง ไม่อ่านว่า แร็น
Ballet ทำไมไม่ออกเสียงตัว t เป็น บันเล็ท

สุดท้ายนี้เอาจริงๆถ้าให้พูดวันนี้ทั้งหมดก็น่าจะไม่จบ เพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถพิมพ์ได้ สุดท้ายนี้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ท่องจำ 

คือปกติแล้วถ้าสมมุติคุณรู้วิธีสะกดในภาษา คุณก็ควรจะสะกดคำส่วนใหญ่ของภาษาได้ คำในภาษาไทยส่วนใหญ่เป็นคำตรงตัวถึงเราจะมีอะไรแปลกๆยังไงบ้างก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วคำส่วนใหญ่ในภาษาของเราก็ยังออกเสียงปกติ

แต่ภาษาอังกฤษต่อให้คุณจะรู้วิธีสะกดคุณก็ยังออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่ดี นี่ยังไม่นับรวม 12 tense ที่มีมากกว่าภาษาไทย แถมไวยากรณ์ไทยกับอังกฤษแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเลยก็ว่าได้

สุดท้ายจริงๆละ ที่คุณไม่เก่งอังกฤษเนี่ยก็ให้ลองย้อนกลับมามอง ว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นที่ตัวคุณหรือมันเป็นที่ภาษา เพราะภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นภาษาคำนวณเหมือนภาษาไทย แต่เป็นภาษาที่คุณจะต้องท่องจำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซึ่งถ้าหากคุณรู้ว่าปกติคุณก็จำอะไรไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ให้รู้ไว้เลยว่าความผิดอยู่ที่ภาษา แต่ความซวยอยู่ที่เรา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่