พฤศจิกายนที่ขลุกขลิกแต่ Leicester city ยังคงเป็นจ่าฝูง

โดนตีเสมอนาทีที่ 90+3 ทำให้เลสเตอร์นำที่ 2 อิปสวิชทาวน์อยู่เพียง 1 คะแนน เรียกว่าขลุกขลิกไปพอๆ กัน ขณะที่ 3 กับ 4 อย่างลีดส์และเซาต์ก็กำลังไล่มาเงียบๆ 

ชัยชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2 สำหรับเดือนพฤศจิกายนแน่นอนว่าผลการแข่งขันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีเท่าไรสำหรับเลสเตอร์ และกำลังเข้าสู่ช่วงหฤโหดในเดือนธันวาคมที่มีเตะกันถึง 7 นัด (และนัดที่ 8 ในวันที่ 1 มกราคม) เรียกว่าเตะกันเกือบ 2 เท่าของปกติ ถ้าดูขุมกำลังของเลสเตอร์เทียบกับทีมอื่นแล้วก็น่าจะดูดีกว่าหน่อยแต่จะเก็บผลการแข่งขันได้หรือเปล่ายังเป็นอีกปัญหาหนึ่ง

เท่าที่มีโอกาสดูในนัดที่แพ้ เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเวลาที่เลสเตอร์ตกอยู่ในความสับสน ในความรู้สึกของผมคือเหมือนนักเตะกำลังได้รับวิธีการเล่นหรือถ่ายทอดความเข้าใจบางอย่างเพิ่มเติมแต่ยังย่อยไม่ทัน ส่วนนี้ดูจากปฏิกิริยาของนักเตะที่มีการหยุดชะงักหลายครั้งราวกับกำลังใคร่ครวญอะไรบางอย่างและเป็นกันหลายคนทำให้พลาดช่วงเวลาดีๆ ในการเลือกเล่นไป เช่นพลาดการส่งไปครึ่งวินาที ตัดสินใจเลี้ยงช้าไปจนไลน์ที่จะฝ่าไปได้โดนปิดต้องส่งลูกคืนหลังอะไรทำนองนั้น

ในเกมกับวัตฟอร์ตไม่ได้ดูเต็มเกมแต่จากไฮไลต์ก็ดูเหมือนจะเข้าท่าขึ้นแต่ประตูวัตฟอร์ตเซฟพอสมควร ถึงอย่างนั้นวาร์ดี้ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาก็ทำได้สองประตูเพื่อเก็บสามแต้มทำให้โมเมนตัมกลับมา น่าเสียดายที่การเจอเชฟฟิล์ดเวนส์เดย์ไม่สามารถรักษาสกอร์ขึ้นนำจนจบได้

และจุดที่เลสเตอร์ยังทำได้ไม่ดีนักคือคุณภาพในการจบสกอร์ โดยเฉพาะตำแหน่งปีกขวาหรือหน้ากึ่งปีกทางขวาที่ใช้เด็กๆ หลายคน ขาดความเฉียบคมและใช้เวลาจัดระเบียบร่างกายนาน สำหรับผมดูแล้วคิดว่าอาจจะเกิดจากการใช้เวลาขัดเกลากระบวนการในการจบสกอร์กันมาก การเข้าสู่ตำแหน่งหลายๆ คนในทีมและน้องๆ ทำได้เร็วพอที่จะถึงจุดนัดพบก่อนคู่แข่งทำให้นักเตะมีโอกาสจบสกอร์มาก

เพียงแต่คุณภาพในการจัดระเบียบร่างกายอย่างเช่นลูกเมื่อวานที่ฟาตาวูยิงได้ การพักอกเอาบอลลงและการปล่อยให้บอลลอยสูงแล้วค่อยย้อยลงอีกครั้งถึงจะยิงถึงจะเป็นประตูแต่ถ้าขึ้นมาในระดับพรีเมียร์โอกาสจะไม่เกิดนานขนาดนี้ ถ้ายังจบสกอร์ในตอนที่บอลกระทบพื้นหรือเด้งขึ้นเล็กน้อยไม่ได้การทำประตูด้วยเท้าจะกลายเป็นปัญหาของปีกเลสเตอร์ (เป็นกันหลายคนโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ขึ้นมาหรือยืมมาคือใช้เวลานานเพราะรูปแบบการเล่นที่ดึงการประกบและสอดเข้าในหลายจังหวะทำให้ตัวจบของเลสเตอร์มีเวลามากพอสมควรแต่กลายเป็นการจบสกอร์ช้าตามไปด้วย) เนื่องจากมีหลายครั้งที่นักเตะค่อนข้างใช้เวลาจัดระเบียบนานไม่ได้เป็นครั้งคราวทำให้ตรงนี้ยังเป็นข้อด้อยที่ต้องรอการพัฒนา ถ้าเทียบกับอิปสวิชที่ใช้โอกาสน้อยกว่าแต่ยิงกันค่อนข้างคม อิปสวิชก็น่าจะใช้เวลาการซ้อมเฉพาะเจาะจงเรื่องการยิงมากกว่าเลสเตอร์ (ดูจากน้ำหนัก ทิศทาง และความผ่อนคลายเวลายิงประตูของอิปสวิชจากไฮไลต์หลายๆ ลูกเลยคิดว่าเขาดูคุ้นเคยเวลาจบสกอร์เหมือนกับการซ้อมกันมาก่อน ขณะที่เลสเตอร์ยังมีหลายคนที่ลนลานตอนจะได้จบ แต่ถ้าดูกระบวนการที่จะพาทีมไปจบสกอร์ การรับส่งบอล กลยุทธ์การเคลื่อนที่ เลสเตอร์นั้นดีกว่า สร้างโอกาสได้มากกว่า)

นอกจากนี้เลสเตอร์ยังมีเสริมทัพด้วยการยืมตัวจาเรล ควอนซาห์เซนเตอร์แบคจากลิเวอร์พูลเพื่อให้แน่ใจว่าทีมจะมีขุมกำลังเพียงพอ โดยมีเปรสตันเป็นคู่แข่ง จริงๆ ก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวสำหรับลิเวอร์พูลและควอนซาห์ในการมาเก็บประสบการณ์ อย่างโซลันเก้ที่ลิเวอร์พูลเคยปล่อยก็ได้มาเรียกจังหวะตัวเองหลังทีมตกชั้นมาแชมเปียนชิปก่อนแล้วกลับขึ้นไปใหม่ วิธีการเล่นและสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนของเลสเตอร์ก็ดูเข้าท่าและอาจจะเหมาะสมกว่าหลายทีม เลสเตอร์จำเป็นต้องกดคนอื่นเพื่อคว้าตั๋วเลื่อนชั้นแนวทางการเล่นก็อาจคล้ายกับลิเวอร์พูลที่ต้องเล่นเกมรุกจะเป็นสิ่งที่อีกหลายทีมในแชมเปียนชิปให้กับควอนซาห์ไม่ได้ ตัวผู้เล่นของเลสเตอร์เองก็ต้องการกองหลังที่มีความเร็วความคล่องตัวมาเสริมเพื่อช่วยเวสเตอร์การ์ดหรือซุตทาร์ซึ่งฟาสคนเดียวอาจไม่ไหวควอนซาห์น่าจะได้รับโอกาสและลองอะไรหลายๆ อย่างเช่นการเลี้ยงแหวกขึ้นไปในบางจังหวะ จริงๆ ส่วนตัวอยากยืมคาวัลโญ่ด้วยนะ 55 

แต่เดือนธันวาที่จะถึงคือการแข่งขันที่ดุเดือดแน่นอน 7+1 นัด(ในวันปีใหม่) คือโปรแกรมที่บ้ามากสำหรับฟุตบอล เป็นเดือนที่สามารถทำให้ตารางคะแนนเปลี่ยนแปลงได้มากมาย มันมากพอที่จะทำให้กลุ่มผู้นำในตารางสลับที่หรือบางทีอาจจะนั่งได้มั่นคงกว่าเดิม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่