เมื่อวาน กลับบ้าน ว่างๆไม่รู้ทำไร เปิดเน็ทฟลิกซ์ไปเจอ เรื่องนี้พอดี ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนลิเวอร์พูล คงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ถ้าใคร ไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลหรือแฟนบอล ก็ขอเล่าสั้นๆว่า เป็นนัดชิงบอลยูโรเปียนคัพ คือถ้วยใหญ่สุดของยุโรปสำหรับบอลสโมสร เป็นถ้วยที่นักบอลทุกคนใฝ่ฝันอยากได้ถ้วยนึง
ซึ่งลิเวอร์พูลตอนนั้น อยู่ในช่วงย่ำแย่ แต่กลับทะลุมาถึงรอบชิง เจอ เอซีมิลาน ที่นักเตะแต่ละคนคือระดับโลกทุกตำแหน่ง แล้วครึ่งแรก เจอนำไป 3-0 แบบฟอร์มคนละชั้น ตอนนั้นมีแต่คนคิดว่า ครึ่งหลังคงเละอีก เพราะสู้ไม่ได้เลย แต่ผิดคาด ครึ่งหลัง กลับไล่ตีเสมอได้ และยืดเยื้อถึงยิงจุดโทษและชนะไปในที่สุด นัดนั้นเลยได้ชื่อว่า ปาฎิหารย์แห่งอิสตันบูล
ในสารคดี ก็มีการย้อนไปถึงช่วงก่อนหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น สามนักเตะลิเวอร์พูล ไมเคิล โอเว่น สตีเว่น เจอราร์ด เจมี คาราเกอร์ ที่กำลังอยู่ในค่ายเก็บตัวทีมชาติ ต้องมารู้ข่าวว่าสโมสรปลดผู้จัดการแล้ว แล้วแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาคือ ราฟาเอล เบนิเตช
แล้ว เบนิเตช ถ้าใครได้ดูแล้วก็จะรู้ว่า พี่แกเนิร์ดฟุตบอลชัดๆ และได้รู้สักทีว่า ที่แกชอบจดโน็ตตลอด แกจดอะไรบ้าง คือแกทำงานละเอียดจริงๆนั่นแหละ
ในรอบแบ่งกลุ่มที่เราเกือบจะตกรอบแล้ว ถ้าไม่ได้ลูกยิงของเจอราร์ดยิงลูกที่สาม ในนัดเจอโอลิมเปียก็อซ และทำให้เราลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นที่ ราฟา เปลี่ยนเอา ปงโกลด์ กับ เมลเลอร์ลงมา ในตอนนั้น มันคืออะไรที่บ้าจริงๆ ที่เกมกดดันขนาดนั้น แกส่งเด็กสองคนลงมา แถมยิงได้ทั้งสองคนอีก
ในสารคดีแสดงให้เห็นถึงความกดดันต่างๆ เพราะผลงานในลีกก็ห่วย เซลซีก็ตามจีบ เจอราร์ด เรียกว่า สถานการณ์ตอนนั้น ไม่ดีมากๆ แต่บอลฟอร์มก็ค่อยๆดีขึ้นมา สุดท้ายก็มาถึงรอบชิงจนได้
และไฮไลท์ก็คือ เกิดอะไรระหว่างพักครึ่ง ซึ่งในสารคดีก็ให้นักเตะในตอนนั้นออกมาเล่า ก็คือ แต่ละคนตอนแรกก็เงียบแต่ก็เริ่มโวยวายกัน สุดท้ายราฟาก็พยายามจะแก้เกม เข้าหัวนักเตะบ้าง ไม่เข้าบ้าง แต่ที่ทุกคนกลับมีใจสู้ขึ้นมา เพราะตอนเดินกลับเข้าสนาม เสียงเพลง You'll never walk alone กลับดังสนั่นไปทั่วสนาม ทั้งๆที่ พวกเขาโดนนำไป 3-0 แบบสู้ไม่ได้ แต่กองเชียร์กลับยังเชียร์กันเหมือนเดิม
และที่เหลือก็คือ ประวัติศาสตร์
สำหรับแฟนลิเวอร์พูล ที่เซ็งกับผลงานอันบัดซบของฤดูกาลที่ผ่านมา ก็หยิบมาดูแก้เซ็งได้นะครับ เห็นนักเตะเก่าๆมาเล่าเรื่องตอนนั้นก็สนุกดีเหมือนกัน
Untold UK Liverpool's miracle of Istanbul ภาพยนตร์กึ่งสารคดีของ Netflix กับฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์นัดนึง
แต่ถ้าใคร ไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลหรือแฟนบอล ก็ขอเล่าสั้นๆว่า เป็นนัดชิงบอลยูโรเปียนคัพ คือถ้วยใหญ่สุดของยุโรปสำหรับบอลสโมสร เป็นถ้วยที่นักบอลทุกคนใฝ่ฝันอยากได้ถ้วยนึง
ซึ่งลิเวอร์พูลตอนนั้น อยู่ในช่วงย่ำแย่ แต่กลับทะลุมาถึงรอบชิง เจอ เอซีมิลาน ที่นักเตะแต่ละคนคือระดับโลกทุกตำแหน่ง แล้วครึ่งแรก เจอนำไป 3-0 แบบฟอร์มคนละชั้น ตอนนั้นมีแต่คนคิดว่า ครึ่งหลังคงเละอีก เพราะสู้ไม่ได้เลย แต่ผิดคาด ครึ่งหลัง กลับไล่ตีเสมอได้ และยืดเยื้อถึงยิงจุดโทษและชนะไปในที่สุด นัดนั้นเลยได้ชื่อว่า ปาฎิหารย์แห่งอิสตันบูล
ในสารคดี ก็มีการย้อนไปถึงช่วงก่อนหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น สามนักเตะลิเวอร์พูล ไมเคิล โอเว่น สตีเว่น เจอราร์ด เจมี คาราเกอร์ ที่กำลังอยู่ในค่ายเก็บตัวทีมชาติ ต้องมารู้ข่าวว่าสโมสรปลดผู้จัดการแล้ว แล้วแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาคือ ราฟาเอล เบนิเตช
แล้ว เบนิเตช ถ้าใครได้ดูแล้วก็จะรู้ว่า พี่แกเนิร์ดฟุตบอลชัดๆ และได้รู้สักทีว่า ที่แกชอบจดโน็ตตลอด แกจดอะไรบ้าง คือแกทำงานละเอียดจริงๆนั่นแหละ
ในรอบแบ่งกลุ่มที่เราเกือบจะตกรอบแล้ว ถ้าไม่ได้ลูกยิงของเจอราร์ดยิงลูกที่สาม ในนัดเจอโอลิมเปียก็อซ และทำให้เราลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นที่ ราฟา เปลี่ยนเอา ปงโกลด์ กับ เมลเลอร์ลงมา ในตอนนั้น มันคืออะไรที่บ้าจริงๆ ที่เกมกดดันขนาดนั้น แกส่งเด็กสองคนลงมา แถมยิงได้ทั้งสองคนอีก
ในสารคดีแสดงให้เห็นถึงความกดดันต่างๆ เพราะผลงานในลีกก็ห่วย เซลซีก็ตามจีบ เจอราร์ด เรียกว่า สถานการณ์ตอนนั้น ไม่ดีมากๆ แต่บอลฟอร์มก็ค่อยๆดีขึ้นมา สุดท้ายก็มาถึงรอบชิงจนได้
และไฮไลท์ก็คือ เกิดอะไรระหว่างพักครึ่ง ซึ่งในสารคดีก็ให้นักเตะในตอนนั้นออกมาเล่า ก็คือ แต่ละคนตอนแรกก็เงียบแต่ก็เริ่มโวยวายกัน สุดท้ายราฟาก็พยายามจะแก้เกม เข้าหัวนักเตะบ้าง ไม่เข้าบ้าง แต่ที่ทุกคนกลับมีใจสู้ขึ้นมา เพราะตอนเดินกลับเข้าสนาม เสียงเพลง You'll never walk alone กลับดังสนั่นไปทั่วสนาม ทั้งๆที่ พวกเขาโดนนำไป 3-0 แบบสู้ไม่ได้ แต่กองเชียร์กลับยังเชียร์กันเหมือนเดิม
และที่เหลือก็คือ ประวัติศาสตร์
สำหรับแฟนลิเวอร์พูล ที่เซ็งกับผลงานอันบัดซบของฤดูกาลที่ผ่านมา ก็หยิบมาดูแก้เซ็งได้นะครับ เห็นนักเตะเก่าๆมาเล่าเรื่องตอนนั้นก็สนุกดีเหมือนกัน