JJNY : “ชุมสาย”ฟาดเลขาฯกกต.│โควิดระลอกนี้เยอะ!│‘แอตต้า’หวั่น'ตี๋หมวย' หนีเที่ยวไทยทัวร์ยุโรปแทน│นาโตส่งรถถัง-ยานเกราะ

“ชุมสาย” ฟาด เลขาฯกกต.ตอบไม่เคลียร์
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_540622/

“ชุมสาย” ฟาด เลขาฯกกต.ตอบไม่เคลียร์ จัดพิมพ์คู่มือเลือกตั้งผิดพลาด เบอร์พรรคเพื่อไทยหาย เตือนต้องเร่งหาสาเหตุแก้ไขทันที
 
นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า กกต.จัดพิมพ์คู่มือเลือกตั้งให้ประชาชนโดยตกหล่นเบอร์พรรคหมายเลข 27 ถึง 31 ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วยนั้น กกต.โดยเลขาธิการ กกต.ได้ออกมาให้ข่าวกับสื่อว่า ไม่เป็นจริงตามข่าวนั้น ตนเห็นว่าเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นความจริงถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง ตั้งแต่มี กกต.มา เป็นความผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ ลำดับหมายเลขพรรคขาดตกหล่นไป ขนาดนั้นได้อย่างไร ผู้บริหารในระดับสูงสุดของ กกต. จะต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วนโดยละเอียดว่า มันเป็นความผิดพลาด ในขั้นตอนไหน ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นเรื่องเจตนาหรือเป็นประมาทเลินเล่อในระดับไหน และต้องเร่งแก้ไขให้ทันเวลา
 
เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเสียหาย แต่จากที่ดูในข่าว เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์ว่าจะตรวจสอบคนโพสต์เรื่องนี้ย้ำถึง 3 ครั้ง และแจ้งว่าเป็นเฟคนิวส์ ตอบสื่อไม่เคลียร์ ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย จึงอยากทราบว่าการตรวจสอบ พบว่าไม่มี เป็นข่าวปลอม หรือการทำงานผิดพลาดจากกระบวนการพิมพ์หรือไม่ หากเพลตถูกต้อง เป็นไปไม่ได้ที่พิมพ์งานออกมาจะผิดพลาด
 
นอกจากไฟล์งานผิดพลาดตั้งแต่ทำอาร์ทเวิร์ค (ออกแบบ) เว้นแต่จะมีเจตนาให้ผิดพลาดเสียเองหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน กกต.ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงออกมาปฏิเสธ แล้วจบไป ต้องตรวจสอบในเชิงลึกว่ามีข้าราชการระดับ ผ.อ.สำนัก ที่มีหน้าที่จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ทำเพลตงานพิมพ์ให้หมายเลข 27-31 ตกหล่นโดยหวังผลทำลายคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยหรือไม่
 
นายชุมสาย กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่งที่น่าห่วงคือ การขนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าจากศูนย์ไปรษณีย์กลางหลักสี่ ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ การควบคุมไว้ที่ห้องมั่นคง และการขนกลับเพื่อคัดแยก กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นอำนาจของ กกต.ในการดำเนินการ การเลือกและตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ประชาชนและเจ้าหน้าที่ กกต.
 
ซึ่งมีขั้นตอนที่ประชาชน ติดตามตรวจสอบได้ยาก และสามารถทำผิดได้ง่าย หากเกิดการทุจริตทำผิดกฎหมาย จะเกิดความเสียหายมาก อย่างไรก็ดีตนจะแจ้งและให้แนวทางปฏิบัติแก่ผู้สมัครและทีมงานของพรรคเตรียมจัดคนเฝ้าระวังการขนย้ายบัตรเลือกตั้ง การควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนล่วงหน้า รวมถึงการเฝ้าระวังการโกงการเลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค.66 นี้ อย่างใกล้ชิด 
 
ทั้งผู้สังเกตการณ์ที่มีสิทธิ์อยู่ในคูหาเลือกตั้ง และนอกคูหา หากมีความผิดปกติหรือมีข้อพิรุธสงสัยจะต้องบันทึกและเก็บหลักฐานไว้ให้มากที่สุด และต้องโต้แย้งคัดค้านกับเจ้าหน้าที่ในทันที หากมีผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะมอบให้ฝ่ายกฎหมายพรรคดำเนินคดีจนถึงสิ้นสุด



โควิดระลอกนี้เยอะ! "หมอจุฬา" เตือน ติดเชื้อควรแยกตัว 7-10 วัน จนกว่าจะไม่มีอาการ ตรวจ ATK ซ้ำแล้วได้ผลลบ ค่อยมาทำงานหรือใช้ชีวิต
https://siamrath.co.th/n/442462

วันที่ 28 เม.ย.66 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "Thira Woratanarat" ระบุว่า 

...เช้านี้...ยังคงมีรายงานให้ทราบว่าติดกันรัวๆ
ระลอกนี้เยอะมากนะครับ

ติดเชื้อแล้วยังควรแยกตัวจากผู้อื่น 7-10 วัน จนกว่าจะไม่มีอาการและตรวจ ATK ซ้ำแล้วได้ผลลบ จากนั้นจึงค่อยมาทำงานหรือใช้ชีวิต โดยป้องกันตัวเคร่งครัดจนครบ 14 วัน

ด้วยหลักฐานทางการแพทย์จากการวิจัยทั้งจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ
หากติดเชื้อและแยกตัว 5 วัน มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้อยู่ 50-75%
7 วัน 25-30%
10 วัน 10%
14 วัน ก็จะปลอดภัย

แต่หากไม่แยกตัว หรือแยกตัวระยะสั้น ไม่เพียงพอ ย่อมเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้
ที่ทำงานควรช่วยกันปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานของตนเองให้มีการถ่ายเทอากาศ ระมัดระวังการรับประทานอาหารร่วมกัน และรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ

https://www.facebook.com/thiraw/posts/pfbid0waVFnUqcyGqLZkLhFrfNX982A1fmEswf5KsXJQUEneKWTtgBPpRdcj4suNdxgrLKl



‘แอตต้า’ หวั่น 'ตี๋หมวย' หนีเที่ยวไทยทัวร์ยุโรปแทน เหตุลิมิตวีซ่า-เงื่อนไขอื้อ สกัดการฟื้นตัวท่องเที่ยวหลุดเป้า 5 ล้านคน
https://www.matichon.co.th/economy/news_3948145

‘แอตต้า’ หวั่น ‘ตี๋หมวย’ หนีเที่ยวไทยทัวร์ยุโรปแทน เหตุลิมิตวีซ่า-เงื่อนไขอื้อ สกัดการฟื้นตัวท่องเที่ยวหลุดเป้า 5 ล้านคน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการตลาดจีน หรือกลุ่มทัวร์จีนสะท้อนปัญหาเข้ามายังสมาคมฯ เนื่องจากการเดินทางเข้าไทยจะมีความเข้มงวดขึ้น หลังจากได้รับหนังสือรายงานจากสถานทูตไทยในจีน ที่ระบุว่า บริษัททัวร์จีนหากจะยื่นขอวีซ่าให้กับลูกทัวร์ผ่านระบบตรวจตราคนต่างด้าวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยหรือวีซ่า ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 จะสามารถยื่นได้ไม่เกิน 20 -30 รายต่อครั้งเท่านั้น จากก่อนหน้านี้สามารถยื่นได้แบบไม่จำกัด และบริษัททัวร์จะต้องมีเอกสารเหลืองหรือเยลโล่การ์ดที่ออกโดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนด้วย ซึ่งการระบาดโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เยลโล่การ์ดหมดอายุ โดยผู้ประกอบการอยากขอให้รัฐบาลไทยผ่อนปรนเรื่องนี้ออกไปก่อน เพราะมีการเพิ่มเงื่อนไขและขั้นตอนที่ยุ่งยากขึ้นด้วย

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้กำหนดเงื่อนไขคือ ต้องแสดงพาร์สปอร์ต ถ่ายเอกสารพาร์ตสปอร์ตรูปแบบสี ต้องแสดงเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พัก เงินในบัญชีต้องไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นหยวน เอกสารสำเนาบัตรประชาชนจะต้องถ่ายหน้า-หลัง ยื่นหนังสือเดินทาง และเจ้าของหนังสือเดินทางต้องแสดงรูปถ่ายของตนเองคู่กับหนังสือเดินทาง โดยเงื่อนไขดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยไม่สะดวก โดยผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศ มองว่าการกระทำแบบนี้เหมือนเป็นการสกัดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ทั้งที่ก่อนโควิด-19 ผู้ประกอบธุรกิจทำทัวร์จีนสามารถทำวีซ่าให้กับลูกทัวร์ได้แบบไม่มีข้อจำกัด ซึ่งความยุ่งยากนี้อาจทำให้เปลี่ยนไปเที่ยวยุโรปหรือประเทศใกล้เคียงอย่างญี่ปุ่นแทน

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า การยื่นขออีวีซ่าของบริษัททัวร์นั้น กระทรวงการต่างประเทศไทยได้กำหนดโควต้าที่ยังไม่ชัดเจน เพราะบางบริษัทสามารถยื่นขอทำวีซ่าได้ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่บางบริษัทสามารถยื่นขอได้ 3 ครั้ง กำหนดเป็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และ อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ ซึ่งมองว่าเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน จึงอยากให้รัฐบาลไทยกำหนดให้ชัดเจนกว่านี้ นอกจากนี้ จากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนไว้ที่ 5 ล้านคน ทั้งปี 2566 ซึ่งต้องรอลุ้นอีกครั้งว่าจะถึงเป้าหมายหรือไม่ เพราะในช่วงเกือบ 4 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทย เพียง 7.5 แสนคนเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่