JJNY : 5in1 ‘วิโรจน์’ชี้วันเฉลยข้อสอบ│‘วิโรจน์’สวน‘ยศชนัน’│ยื่นศาลรธน.ปมคิวอาร์โค้ด│ขู่ฆ่า ‘อดีตสส.ปชน’│ผู้สูงอายุบ่นอุบ

เจอตัวแล้ว? ‘วิโรจน์’ ชี้วันเฉลยข้อสอบ หลัง 89 สว.ดาหน้าอัด ‘เท้ง’ปมกล่าวหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
https://www.dailynews.co.th/news/5890805/
.

.
เจอตัวแล้ว? ‘วิโรจน์’ ชี้วันเฉลยข้อสอบหลัง 89 สว.ดาหน้าแถลงอัด ‘เท้ง’ ปมกล่าวหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ พร้อมขอบคุณ 111 สว. ที่ยังเป็นความหวังประชาชน-หลักยึดบ้านเมือง
.
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์แชร์ข่าว 89 สว. แถลงข่าวเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน กรณีพาดพิง สว. เป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน  พร้อมระบุข้อความว่า
.
ที่ผ่านมาประชาชนเขาสงสัย และพยายามที่จะตามหาตัวกันมาโดยตลอดว่า สว.สีน้ำเงิน น่าจะมีใครกันบ้าง หน้าตาเป็นอย่างไร มีชื่อเสียงเรียงนามอะไร วันนี้เหมือนเป็นวันเฉลยข้อสอบครับ หลังจากวันนี้ประชาชนก็น่าจะพอคาดเดากันได้ว่า สว.สีน้ำเงิน อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีสัก 89 คน ชื่ออะไร หน้าตาเป็นยังไง ก็สามารถติดตามได้จากข่าวครับ
.
อย่างไรผมต้องขอขอบคุณ สว. อีก 111 ท่าน ด้วยนะครับ ซึ่งหลายท่าน ผมได้ให้ความเคารพ และยอมรับนับถืออยู่มาก ขอบคุณทั้ง 111 ท่าน ที่ยังคงเป็นความหวังให้กับประชาชน และเป็นหลักยึดให้กับบ้านเมืองของเราครับ.
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid0NVRYoyxorrUTAvqVEh3SnTmi4PzSmkowqykQujomLrgF34tLHo65KLE9EnhNCQ7Xl
.

.
‘วิโรจน์’ สวน ‘ยศชนัน’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องทำควบคู่ปราบคอร์รัปชัน
https://www.dailynews.co.th/news/5889777/
.
‘วิโรจน์’ สวน ‘ยศชนัน’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องทำควบคู่ปราบคอร์รัปชัน หากปล่อยโกงเบ่งบานมีแค่คนไม่กี่กลุ่มได้ประโยชน์ ส่วนประชาชนได้เพียงเศษเนื้อข้างเขียง เป็นหนูติดจั่นในระบบเศรษฐกิจ ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
.
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
เศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้คอร์รัปชันลดลง หรือ คอร์รัปชันลดลง จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น จากกรณีที่คุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำเสนอแนวคิดว่า “ผมตั้งเป้าว่าเป็นรายได้สูงคนอาจจะหัวเราะแต่ทุกอย่างจะกลับมาที่ปากท้อง อาจจะไปแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด แต่หากเราทำให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอรัปชัน”

ประเด็นนี้มีข้อถกเถียงกันทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า Endogeneity คือ ทั้งสองตัวแปรต่างส่งผลซึ่งกันและกัน จนเกิดคำถามว่าตกลงแล้ว เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จะทำให้คอร์รัปชันลดลง หรือคอร์รัปชันลดลง จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ตกลงอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
.
นายวิโรจน์ ระบุว่า คนฝั่งหนึ่งเชื่อว่า เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น สามารถจ่ายเงินเดือน และสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐในระดับที่สูง จน “ต้นทุนการโกง” ซึ่งก็คือ โอกาสที่จะถูกจับได้ และการสูญเสียงานที่มั่นคง จะสูงกว่า “ผลประโยชน์จากการโกง” และเมื่อประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ก็จะลงทุนกับการศึกษาที่มากขึ้น ทำให้ชนชั้นกลางขยายตัว ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะไม่ทนกับการโกง และมักจะรวมตัวกันเรียกร้อง ความโปร่งใส และการตรวจสอบภาครัฐ รวมถึงมีกำลังทรัพย์เพียงพอ ที่จะร่วมติดตามตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น
.
นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่โตขึ้น มักมาพร้อมกับการลงทุนด้านดิจิทัล ของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งจะทำให้งานธุรการ และการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ลดลง ซึ่งจะทำให้การใช้อำนาจหน้าที่ในการสร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกรับผบประโยชน์ และการล็อคสเป็คฮั้วประมูลลดลงไปโดยปริยาย
.
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า แม้รายได้และระดับการพัฒนาของประเทศจะสัมพันธ์กับคอร์รัปชันที่ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า เพียงทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นแล้วคอร์รัปชันก็จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เพราะการเกิดคอร์รัปชันยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย อาทิ การผูกขาด การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ความโปร่งใส และการบังคับใช้กฎหมายและความรับผิดด้วย
.
และยังมีงานวิจัยอีกจำนวนมาก ระบุว่า การคอร์รัปชัน นั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้คนที่รวยกว่า ได้รับอภิสิทธิ์จากรัฐ ก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์ที่สนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชันให้มีความเข้มแข็งจนอยู่เหนือกฎหมายอีกด้วย ดังนั้นเศรษฐกิจที่เติบโตบนพื้นฐานของรัฐที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ อาจกระจุกตัวอยู่ในมือของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่กลุ่ม ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่อาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และอาจต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น
.
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ จึงสนับสนุนสมมติฐานของอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่า ที่เชื่อว่า “การลดการทุจริตคอร์รัปชัน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น และเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นนั้น จะมีโอกาสได้รับการจัดสรร และแจกจ่ายอย่างเป็นธรรมมากขึ้น”
.
โดยการคอร์รัปชันที่ลดลง จะทำให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ จะมั่นใจว่ากฎหมายจะคุ้มครองความสุจริตได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรีดไถ จนกลายเป็นต้นทุนแฝงของกิจการ ตลอดจนไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ตามใจชอบ สภาวะเช่นนี้จะทำให้นักลงทุนมีความพร้อมที่จะลงทุนในระยะยาว การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่มีความโปร่งใส ตลาดและคุณภาพ จะทำให้ประเทศมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ในราคาที่เหมาะสม เป็นรากฐานที่ดีในการเหนี่ยวนำให้ภาคเอกชนทั้งใน และต่างประเทศ ลงทุนเพิ่มเติม
.
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า เงินภาษีที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะถูกนำไปพัฒนาการศึกษา และสาธารณสุข แทนที่จะไหลไปอยู่ในกระเป๋าของกลุ่มทุนอุปถัมภ์ กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมภายในประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบเส้นสาย
.
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเชื่อว่า การขับเคลื่อนนโยบายให้เศรษฐกิจดีขึ้น จะต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อให้เศรษฐกิจที่ดีขึ้น เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกคนโดยเสมอภาค หากคิดแต่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต โดยปล่อยปละละเลยให้การทุจริตคอร์รัปชันเบ่งบาน เศรษฐกิจที่โตขึ้น จะมีแค่คนไม่กี่กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์ ส่วนประชาชนส่วนใหญ่ เต็มที่ก็คงจะได้เพียงเศษเนื้อข้างเขียง เนื้อยาสูบติดก้นกรอง เป็นเพียงหนูติดจั่นในระบบเศรษฐกิจ ที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อย่างแข็งแรง” นายวิโรจน์ ระบุ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid0dHNv89AH8f69XC88i4NbCBqjJrW3ZZ8n4FqCRjMbAbttutdhwyrm9y9dx9kfok3Zl
.

.
ทนายอั๋น หอบหลักฐานยื่นศาลรธน. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ขนข้อมูล สมชัย-ดร.เรือบิน ส่งเพิ่ม https://www.matichon.co.th/politics/news_5733098
.
ทนายอั๋น หอบหลักฐานยื่นศาลรธน. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ขนข้อมูล สมชัย-ดร.เรือบิน ส่งเพิ่ม 
.
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีหนังสือแจ้งให้ตนจัดทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรตามประเด็นที่ศาลกำหนดรวม 5 ประเด็น โดยให้จัดส่งภายในกรอบเวลา 15 วัน ซึ่งตนในฐานะหนึ่งในผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดกำกับอยู่นั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ ตนไม่ได้มีเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังได้แนบข้อมูลและข้อเท็จจริงหนาหลายร้อยหน้าของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. รวมทั้งข้อมูลของ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ “ดร.เรือบิน” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากบุคคลทั้งสองถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
.
นายภัทรพงศ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนถึงวันเลือกตั้งได้มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นล็อตใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีการนำบัตรไปพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน รวมถึงพฤติกรรมของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งกปน.เป็นผู้คุมต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและยังมีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกด้วยจึงเป็นเรื่องที่ไม่อยาก หรืออีกกรณีหนึ่งคือ หัวคะแนนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำ 3 ตัวท้ายของบัตรเลือกตั้งแล้วไปถ่ายรูปในตอนเลือกตั้ง ซึ่งก็จะสามารถทำให้ทราบตรวจสอบย้อนถึงต้นขั้วได้ว่าเป็นใคร ทั้งนี้ตนน่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า ว่าจะมีคำสั่งวินิฉัยเลยหรือไม่ หรืออาจจะต้องเรียกเอกสารใดเพิ่มเติม หรือนัดสืบพยานทั้ง 2 ฝ่าย
.
พร้อมกันนี้ ตนยังได้ยื่นเสนอตัวเพื่อขอเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในการสืบพยานไต่สวนสอบสวนของฝั่งผู้ร้อง เพื่อทำหน้าที่หักล้างพยานหลักฐานของทาง กกต. ที่ก่อนหน้านี้เคยอ้างชื่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม และบุคคลอื่นๆ เข้ามาเป็นพยาน โดยตนขอยืนยันว่าเรื่องบัตรเลือกตั้งนี้ไม่เป็นความลับ และการมีบาร์โค้ดรวมถึงคิวอาร์โค้ดบนบัตรไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่เป็นสิ่งที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
.
สำหรับคดีนี้ผมว่าน่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งวินิจฉัยในคดีนี้เลยหรือไม่ หรืออาจจะมีคำสั่งเรียกเอกสารใดๆ เพิ่มเติม หรือจะมีการนัดสืบพยานของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งผมเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องนี้จบแน่นอน” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.

.
คนร้ายขู่ฆ่า ‘อดีตสส.พรรคประชาชน’ แฉแก๊งออกโฉนดทับที่ป่าชุมชน จ.ตาก
https://www.dailynews.co.th/news/5891096/
.
"คริษฐ์ ปานเนียม" อดีต สส.ตาก เขต 1 พรรคประชาชน เผยถูกคนร้ายขู่ฆ่า หลังออกมาแฉกระบวนการออกโฉนดทับที่ป่าชุมชน จ.ตาก จี้เอาผิดทั้งหมด ยืนยันเดินหน้าต่อสู้เพื่อชาวบ้าน
.
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายคริษฐ์ ปานเนียม อดีต สส.ตาก เขต 1 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองกระทุ่มหมู่ 6 ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่มในพื้นที่ ต.โป่งแดง มีบุคคลนำรถแบ๊กโฮเข้าไปปรับไถพื้นที่ ตัดไม้ทำลายป่า โคนต้นสักไม้แดงไม้เต็งไม้ลังไปมากกว่า 200 ต้น และทำลายป้ายโครงการของทางราชการ เพื่อปลูกมันสำปะหลัง ทำไร่ข้าวโพด มานานราวๆ 1 ปีแล้ว
.
ทำให้พื้นที่ป่าชุมชมชนที่เคยอุดมสมบูรณ์ ทรุดโทรมลงอย่างน่าเสียดาย ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในการดำรงชีวิตและเก็บของป่า ได้ถูกทำลายหายไปประมาณร้อยละ 30-40 เมื่อชาวบ้าน ไปแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรปำไม้ที่ 4 (ตาก) กลับได้รับคำตอบว่า ป่าชุมชนดังกล่าวได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับโฉนดที่ดินและไม่ได้อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจชัดเจน ว่าป่าชุมชนออกทับโฉนดที่ดินได้อย่างไร ทำให้ชาวบ้านไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่