ส.ว.นรเศรษฐ์ จ่อยื่นญัตติ บี้รบ.ทบทวนแลนด์บริดจ์ ข้องใจ พิพัฒน์ เร่งรัดเกินไป ทั้งที่ EHIA ยังไม่เสร็จ
.
.
‘นรเศรษฐ์’ เตรียมยื่นญัตติขอรัฐบาล ทบทวนการเดินหน้าโครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ สงสัยทำไมเร่งรีบเช่นนี้ ทั้งที่ EIA-EHIA ยังไม่เสร็จ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อมพื้นที่-ไม่คุ้มค่า
.
เมื่อวันที่ 27 เมษายน เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงว่า เตรียมเสนอญัตติต่อวุฒิสภา เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะโครงการดังกล่าว เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณมาก และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเช่นเดียวกัน ซึ่งรัฐบาลยืนยันหลายครั้งว่า จะเร่งรัดดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั้งที่กระบวนการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ทั้งท่าเรือฝั่งระนอง และชุมพร จึงมองว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งรัดเร่งรีบเกินไป ทั้งที่กระบวนการ EHIA ยังไม่เรียบร้อย รวมถึงการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของรถไฟทางคู่ และมอเตอร์เวย์ ก็ยังอยู่ในกระบวนการ ดังนั้นการเร่งรัดดำเนินการ อาจทำให้การดำเนินการ EIA และ EHIA ถูกมองเป็นเพียงพิธีกรรมได้
.
นายนรเศรษฐ์กล่าวด้วยว่า ข้อถกเถียงในสังคม ยังมีการถกเถียงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งตามรายงานของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ระบุตัวโครงการไม่มีความคุ้มค่า และท่าเรือ 2 ฝั่งที่ต้องใช้รถไฟขนถ่ายสินค้า เพื่อไปขึ้นท่าเรืออีกฝั่งหนึ่งนั้น ถูกผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือหลายคนระบุว่า อาจไม่มีผู้ขนส่งรายใดมาใช้บริการ และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโต้แย้งว่า ประชาชนอาจมีข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ตนจึงขอถามรัฐบาลว่า เป็นเพราะรัฐบาลไม่เปิดกระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะตามรายงาน EHIA ของท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้เชิญสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. มาสอบถามถึงการไม่เปิดเผยรายงาน EHIA ทั้งที่เป็นรายงานสาธารณะ เพื่อให้ภาคประชาสังคมได้รับทราบ และเป็นประโยชน์สาธารณะ แต่กลับได้ข้ออ้างว่าเป็นห่วงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ กฎหมาย PDPA ทั้งที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่ารายงาน EHIA สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นประโยชน์สาธารณะ
.
นายนรเศรษฐ์ ได้ตั้งข้อสงสัยต่อการดำเนินโครงการแลนด์บริจด์ว่า เป็นเพราะคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่ 9/2559 ด้วยหรือไม่ เพราะเปิดโอกาสให้เร่งรัดการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง สามารถเปิดประมูลล่วงหน้าได้ แม้รายงาน EIA และ EHIA อยู่ระหว่างการพิจารณา และรัฐบาล ยังจะเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติ SEC ให้เข้าสู่กระบวนการเร็วขึ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาในร่างกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการยกเว้นกฎหมายหลายฉบับ เพื่อให้กระบวนการดำเนินการแลนด์บริดจ์เร็วขึ้น และยังช่วย Fast Track กระบวนการ EIA และ EHIA ให้เร็วขึ้นด้วย
.
“ผมจึงต้องการสอบถามรัฐบาลว่า มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเร่งโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งใช้งบประมาณถึง 1,000,000 ล้านบาท และยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการถมทะเลทั้งฝั่งระนอง และชุมพร การระเบิดภูเขา เพื่อสร้างมอเตอร์เวย์ และทางรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งเกษตรกรรมของประเทศ” นายนรเศรษฐ์กล่าว.
.
.
12 จังหวัด PM2.5 ยังเกินค่า ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่
.
12 จังหวัด PM2.5 ยังเกินค่า ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20.5-57.4 มคก./ลบ.ม.
.
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.พิจิตร จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.อุบลราชธานี และ จ.นครราชสีมา
.
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20.5-57.4 มคก./ลบ.ม.
.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 14.7-50.2 มคก./ลบ.ม.
.
ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 15.6-71.7 มคก./ลบ.ม.
.
ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 14.5-40.3 มคก./ลบ.ม.
.
ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 14.5-19.2 มคก./ลบ.ม.
.
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 13.9-35.8 มคก./ลบ.ม.
.
.
‘แอตต้า’ ชี้ค่าเงินบาทผันผวน-ตั๋วบินแพง กระทบ 2 เด้ง ‘ต่างชาติเที่ยวไทย’ คาดปิดที่ 30-32 ล้านคนปี 69
.
‘แอตต้า’ ประเมินสถานการณ์ ‘ค่าเงินบาทผันผวน’ และสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง ดันค่าตั๋วเครื่องบินแพงหูฉี่ กระทบ 2 เด้งต่อตลาด ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ คาดยอดปี 2569 ปิดที่ตัวเลข 30-32 ล้านคน
.
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA (แอตต้า) กล่าวว่า ภาวะเงินบาทผันผวนกระทบต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่พอเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อมานานครบ 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพง แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในไตรมาส 2 น่าจะน้อยลงกว่าเดิม และลามไปถึงครึ่งหลังของปี 2569 ด้วย
.
โดยภาพรวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปัจจุบัน พบว่าชอปปิงในไทยลดลง ต่างจากยุคก่อนโควิด-19 ที่เห็นอะไรก็อยากซื้อไปหมด ทั้งสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นที่ซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก แต่ตอนนี้ไม่ได้หวือหวาเหมือนเดิมแล้ว อย่างนักท่องเที่ยวจีนที่เคยขึ้นชื่อว่าชอปปิงเก่ง ตอนนี้เลือกซื้อแต่สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่มีขายในบ้านเขา ขณะที่นักท่องเที่ยวอาเซียนยังชอปปิงอยู่บ้าง เพราะสนใจสินค้าของเมืองไทย ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปเขาเที่ยวอย่างเดียว ไม่ค่อยชอปปิงอยู่แล้ว
.
“สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ 2 เด้ง จากทั้งภาวะเงินบาทผันผวนและเหตุสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ทำให้ภาพรวมต้นทุนการใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น ขณะเดียวกันสายการบินต่างๆ ประกาศยกเลิกเส้นทางบินชั่วคราวหรือลดเที่ยวบินในช่วงตารางบินฤดูร้อนนี้ ส่วนเที่ยวบินที่ยังทำการบินได้ก็ต้องอัปราคาตั๋วเครื่องบินจากต้นทุนน้ำมันพุ่ง จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเลือกชะลอการเดินทางออกไปก่อน”
.
นายศิษฎิวัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยตอนนี้ประเมินเป็นรายไตรมาสยากมาก เพราะสงครามยังยืดเยื้อ ไม่มีความชัดเจน หากทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม ก็จะฟื้นตัวกลับมาเร็ว แต่ถ้าสถานการณ์โลกที่ไม่มีความชัดเจนกลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) แบบนี้ อาจทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทาง อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการท่องเที่ยวหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องเพื่อพยุงธุรกิจและเศรษฐกิจไทยเอาไว้
.
“ต้องติดตามว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะลามไปถึงไฮซีซันในไตรมาส 4 หรือไม่ เพราะการเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะเคลียร์กันได้ง่ายๆ และมีหลายประเทศเกี่ยวข้อง ทั้งสหรัฐ อิหร่าน และอิสราเอล ถ้าจบลงเร็ว ก็หวังว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง และทำให้การท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้ โดยแอตต้าประเมินแนวโน้มล่าสุดว่าตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในระดับ 30-32 ล้านคน”
.
ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม 36.7 ล้านคน ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1-3 เดือน
JJNY : ส.ว.นรเศรษฐ์บี้ทบทวนแลนด์บริดจ์│12 จังหวัด PM2.5 ยังเกินค่า│‘แอตต้า’ ชี้กระทบ 2 เด้ง│รัฐบาลทหารมาลีเผชิญวิกฤติ
.
.