วริสา พรรคประชาชน เผยชาวสวนอึ้ง ศุภจี ไลฟ์ขายทุเรียน ลูกละ 100 ทั้งที่หน้าสวนโลละ 120
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10224030
.

.
วริสา พรรคประชาชน เผยชาวสวนอึ้ง ศุภจี ไลฟ์ขายทุเรียน ลูกละ 100 ทั้งที่หน้าสวนขายได้กิโลกรัมละ 120 บาท ข้องใจช่วยชาวสวนจริง หรือแค่คอนเทนต์การเมือง
.
วันที่ 27 เม.ย.2569
วริสา มีเจริญ ทีมนโยบายเกษตร และอดีตผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงการเตรียมขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ของรัฐบาล ความว่า
.
กลายเป็นเรื่องที่ชาวสวนทุเรียนอึ้งที่สุดในเช้าวันนี้ ‘ทุเรียนลูกละ 100 บาท’ ล้านลูก โดยคุณศุภจีและพิมรี่พาย จะขายในไลฟ์สด 28 เมษายนนึ้ ย้ำ ลูกละ 100 บาท
.
ปัจจุบันทุเรียนภาคตะวันออกยังส่งออกได้ดี และยังไม่เกิดภาวะล้นตลาดจนฉุดราคาลงต่ำ โดยราคาซื้อขายหน้าสวนและล้ง ทุเรียนเกรด abc เฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท ต่อ กิโลกรัม
.
หากเป็นไปตามข่าว คุณศุภจีแจ้งว่า ‘ลงพื้นที่จำหน่ายสินค้าถึงหน้าสวน คัดเลือกทุเรียนคุณภาพ ตัดสด และจัดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค‘ หมายความว่า ทุเรียนคุณภาพที่ว่านั้น เป็นทุเรียนเกรด abc ใช่หรือไม่ กล่าวคือ ทุเรียนน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 2-6 กิโลกรัม ทรงสวย มีเนื้อเต็มมากกว่า 2 พู 1 เม็ด และผิวไม่มีตำหนิ ซึ่ง 1 ลูก จะราคามากกว่า 240+ บาท
.
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่คือการทำลายกลไกราคาของทุเรียนอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าไม่ได้นำทุเรียนเกรด abc มาขาย แนวทางที่เป็นไปได้ เช่น
.
นำทุเรียนมีตำหนิผิว ทรงไม่สวย ตกไซส์ หนามจีบ หนามแตก ราดำ จัมโบ้ เน้นเนื้อไม่เน้นทรงมาขาย ซึ่งเบอร์นี้จะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท แต่ขนาดลูกที่มากกว่า 2 กิโลกรัมนั้น ก็ทำให้ราคาต้นทุน อยู่ที่ 120+ บาท อยู่ดี
.
หรือนำทุเรียนเบอร์ D ,ไซส์เล็ก ที่เรียกกันว่าป๊อกแป๊ก น้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม/ลูก มาขายนั้นก็อาจเป็นไปได้ แต่ว่าทุเรียนป๊อปแป๊ก ก็มีราคากิโลกรัมละ 70+ บาท ซึ่งส่วนใหญ่ทุเรียนป๊อกแป๊กจะมีน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 1.7 กิโลกรัม หมายความว่า ต้นทุนก็จะเกิน 100 บาทอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่า คุณศุภจีจะหาทุเรียนป๊อกแป๊ก ขนาดลูกละ 1 กิโลกรัม มาได้ ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่า หมอนทองลูกเล็กขนาดนั้นค่อนข้างหายาก และห่างไกลกับคำว่า ทุเรียนคุณภาพดี
หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ทุเรียนหนอน หนอนแฉะ หนอนน้ำ ไฟท็อปฯ ที่จะมีตำหนิอยู่บริเวณผิว และอาจกินลึกเข้าไปถึงเนื้อได้ ทุเรียนเกรดนี้จะราคาถูก อาจอยู่ที่ 20-35 บาท แต่นั่นแหล่ะค่ะ นี่ไม่ใช่ทุเรียนคุณภาพ
.
หรือทางสุดท้าย คือการได้รับความร่วมมือจากสวนที่ยอมให้คว่ำทุเรียนของตนเองในราคาลูกละ 100 บาท เพื่อเป็นการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ก็อาจเป็นไปได้ ช่างเป็นสวนที่มีความเสียสละเพื่อผู้บริโภค แต่อาจจะยังสำหรับการคำนึงถึงการทำลายกลไกราคาทุเรียน และไม่คิดถึงใจพี่น้องชาวสวนด้วยกันเองเลย
.
ไม่ทราบจริงๆว่าท่านรัฐมนตรีศุภจี ท่านได้รับรายงานข้อมูลทุเรียนจาก สส. พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่หรือจากพาณิชย์,เกษตรจังหวัดว่าอย่างไร ทำไมถึงใช้วิธีนี้แก้ปัญหา (ทั้งๆที่ยังไม่เห็นปัญหาใหญ่)
.
ดิฉันในฐานะชาวสวนสนับสนุนทุกช่องทางในการกระจายสินค้า การไลฟ์สด การขายออนไลน์ หรือการเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกรขายตรงถึงผู้บริโภค เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสและลดคนกลางได้จริง
.
แต่โครงการภายใต้ชื่อว่าช่วยเกษตรกรนั้น ท่านควรถามชาวสวนก่อนว่า สิ่งนี้ช่วยเขาจริงหรือกำลังกดราคาผลผลิตทั้งระบบลง เพราะหากวันนี้ท่านได้รับแสง แต่วันถัดไปราคาหน้าสวนลง คนที่รับภาระไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ แต่คือชาวสวน
.
ขอย้ำว่า พาณิชย์กำลังเมาหมัด เพราะการช่วยเกษตรกรที่แท้จริง ไม่ใช่ทำให้ผลผลิตราคาถูกที่สุดเพื่อมีคนช่วยซื้อ แต่ต้องทำให้ผลผลิตขายได้ในราคาเป็นธรรมค่ะ
.
จึงอยากถามว่า นี่คือการช่วยเกษตรกรจริง… หรือแค่สร้างคอนเทนต์ทางการเมืองกันแน่คะ
.
https://www.facebook.com/warisameecharoen/posts/122121550413163261?ref=embed_post
.
.
ส.ว.อิสระหนุนปชน. ยื่นศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวนป.ป.ช. หมอเปรมเตือนพี่โสภณ ถ้าดึงเช็ง จ่อยื่นสอบอีกคน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693544
.
‘ส.ว.อิสระ’ หนุน ‘ปชน.’ ยื่นศาลฎีกา ตั้ง กก.ไต่สวน ป.ป.ช. ลั่นเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ให้ตรวจสอบ ดักคอ ‘ปธ.รัฐสภา’ ไม่ดึงเช็ง ด้าน ‘นพ.เปรมศักดิ์’ เตือน ‘พี่โสภณ’ อย่าฟังอำนาจมืด ใช้อำนาจผ่านสีน้ำเงิน-บุรีรัมย์คอนเน็กชั่น ถามคนในเงามืดจะทำร้ายองค์กรอิสระอีกนานแค่ไหน ขู่หากไม่ส่งต่อ เตรียมขยายผลสอบประธานรัฐสภาด้วย
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่รัฐสภา ส.ว.อิสระ นำโดย น.ส.
นันทนา นันทวโรภาส นพ.
เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
.
น.ส.
นันทนากล่าวว่า จากบทบาท ป.ป.ช.ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากย้อนกลับไปในคดีต่างๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ป.ป.ช.ก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดีของนาย
อิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย ไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช. 3 คน พัวพันสินบน 246 ล้านบาท ซึ่งเป็นทองคำ ไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหน
.
น.ส.
นันทนากล่าวว่า ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช.เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช.ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 ส.ส.ที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
.
น.ส.
นันทนากล่าวต่อว่า ดังนั้น กลุ่ม ส.ว.อิสระจึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย ส.ส.ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยต้องมี ส.ส. และ ส.ว.รวมกัน 1 ใน 5 หรือ 140 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน นี่คือช่องทางเล็กๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้มีการตรวจสอบ จึงหวังว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาจะไม่ดึงเช็ง ดึงเรื่อง แล้วใช้ดุลพินิจในการไม่ส่งเรื่อง
.
“
หวังว่าประธานรัฐสภาจะรีบนำคำร้องนี้ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช.ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน” น.ส.
นันทนากล่าว
.
น.ส.
นันทนากล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว ขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้น การแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้องประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อย แต่ดีกว่าถูกปิดกั้น
.
ด้าน นพ.
เปรมศักดิ์กล่าวว่า การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบนายโสภณ ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น
.
“
อยากจะฝากพี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดีฮั้ว ส.ว. ถ้าพี่โสภณสามารถเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ไม่ทำ หรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเน็กชั่น หรือบุรีรัมย์คอนเน็กชั่น ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ” นพ.
เปรมศักดิ์กล่าว
.
นพ.
เปรมศักดิ์กล่าวต่อว่า ฝากถึงนายโสภณว่าขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย นอกจากนี้ ขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระไปถึงไหน จะทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้เกิดความระส่ำระสายมาก อยู่ในการบริหารบุคคลของ ป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช.แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช.หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆ มาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
.
.
ส.ว.หมอเปรม ซัด พัฒนา เบี้ยวตอบกระทู้ กินก๋วยเตี๋ยวเมื่อคืน นายกฯไม่ได้กำชับหรือ?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693562
.
‘หมอเปรม’ เหน็บ ‘ครม.อนุทิน’ สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้ สว. โอด วันนี้กินแห้วอีกแล้ว แซว ‘พัฒนา’ เมื่อคืนไปกินก๋วยเตี๋ยว ‘นายกฯ’ แต่ไม่ยอมมาตอบ ถาม ’นายกฯ‘ ไม่กำชับเหรอ
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่รัฐสภา นพ.
เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. แถลงถึงวาระตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของรัฐมนตรีในที่ประชุมวุฒิสภา ว่า ตนขอขอบคุณ นาง
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาตอบกระทู้ นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีผู้หญิงอีกคน ตนคิดว่ารัฐบาลนี้คงจะพึ่งสุภาพสตรีกันมาก ที่เหลือไม่ออกมาตอบกระทู้เลย ซึ่งรัฐมนตรีที่ตนอยากให้มาตอบคือ นาย
พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มาตอบตน วันนี้ก็กินแห้วแล้ว ตนอยากถามกระทู้เรื่องความก้าวหน้าวิชาชีพพยาบาล
.
“
เมื่อคืนเห็นไปกินก๋วยเตี๋ยวกับนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับหรือ หรือก๋วยเตี๋ยวติดคอ ฝากเรื่องพยาบาลทั่วประเทศ เขากำลังรอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะแก้ปัญหาเรื่องโครงการพยาบาลที่ประสบปัญหาอยู่อย่างไรบ้าง ถ้าอาทิตย์หน้าไม่มาตอบอีก ก็จะทวงแบบนี้ต่อไป” นพ.
เปรมศักดิ์กล่าว
JJNY : วริสา ปชน.เผยชาวสวนอึ้ง ศุภจีไลฟ์│ส.ว.อิสระหนุนปชน.ยื่นศาล│ส.ว.หมอเปรมซัดพัฒนาเบี้ยวตอบ│ใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกพุ่ง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10224030
.
.
วริสา พรรคประชาชน เผยชาวสวนอึ้ง ศุภจี ไลฟ์ขายทุเรียน ลูกละ 100 ทั้งที่หน้าสวนขายได้กิโลกรัมละ 120 บาท ข้องใจช่วยชาวสวนจริง หรือแค่คอนเทนต์การเมือง
.
วันที่ 27 เม.ย.2569 วริสา มีเจริญ ทีมนโยบายเกษตร และอดีตผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงการเตรียมขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ของรัฐบาล ความว่า
.
กลายเป็นเรื่องที่ชาวสวนทุเรียนอึ้งที่สุดในเช้าวันนี้ ‘ทุเรียนลูกละ 100 บาท’ ล้านลูก โดยคุณศุภจีและพิมรี่พาย จะขายในไลฟ์สด 28 เมษายนนึ้ ย้ำ ลูกละ 100 บาท
.
ปัจจุบันทุเรียนภาคตะวันออกยังส่งออกได้ดี และยังไม่เกิดภาวะล้นตลาดจนฉุดราคาลงต่ำ โดยราคาซื้อขายหน้าสวนและล้ง ทุเรียนเกรด abc เฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท ต่อ กิโลกรัม
.
หากเป็นไปตามข่าว คุณศุภจีแจ้งว่า ‘ลงพื้นที่จำหน่ายสินค้าถึงหน้าสวน คัดเลือกทุเรียนคุณภาพ ตัดสด และจัดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค‘ หมายความว่า ทุเรียนคุณภาพที่ว่านั้น เป็นทุเรียนเกรด abc ใช่หรือไม่ กล่าวคือ ทุเรียนน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 2-6 กิโลกรัม ทรงสวย มีเนื้อเต็มมากกว่า 2 พู 1 เม็ด และผิวไม่มีตำหนิ ซึ่ง 1 ลูก จะราคามากกว่า 240+ บาท
.
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่คือการทำลายกลไกราคาของทุเรียนอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าไม่ได้นำทุเรียนเกรด abc มาขาย แนวทางที่เป็นไปได้ เช่น
.
นำทุเรียนมีตำหนิผิว ทรงไม่สวย ตกไซส์ หนามจีบ หนามแตก ราดำ จัมโบ้ เน้นเนื้อไม่เน้นทรงมาขาย ซึ่งเบอร์นี้จะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท แต่ขนาดลูกที่มากกว่า 2 กิโลกรัมนั้น ก็ทำให้ราคาต้นทุน อยู่ที่ 120+ บาท อยู่ดี
.
หรือนำทุเรียนเบอร์ D ,ไซส์เล็ก ที่เรียกกันว่าป๊อกแป๊ก น้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม/ลูก มาขายนั้นก็อาจเป็นไปได้ แต่ว่าทุเรียนป๊อปแป๊ก ก็มีราคากิโลกรัมละ 70+ บาท ซึ่งส่วนใหญ่ทุเรียนป๊อกแป๊กจะมีน้ำหนักอยู่ที่ลูกละ 1.7 กิโลกรัม หมายความว่า ต้นทุนก็จะเกิน 100 บาทอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่า คุณศุภจีจะหาทุเรียนป๊อกแป๊ก ขนาดลูกละ 1 กิโลกรัม มาได้ ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่า หมอนทองลูกเล็กขนาดนั้นค่อนข้างหายาก และห่างไกลกับคำว่า ทุเรียนคุณภาพดี
หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ทุเรียนหนอน หนอนแฉะ หนอนน้ำ ไฟท็อปฯ ที่จะมีตำหนิอยู่บริเวณผิว และอาจกินลึกเข้าไปถึงเนื้อได้ ทุเรียนเกรดนี้จะราคาถูก อาจอยู่ที่ 20-35 บาท แต่นั่นแหล่ะค่ะ นี่ไม่ใช่ทุเรียนคุณภาพ
.
หรือทางสุดท้าย คือการได้รับความร่วมมือจากสวนที่ยอมให้คว่ำทุเรียนของตนเองในราคาลูกละ 100 บาท เพื่อเป็นการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ก็อาจเป็นไปได้ ช่างเป็นสวนที่มีความเสียสละเพื่อผู้บริโภค แต่อาจจะยังสำหรับการคำนึงถึงการทำลายกลไกราคาทุเรียน และไม่คิดถึงใจพี่น้องชาวสวนด้วยกันเองเลย
.
ไม่ทราบจริงๆว่าท่านรัฐมนตรีศุภจี ท่านได้รับรายงานข้อมูลทุเรียนจาก สส. พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่หรือจากพาณิชย์,เกษตรจังหวัดว่าอย่างไร ทำไมถึงใช้วิธีนี้แก้ปัญหา (ทั้งๆที่ยังไม่เห็นปัญหาใหญ่)
.
ดิฉันในฐานะชาวสวนสนับสนุนทุกช่องทางในการกระจายสินค้า การไลฟ์สด การขายออนไลน์ หรือการเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกรขายตรงถึงผู้บริโภค เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสและลดคนกลางได้จริง
.
แต่โครงการภายใต้ชื่อว่าช่วยเกษตรกรนั้น ท่านควรถามชาวสวนก่อนว่า สิ่งนี้ช่วยเขาจริงหรือกำลังกดราคาผลผลิตทั้งระบบลง เพราะหากวันนี้ท่านได้รับแสง แต่วันถัดไปราคาหน้าสวนลง คนที่รับภาระไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ แต่คือชาวสวน
.
ขอย้ำว่า พาณิชย์กำลังเมาหมัด เพราะการช่วยเกษตรกรที่แท้จริง ไม่ใช่ทำให้ผลผลิตราคาถูกที่สุดเพื่อมีคนช่วยซื้อ แต่ต้องทำให้ผลผลิตขายได้ในราคาเป็นธรรมค่ะ
.
จึงอยากถามว่า นี่คือการช่วยเกษตรกรจริง… หรือแค่สร้างคอนเทนต์ทางการเมืองกันแน่คะ
.
https://www.facebook.com/warisameecharoen/posts/122121550413163261?ref=embed_post
.
.
ส.ว.อิสระหนุนปชน. ยื่นศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวนป.ป.ช. หมอเปรมเตือนพี่โสภณ ถ้าดึงเช็ง จ่อยื่นสอบอีกคน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693544
.
‘ส.ว.อิสระ’ หนุน ‘ปชน.’ ยื่นศาลฎีกา ตั้ง กก.ไต่สวน ป.ป.ช. ลั่นเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ให้ตรวจสอบ ดักคอ ‘ปธ.รัฐสภา’ ไม่ดึงเช็ง ด้าน ‘นพ.เปรมศักดิ์’ เตือน ‘พี่โสภณ’ อย่าฟังอำนาจมืด ใช้อำนาจผ่านสีน้ำเงิน-บุรีรัมย์คอนเน็กชั่น ถามคนในเงามืดจะทำร้ายองค์กรอิสระอีกนานแค่ไหน ขู่หากไม่ส่งต่อ เตรียมขยายผลสอบประธานรัฐสภาด้วย
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่รัฐสภา ส.ว.อิสระ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
.
น.ส.นันทนากล่าวว่า จากบทบาท ป.ป.ช.ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากย้อนกลับไปในคดีต่างๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ป.ป.ช.ก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดีของนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย ไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช. 3 คน พัวพันสินบน 246 ล้านบาท ซึ่งเป็นทองคำ ไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหน
.
น.ส.นันทนากล่าวว่า ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช.เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช.ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 ส.ส.ที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
.
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า ดังนั้น กลุ่ม ส.ว.อิสระจึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย ส.ส.ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยต้องมี ส.ส. และ ส.ว.รวมกัน 1 ใน 5 หรือ 140 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน นี่คือช่องทางเล็กๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้มีการตรวจสอบ จึงหวังว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาจะไม่ดึงเช็ง ดึงเรื่อง แล้วใช้ดุลพินิจในการไม่ส่งเรื่อง
.
“หวังว่าประธานรัฐสภาจะรีบนำคำร้องนี้ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช.ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน” น.ส.นันทนากล่าว
.
น.ส.นันทนากล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว ขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้น การแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้องประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อย แต่ดีกว่าถูกปิดกั้น
.
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบนายโสภณ ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น
.
“อยากจะฝากพี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดีฮั้ว ส.ว. ถ้าพี่โสภณสามารถเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ไม่ทำ หรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเน็กชั่น หรือบุรีรัมย์คอนเน็กชั่น ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
.
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวต่อว่า ฝากถึงนายโสภณว่าขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย นอกจากนี้ ขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระไปถึงไหน จะทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้เกิดความระส่ำระสายมาก อยู่ในการบริหารบุคคลของ ป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช.แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช.หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆ มาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
.
.
ส.ว.หมอเปรม ซัด พัฒนา เบี้ยวตอบกระทู้ กินก๋วยเตี๋ยวเมื่อคืน นายกฯไม่ได้กำชับหรือ?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693562
.
‘หมอเปรม’ เหน็บ ‘ครม.อนุทิน’ สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้ สว. โอด วันนี้กินแห้วอีกแล้ว แซว ‘พัฒนา’ เมื่อคืนไปกินก๋วยเตี๋ยว ‘นายกฯ’ แต่ไม่ยอมมาตอบ ถาม ’นายกฯ‘ ไม่กำชับเหรอ
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. แถลงถึงวาระตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของรัฐมนตรีในที่ประชุมวุฒิสภา ว่า ตนขอขอบคุณ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาตอบกระทู้ นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีผู้หญิงอีกคน ตนคิดว่ารัฐบาลนี้คงจะพึ่งสุภาพสตรีกันมาก ที่เหลือไม่ออกมาตอบกระทู้เลย ซึ่งรัฐมนตรีที่ตนอยากให้มาตอบคือ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มาตอบตน วันนี้ก็กินแห้วแล้ว ตนอยากถามกระทู้เรื่องความก้าวหน้าวิชาชีพพยาบาล
.
“เมื่อคืนเห็นไปกินก๋วยเตี๋ยวกับนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับหรือ หรือก๋วยเตี๋ยวติดคอ ฝากเรื่องพยาบาลทั่วประเทศ เขากำลังรอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะแก้ปัญหาเรื่องโครงการพยาบาลที่ประสบปัญหาอยู่อย่างไรบ้าง ถ้าอาทิตย์หน้าไม่มาตอบอีก ก็จะทวงแบบนี้ต่อไป” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว