จำไม่ได้แล้วว่า เคยเล่าเรื่องอะไรไปบ้าง แต่วันนี้มีเรื่องเล่า คงให้อ่านเฉพาะกลุ่มเหมือนเคย ตอนนี้คีย์บอร์ด พังไป 1ปุ่ม คือ ปุ่ม บี อังกฤษ ใช้ไม่ได้ นั่นหมายถึง สระ ei ei ก็โดนไปด้วย ขี้เกียจไปซื้อคีย์บอร์ดตอนนี้ ขอเล่าแบบไม่มีปุ่มนั้นละกันครับ
มีคนที่เกี่ยวข้อง เป็นมะเร็ง ระยะ 3 เข้าต่อมน้ำเหลือง ลามไปถึงนั่นแหล่ะ ก็ ไปหาหมอครับ ไม่บอกแล้วกันว่าที่ไหน ตรวจกันหลายรอบ ให้แน่ใจ จนแน่ใจว่าใช่ ก็เข้าขั้นตอนการรักษา หมอหลายคน ทำกันคนละอย่าง คนนี้ให้คีโม คนนั้นผ่า คนโน้นเรื่องยา ว่ากันไปนะ
ตกใจ แต่คนเป็นเขาเฉยๆ อาการยังไม่ออก มันก็เป็นแบบที่คนมีประสบการณ์เขาเจอกันคือ มะเร็ง ถ้ามีอาการไม่นานก็ไป คนที่เจอบางคนไม่มีอาการเลย แต่ไปตรวจเจอ แต่บางคนก็มีนะครับ ไปมาสองครั้ง สลับกับอีกคน ที่ไปอีกสองครั้ง ก็รู้ๆกันอยู่ เข้า รพ รัฐ เราจะเจอกับอะไรบ้าง เช่น ความดุดัน ของ จนท ตำแหน่งไหน ? เอาแค่นั้นพอ เพราะไม่ได้สำคัญอะไร จบ
คุณหมอ ดีมากครับ บอกละเอียดว่า สาเหตุ อาการ ความจะเป็น และ ขั้นตอนต่างๆ ก็ทำตามหมอสั่งเคร่งครัด แต่คนป่วยเครียด เพราะผมร่วง
วันนี้ไป นั่งรอทำคีโม 2 ชั่วโมง พวกญาต ( สระ ตัวนั้นไม่มี ) นั่งหลับกันเรียงราย จนท ที่ดุดัน ยังตามจากชั้นล่าง มาดุผมต่อ ผมไม่สนใจ เหมือนลมผ่านไป
ก็มารอใกล้ๆญาต และ มาเจอผู้ป่วยคนอื่นที่ มีกำลังใจดี ก็กลุ่มนี้ไม่หลับ ก็คุยกัน ใครก่อนไม่รู้ แต่ไปๆมาก็เป็นกลุ่มได้ มีบางคนเป็นมา 10 ปี หายแล้วเป็นอีกแต่ดูแข็งแรง กำลังใจดี เราฟังเขาพูด โน่นนี่นั่น เราก็รู้สึกดี เขาบอกว่า มันหายได้นะ หมอเก่ง
อีกคนบอก เขาเป็นทั้ง covid และ มะเร็ง โห นึกในใจ คนนี้ยังอยู่ และไม่ได้เป็นที่เดียวนะครับ เป็น ลามไปหลายจุดแล้ว เออ แต่ผมไม่ร่วงอีกตะหาก เขาก็คุย แล้วเขาคุยไป ๆ เขาก็หัวเราะครับ ผมจำได้แม้ใส่หน้ากาก คนหัวเราะน่ะ สายตาจะยี้ม ( นะ สระ ei ไม่มี ) นี่คือคนป่วย มะเร็ง ที่ผ่าน Covid มาแล้วนะครับ และเป็นมะเร็ง 3 จุด คีโม เห็นรอยเข็มแล้ว มีไม่ใช่เข็มเดียว เขายังนั่งหัวเราะกับคนแปลกหน้าอย่างเราได้ แนะนำหลายอย่าง เหมือนเขาไม่ได้ป่วยน่ะ นั่งคุยแบบเหมือบรรยากาศ เด็กนักเรียนผสมผู้ปกครองมาคุยกัน ที่โรงเรียน เพราะต้องคุยเรื่องความรู้ ประสบการณ์ หลายๆเรื่องครับ ทานโน่นดี ทานนี่ได้ ทานนั่นไม่
คนของเราเสร็จคีโม ออกมา ก็แยกย้ายขอตัวกลับ บอกลากัน ก็ไม่ได้รู้จัก ให้เบอร์อะไรกันหรอกนะครับ ถ้าเจอกันอีก ก็คงค่อยว่ากัน
คนศีลเสมอกันนะ มาเจอกัน แค่แว่บแรกที่ผมไปนั่งตรงนั้น ก็เหมือนเขามองผมแบบมีไมตรีแล้วนะ ก็คุยกันได้ วงสนทนา มี 4 ผู้ป่วย กับ ญาต ก็คงไม่ใชว่าจะมี วงสนทนาแบบนี้ได้ กับ คนอื่นนะผมรู้เลย เจอกันครั้งแรกตอนไปนั่งรอ ก็รู้ว่า คนมาจาก สังคมเดียวกันน่ะ ต่างกันบ้างไม่มาก คุยกันถูกคอเลยละ แยกกันแล้วยังรู้สึกดีขึ้น เพราะฟังหลายอย่างแล้วดูเป็นแง่บวก มีหวัง
เราจะเหลืออะไร ถ้ามีคนรู้จักเป็นโรคร้าย นอกจากความหวัง จะหวังได้ก็ต้องมองบวก กลุ่มนี้ทำให้เราได้ พลังบวก ดีๆมาก ว่า คนเขาเจอมาหนักๆ ทั้งนั้น
เรื่องที่เราเจอจะว่า เรื่องขี้หมาก็ได้เลย ถ้าเทียบกับ คนป่วยที่เราคุยด้วย ไร้สาระทั้งนั้น แบบ ความขัดแย้งเพราะอารมณ์ หรือ ชอบไม่ชอบ รักไม่รัก ถูกต้อง หรือ ดี เลว มันไม่สำคัญแล้วนะ ถ้าคนป่วยหนักๆ แบบ 10 ปีแล้วไม่หาย หรือ เป็นมะเร็ง 3 แห่ง เขายังหัวเราะ ยังให้คำแนะนำคนอื่นได้ ผมว่ามันคือเวลาที่ผมต้องการเจอเลย คนแบบนี้ คนที่ยังต่อสู้ คนที่ยังมีหวัง แม้ว่าที่แท้แล้ว เขาจะเศร้าภายในหลังจากนี้หรือไม่ ก็ตามที
ดีกว่าที่เคยฟัง โค้ช ที่ทำงานจ้างมา ที่ดังๆออกทีวีน่ะ นั่งเป็นชั่วโมง ได้น้อยมาก ไม่บันดาลใจและมีน่าเบื่อ
ชีวีตจรีง มันมีแก่นที่ไม่สวยนะ ถ้าใครโชคดี เจอเรื่องดีๆ นานๆ หรือ ค่อนชีวีต ผมว่าก็โชคดีละ บางคนอายุยังน้อย เจอแต่เรื่องแย่ๆ สังคมก็แย่ลง โลกก็แย่ลง โลกร้อน ไม่มีใครหยุดได้ เพราะอะไร ผมไม่รู้ละ บางทีรู้มาก ก็ไม่ดีหรอก เพราะรุ้แล้วทำอะไรไม่ได้ อย่างเดียวที่รู้คือ เราทำอะไรไม่ได้หลายอย่างเลยครับ แก้ไขไม่ได้ หลีกหนีไม่ได้ ต้องทำใจอย่างเดียว หรือ เรียกให้ดูดี คือ ทำความเข้าใจกับมันว่า ก็มันต้องเป็นอย่างนั้น
การอาสา ช่วยผู้ป่วย มักจะส่งผลดี ย้อนกลับมาหาผมเสมอ ถ้าผมไม่อาสาพาคนป่วยไป ไปเป็นเพื่อน ( เขายังโอเค แข็งแรง ) ผมก็ไม่ได้เจอคนอื่น เหมือนเราอาสา ก็มีโอกาสไปเจอโลกที่เราไม่เคยรู้ แต่ก็อย่างว่า ผมเป็นเซลส์ พูดคุยย่อมอยู่ในบุคลีคอยู่แล้ว ทำหน้าเด๋อๆ เดีนไปๆมา เดี๋ยวไม่โดนดุ ก็จะมีคนบอกเองว่า ต้องทำอะไร เพราะคนที่พาผู้ป่วยไป รพ น่ะส่วนใหญ๋เขาเห็นใจ เขาจะบอก ทำโน่น ไปนี่ มีขั้นตอนนั่น
หักเรื่องไร้สาระออกไป ก็จะเหลือแต่เรื่องที่ต้องทำครับ อาจไม่สนุก แต่ไม่ไร้สาระ หักใจจากเรื่องเป็นไปไม่ได้ ทำในเรื่องเป็นประโยชน์ ( อันนี้สอนตัวเอง )
ขอบคุณครับ ที่อ่าน ไปละครับ
โลกร้าย
มีคนที่เกี่ยวข้อง เป็นมะเร็ง ระยะ 3 เข้าต่อมน้ำเหลือง ลามไปถึงนั่นแหล่ะ ก็ ไปหาหมอครับ ไม่บอกแล้วกันว่าที่ไหน ตรวจกันหลายรอบ ให้แน่ใจ จนแน่ใจว่าใช่ ก็เข้าขั้นตอนการรักษา หมอหลายคน ทำกันคนละอย่าง คนนี้ให้คีโม คนนั้นผ่า คนโน้นเรื่องยา ว่ากันไปนะ
ตกใจ แต่คนเป็นเขาเฉยๆ อาการยังไม่ออก มันก็เป็นแบบที่คนมีประสบการณ์เขาเจอกันคือ มะเร็ง ถ้ามีอาการไม่นานก็ไป คนที่เจอบางคนไม่มีอาการเลย แต่ไปตรวจเจอ แต่บางคนก็มีนะครับ ไปมาสองครั้ง สลับกับอีกคน ที่ไปอีกสองครั้ง ก็รู้ๆกันอยู่ เข้า รพ รัฐ เราจะเจอกับอะไรบ้าง เช่น ความดุดัน ของ จนท ตำแหน่งไหน ? เอาแค่นั้นพอ เพราะไม่ได้สำคัญอะไร จบ
คุณหมอ ดีมากครับ บอกละเอียดว่า สาเหตุ อาการ ความจะเป็น และ ขั้นตอนต่างๆ ก็ทำตามหมอสั่งเคร่งครัด แต่คนป่วยเครียด เพราะผมร่วง
วันนี้ไป นั่งรอทำคีโม 2 ชั่วโมง พวกญาต ( สระ ตัวนั้นไม่มี ) นั่งหลับกันเรียงราย จนท ที่ดุดัน ยังตามจากชั้นล่าง มาดุผมต่อ ผมไม่สนใจ เหมือนลมผ่านไป
ก็มารอใกล้ๆญาต และ มาเจอผู้ป่วยคนอื่นที่ มีกำลังใจดี ก็กลุ่มนี้ไม่หลับ ก็คุยกัน ใครก่อนไม่รู้ แต่ไปๆมาก็เป็นกลุ่มได้ มีบางคนเป็นมา 10 ปี หายแล้วเป็นอีกแต่ดูแข็งแรง กำลังใจดี เราฟังเขาพูด โน่นนี่นั่น เราก็รู้สึกดี เขาบอกว่า มันหายได้นะ หมอเก่ง
อีกคนบอก เขาเป็นทั้ง covid และ มะเร็ง โห นึกในใจ คนนี้ยังอยู่ และไม่ได้เป็นที่เดียวนะครับ เป็น ลามไปหลายจุดแล้ว เออ แต่ผมไม่ร่วงอีกตะหาก เขาก็คุย แล้วเขาคุยไป ๆ เขาก็หัวเราะครับ ผมจำได้แม้ใส่หน้ากาก คนหัวเราะน่ะ สายตาจะยี้ม ( นะ สระ ei ไม่มี ) นี่คือคนป่วย มะเร็ง ที่ผ่าน Covid มาแล้วนะครับ และเป็นมะเร็ง 3 จุด คีโม เห็นรอยเข็มแล้ว มีไม่ใช่เข็มเดียว เขายังนั่งหัวเราะกับคนแปลกหน้าอย่างเราได้ แนะนำหลายอย่าง เหมือนเขาไม่ได้ป่วยน่ะ นั่งคุยแบบเหมือบรรยากาศ เด็กนักเรียนผสมผู้ปกครองมาคุยกัน ที่โรงเรียน เพราะต้องคุยเรื่องความรู้ ประสบการณ์ หลายๆเรื่องครับ ทานโน่นดี ทานนี่ได้ ทานนั่นไม่
คนของเราเสร็จคีโม ออกมา ก็แยกย้ายขอตัวกลับ บอกลากัน ก็ไม่ได้รู้จัก ให้เบอร์อะไรกันหรอกนะครับ ถ้าเจอกันอีก ก็คงค่อยว่ากัน
คนศีลเสมอกันนะ มาเจอกัน แค่แว่บแรกที่ผมไปนั่งตรงนั้น ก็เหมือนเขามองผมแบบมีไมตรีแล้วนะ ก็คุยกันได้ วงสนทนา มี 4 ผู้ป่วย กับ ญาต ก็คงไม่ใชว่าจะมี วงสนทนาแบบนี้ได้ กับ คนอื่นนะผมรู้เลย เจอกันครั้งแรกตอนไปนั่งรอ ก็รู้ว่า คนมาจาก สังคมเดียวกันน่ะ ต่างกันบ้างไม่มาก คุยกันถูกคอเลยละ แยกกันแล้วยังรู้สึกดีขึ้น เพราะฟังหลายอย่างแล้วดูเป็นแง่บวก มีหวัง
เราจะเหลืออะไร ถ้ามีคนรู้จักเป็นโรคร้าย นอกจากความหวัง จะหวังได้ก็ต้องมองบวก กลุ่มนี้ทำให้เราได้ พลังบวก ดีๆมาก ว่า คนเขาเจอมาหนักๆ ทั้งนั้น
เรื่องที่เราเจอจะว่า เรื่องขี้หมาก็ได้เลย ถ้าเทียบกับ คนป่วยที่เราคุยด้วย ไร้สาระทั้งนั้น แบบ ความขัดแย้งเพราะอารมณ์ หรือ ชอบไม่ชอบ รักไม่รัก ถูกต้อง หรือ ดี เลว มันไม่สำคัญแล้วนะ ถ้าคนป่วยหนักๆ แบบ 10 ปีแล้วไม่หาย หรือ เป็นมะเร็ง 3 แห่ง เขายังหัวเราะ ยังให้คำแนะนำคนอื่นได้ ผมว่ามันคือเวลาที่ผมต้องการเจอเลย คนแบบนี้ คนที่ยังต่อสู้ คนที่ยังมีหวัง แม้ว่าที่แท้แล้ว เขาจะเศร้าภายในหลังจากนี้หรือไม่ ก็ตามที
ดีกว่าที่เคยฟัง โค้ช ที่ทำงานจ้างมา ที่ดังๆออกทีวีน่ะ นั่งเป็นชั่วโมง ได้น้อยมาก ไม่บันดาลใจและมีน่าเบื่อ
ชีวีตจรีง มันมีแก่นที่ไม่สวยนะ ถ้าใครโชคดี เจอเรื่องดีๆ นานๆ หรือ ค่อนชีวีต ผมว่าก็โชคดีละ บางคนอายุยังน้อย เจอแต่เรื่องแย่ๆ สังคมก็แย่ลง โลกก็แย่ลง โลกร้อน ไม่มีใครหยุดได้ เพราะอะไร ผมไม่รู้ละ บางทีรู้มาก ก็ไม่ดีหรอก เพราะรุ้แล้วทำอะไรไม่ได้ อย่างเดียวที่รู้คือ เราทำอะไรไม่ได้หลายอย่างเลยครับ แก้ไขไม่ได้ หลีกหนีไม่ได้ ต้องทำใจอย่างเดียว หรือ เรียกให้ดูดี คือ ทำความเข้าใจกับมันว่า ก็มันต้องเป็นอย่างนั้น
การอาสา ช่วยผู้ป่วย มักจะส่งผลดี ย้อนกลับมาหาผมเสมอ ถ้าผมไม่อาสาพาคนป่วยไป ไปเป็นเพื่อน ( เขายังโอเค แข็งแรง ) ผมก็ไม่ได้เจอคนอื่น เหมือนเราอาสา ก็มีโอกาสไปเจอโลกที่เราไม่เคยรู้ แต่ก็อย่างว่า ผมเป็นเซลส์ พูดคุยย่อมอยู่ในบุคลีคอยู่แล้ว ทำหน้าเด๋อๆ เดีนไปๆมา เดี๋ยวไม่โดนดุ ก็จะมีคนบอกเองว่า ต้องทำอะไร เพราะคนที่พาผู้ป่วยไป รพ น่ะส่วนใหญ๋เขาเห็นใจ เขาจะบอก ทำโน่น ไปนี่ มีขั้นตอนนั่น
หักเรื่องไร้สาระออกไป ก็จะเหลือแต่เรื่องที่ต้องทำครับ อาจไม่สนุก แต่ไม่ไร้สาระ หักใจจากเรื่องเป็นไปไม่ได้ ทำในเรื่องเป็นประโยชน์ ( อันนี้สอนตัวเอง )
ขอบคุณครับ ที่อ่าน ไปละครับ