สวัสดีค่ะ วันนี้อยากขอความคิดเห็นจากทุกคนเกี่ยวกับเรื่องของคุณตาค่ะ
คุณตาอายุประมาณ 64 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาแล้ว 6 ปีค่ะ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาไม่เคยปรับพฤติกรรมเลย หมอฉีดยาให้ก็แล้ว เพิ่มยาให้ก็แล้ว แต่สุดท้ายก็วนซ้ำอยู่แค่การนอนโรงพยาบาลเพื่อปรับน้ำตาลตลอด จนคุณหมอที่โรงพยาบาลเองก็เอือมแล้ว เพราะไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ท่านเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากค่ะ กลัวมากว่าถ้าตายไปจะไม่ได้กินอะไร กลัวจะไม่อิ่ม อะไรที่หมอห้ามก็กินหมด ทางบ้านพยายามควบคุมอาหารให้ตลอด จนพฤติกรรมการกินของคนในครอบครัวเปลี่ยนไปด้วยและติดเป็นนิสัยกันทั้งบ้าน แต่ถ้าเราคุมอาหาร ท่านก็จะแอบออกไปกินข้าวกับน้องสาวของเขา แล้วบ่นว่าแม่เรางกอาหาร เก็บไว้กินเอง ไม่ยอมให้กิน
เดือนที่ผ่านมาหนักมากค่ะ คุณตานอนโรงพยาบาลถึง 4 ครั้งติดกัน เพราะแอบกินโน่นกินนี่จนน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง จนคนในบ้านเอือมแล้วจริงๆ
ที่หนักกว่านั้นคือเรื่องยาค่ะ คุณตาชอบเอาเงินไปซื้อยากินเองตามคนที่มาเสนอขาย โดยไม่เคยบอกหรือถามใครในบ้านก่อน พอยาไม่ได้ผลหรือเกิดปัญหาถึงจะมาบอก ที่ผ่านมาเสียเงินไปกับยาไม่รู้จำนวนรวมแน่นอน เพราะแอบซื้อมาตลอด ที่รู้แน่ๆ มีอย่างน้อยสองครั้งใหญ่ๆ คือ
**ครั้งที่ 1** เอาเงินหลักหมื่นไปซื้อยาฉลากภาษาจีนมากินเองมั่วๆ โดยไม่รู้ว่าคืออะไร กิน เข้า เที่ยง เย็น ครั้งละ สามเม็ด เขาเอามากินมั่วๆเพราะอ่านไม่ออก
**ครั้งที่ 2** มีคนใกล้ตัวมาเสนอขายยาให้ กินหมดแล้วค่อยมาบอก พอแม่เราอ่านฉลากดู ปรากฏว่าเป็น**ยาลดน้ำหนัก** ไม่ใช่ยาเบาหวานเลย เขาอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ รวมเงินที่หมดไปกับยาน่าจะเกินสองหมื่นบาทหรือมากกว่านั้น
จนตอนนี้ไตเขาเริ่มไม่ไหวแล้วด้วยแต่ก็ไม่สน
ล่าสุดคุณตาไปซื้อยาแล้วน่าจะติดเงินเขาไว้ก่อน เจ้าของยาตามมาทวงถึงบ้านเลยค่ะ แม่เราโดนขอเงิน 5,000 บาท พยายามถามว่าจะเอาไปทำอะไร ท่านก็ไม่ยอมบอก แถมหงุดหงิดใส่เพราะอยากได้เงินไปจ่ายค่ายาโดยเร็ว สุดท้ายก็ได้เงินไปจนได้ นอกจากนี้ยังชอบสั่งกาแฟหรืออาหารเสริมอะไรก็ไม่รู้ที่อ้างว่าแก้เบาหวานได้ มาดื่มมากินเองทั้งๆ ที่หมอห้าม
พฤติกรรมตอนอยู่โรงพยาบาลก็แย่มากค่ะ ช่วงแรกที่อยู่ห้องพิเศษ คุณตาชอบด่าคนที่ไปเฝ้า โดยเฉพาะแม่เรา เหมือนเอาแม่เป็นที่ระบายอารมณ์ตลอด สุดท้ายหมอให้ย้ายมาอยู่ห้องรวมเพื่อให้อยู่ในสายเพราะกลัวว่าจะช็อค แต่ก็ยังไม่วายก่อเรื่องค่ะ พอเราออกไปทำธุระ ท่านก็แอบขออาหารจากเตียงข้างๆ กินทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่ แม่เราต้องบอกคนในห้องรวมว่าอย่าให้อะไรท่านกินนะเพราะป่วยและต้องควบคุมน้ำตาล พอคุณตาได้ยินก็ด่าแม่เราเลยค่ะ ว่าไม่ได้กินอะไร ไม่ยอมให้กิน จะตายเพราะไม่ได้กินนี่แหละ ด่าด้วยคำหยาบอยู่กลางห้องรวม บางทีก็ชอบยกเท้าใส่โดยไม่มีความเกรงใจใครเลย
ทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบายตัวหรือเหนื่อยเพราะน้ำตาลขึ้นจากการแอบกินของท่านเอง ก็จะโทษแม่เราตลอด ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะโดนคุมอาหาร ไม่ยอมให้กินอะไร ไม่เคยโทษตัวเองเลยสักครั้ง และชอบพูดกับแม่เราว่า "ไม่ต้องสอน เขาเป็นพ่อ อย่ามาสอน อย่ามารู้ดี" ได้ยินแบบนี้อยู่ตลอด
จนตอนนี้เขาก็กินยาที่ซื้อมาล่าสุดนั้นแหละ
แม่เราเหนื่อยกับเรื่องนี้มากค่ะ คุณตาทำอะไรก็ตามใจ ไม่สนใจใคร แต่พอตัวเองเดือดร้อนหรือจะเป็นจะตาย ถึงจะมาหาเรา แล้วยังโทษเราอีกด้วย เขาจะหาเรื่องมาด่าตลอด ตลอดที่หมายถึงตลอดจริงๆเหมือนสักอาทิตย์ต้องได้ด่าสักสามครั้ง มีเยอะมากกับพฤติกรรมของท่าน จนบางทีไม่อยากสนใจเลยด้วยซ้ำเขาเป็นคนปากเก่งมาก เก่งโดยเฉพาะกับแม่เราเพราะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยค่ะ เหนื่อยกับเขามาก สงสารแม่ตัวเองค่ะ อยากถามว่าทุกคนมีวิธีรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไรบ้างคะ
รับมืออย่างไรดีคะ กับผู้ป่วยเบาหวานที่ดื้อ ไม่ยอมปรับพฤติกรรม และโทษคนอื่นตลอด
คุณตาอายุประมาณ 64 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาแล้ว 6 ปีค่ะ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาไม่เคยปรับพฤติกรรมเลย หมอฉีดยาให้ก็แล้ว เพิ่มยาให้ก็แล้ว แต่สุดท้ายก็วนซ้ำอยู่แค่การนอนโรงพยาบาลเพื่อปรับน้ำตาลตลอด จนคุณหมอที่โรงพยาบาลเองก็เอือมแล้ว เพราะไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ท่านเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากค่ะ กลัวมากว่าถ้าตายไปจะไม่ได้กินอะไร กลัวจะไม่อิ่ม อะไรที่หมอห้ามก็กินหมด ทางบ้านพยายามควบคุมอาหารให้ตลอด จนพฤติกรรมการกินของคนในครอบครัวเปลี่ยนไปด้วยและติดเป็นนิสัยกันทั้งบ้าน แต่ถ้าเราคุมอาหาร ท่านก็จะแอบออกไปกินข้าวกับน้องสาวของเขา แล้วบ่นว่าแม่เรางกอาหาร เก็บไว้กินเอง ไม่ยอมให้กิน
เดือนที่ผ่านมาหนักมากค่ะ คุณตานอนโรงพยาบาลถึง 4 ครั้งติดกัน เพราะแอบกินโน่นกินนี่จนน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง จนคนในบ้านเอือมแล้วจริงๆ
ที่หนักกว่านั้นคือเรื่องยาค่ะ คุณตาชอบเอาเงินไปซื้อยากินเองตามคนที่มาเสนอขาย โดยไม่เคยบอกหรือถามใครในบ้านก่อน พอยาไม่ได้ผลหรือเกิดปัญหาถึงจะมาบอก ที่ผ่านมาเสียเงินไปกับยาไม่รู้จำนวนรวมแน่นอน เพราะแอบซื้อมาตลอด ที่รู้แน่ๆ มีอย่างน้อยสองครั้งใหญ่ๆ คือ
**ครั้งที่ 1** เอาเงินหลักหมื่นไปซื้อยาฉลากภาษาจีนมากินเองมั่วๆ โดยไม่รู้ว่าคืออะไร กิน เข้า เที่ยง เย็น ครั้งละ สามเม็ด เขาเอามากินมั่วๆเพราะอ่านไม่ออก
**ครั้งที่ 2** มีคนใกล้ตัวมาเสนอขายยาให้ กินหมดแล้วค่อยมาบอก พอแม่เราอ่านฉลากดู ปรากฏว่าเป็น**ยาลดน้ำหนัก** ไม่ใช่ยาเบาหวานเลย เขาอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ รวมเงินที่หมดไปกับยาน่าจะเกินสองหมื่นบาทหรือมากกว่านั้น
จนตอนนี้ไตเขาเริ่มไม่ไหวแล้วด้วยแต่ก็ไม่สน
ล่าสุดคุณตาไปซื้อยาแล้วน่าจะติดเงินเขาไว้ก่อน เจ้าของยาตามมาทวงถึงบ้านเลยค่ะ แม่เราโดนขอเงิน 5,000 บาท พยายามถามว่าจะเอาไปทำอะไร ท่านก็ไม่ยอมบอก แถมหงุดหงิดใส่เพราะอยากได้เงินไปจ่ายค่ายาโดยเร็ว สุดท้ายก็ได้เงินไปจนได้ นอกจากนี้ยังชอบสั่งกาแฟหรืออาหารเสริมอะไรก็ไม่รู้ที่อ้างว่าแก้เบาหวานได้ มาดื่มมากินเองทั้งๆ ที่หมอห้าม
พฤติกรรมตอนอยู่โรงพยาบาลก็แย่มากค่ะ ช่วงแรกที่อยู่ห้องพิเศษ คุณตาชอบด่าคนที่ไปเฝ้า โดยเฉพาะแม่เรา เหมือนเอาแม่เป็นที่ระบายอารมณ์ตลอด สุดท้ายหมอให้ย้ายมาอยู่ห้องรวมเพื่อให้อยู่ในสายเพราะกลัวว่าจะช็อค แต่ก็ยังไม่วายก่อเรื่องค่ะ พอเราออกไปทำธุระ ท่านก็แอบขออาหารจากเตียงข้างๆ กินทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่ แม่เราต้องบอกคนในห้องรวมว่าอย่าให้อะไรท่านกินนะเพราะป่วยและต้องควบคุมน้ำตาล พอคุณตาได้ยินก็ด่าแม่เราเลยค่ะ ว่าไม่ได้กินอะไร ไม่ยอมให้กิน จะตายเพราะไม่ได้กินนี่แหละ ด่าด้วยคำหยาบอยู่กลางห้องรวม บางทีก็ชอบยกเท้าใส่โดยไม่มีความเกรงใจใครเลย
ทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบายตัวหรือเหนื่อยเพราะน้ำตาลขึ้นจากการแอบกินของท่านเอง ก็จะโทษแม่เราตลอด ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะโดนคุมอาหาร ไม่ยอมให้กินอะไร ไม่เคยโทษตัวเองเลยสักครั้ง และชอบพูดกับแม่เราว่า "ไม่ต้องสอน เขาเป็นพ่อ อย่ามาสอน อย่ามารู้ดี" ได้ยินแบบนี้อยู่ตลอด
จนตอนนี้เขาก็กินยาที่ซื้อมาล่าสุดนั้นแหละ
แม่เราเหนื่อยกับเรื่องนี้มากค่ะ คุณตาทำอะไรก็ตามใจ ไม่สนใจใคร แต่พอตัวเองเดือดร้อนหรือจะเป็นจะตาย ถึงจะมาหาเรา แล้วยังโทษเราอีกด้วย เขาจะหาเรื่องมาด่าตลอด ตลอดที่หมายถึงตลอดจริงๆเหมือนสักอาทิตย์ต้องได้ด่าสักสามครั้ง มีเยอะมากกับพฤติกรรมของท่าน จนบางทีไม่อยากสนใจเลยด้วยซ้ำเขาเป็นคนปากเก่งมาก เก่งโดยเฉพาะกับแม่เราเพราะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยค่ะ เหนื่อยกับเขามาก สงสารแม่ตัวเองค่ะ อยากถามว่าทุกคนมีวิธีรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไรบ้างคะ