ขอเปลี่ยนชื่อกระทู้เป็น "รักษาโรคภูมิแพ้หอบหืดยังไงด้วยตัวคนเดียวแบบมีคนค่อยขวาง" แล้วกัน แต่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
คุณเคยเป็นคนขี้โรคกันไหมครับ และรับมือกับมันยังไง
ทุกคนล้วนมีปัจจัยที่ทำให้หายสักอย่างนึง
มีเงิน มีเวลา มีครอบครัว มีคนรัก มีเพื่อนดี
ไม่มีเงิน ก็มีไกล้ชิดคอยรักษา จัดเตรียมสถานที่ให้ ทำของมีประโยชน์ให้ ทำเหมือนรักษาในโรงพยาบาล
มีเงินก็ใช้เงินแก้ปัญหา ซื้อของซื้อยา เข้าโรงพยาบาลสม่ำเสมอ
แล้วคนที่ไม่มีอะไรเลยล่ะ เหมือนเคยมีพักเดียว แต่ก็ค่อยๆหายกันไปเพราะไม่อยากช่วยแล้ว ช่วยนานสุดประมาณ2วัน
จะทำอะไรเองได้บ้าง ออกกำลังกายเท่าที่ไหว สั่งยากินเองเท่าที่ไหว ทำความสะอาดเองเท่าที่ไหว มองโลกแต่เรื่องดีๆ
ผลลัพธ์หุ่นดีมีลายกล้ามเนื้อชัด บางคนคิดว่า ทำได้ขนาดนี้คงหายเป็นปกติ ออกไปทำงานได้แล้วล่ะ
แต่พอเอาเข้าจริง กล้ามเนื้อมันไม่ได้ช่วยในงานเลย มันไหญ่เพราะยกหนักๆ แต่ทำอะไรแปปเดียวก็เป็นลม อาเจียน หายใจไม่ออก
ได้พิษจากยาที่กระดกเข้าไปเป็นสิบเม็ด จนพ่วงโรคเพิ่มไม่รู้ตัว ถ้าไปตรวจเจาะจงอาจจะเจออะไรร้ายแรง โชคดี ไม่มีตังตรวจ เลยรอด
จนโดนสั่งว่าห้ามซื้อยากินเอง แล้วมาให้ตรวจทุกครั้ง และพาครอบครัวมาด้วย
แต่บอกเลยครับ ผมจะไปพูดอะไรให้ครอบครัวมา เพราะขนาดคนตรวจเจอโรคเรียกไปยังไม่มากันเลย เพราะให้เหตุว่าก็ยังไม่ตายนี่ ฟังวิธีมาแล้วก็ทำเองไปสิ โตแล้ว
สรุปคือเปลี่ยนตัวเองจนเห็นได้ชัดไปแล้ว ไม่ได้ขี้เกียจแล้วอ้างป่วย ทั้งกล้าม ทั้งผิวพรรณดีขึ้นมาก แต่ตาคล้ำที่แก้ไม่หายเพราะนอนไม่สนิทสักวัน
ออกข้างนอกบ่อย เพราะไม่มีคนค่อยรับ ค่อยหาของมาให้ อย่างน้อยก็ต้องออกไปขนน้ำมาเองละนะ
โดนแดดแค่ไหน ผิวก็ยังซีด ไม่ดำขึ้น แถมแดงระเรื่อ ตั้งแต่ปลายนิ้วไปถึงหน้า น้ำหูน้ำตาไหลตลอดเวลา เดินๆจะล้ม ล้มในบ้านตอนออกกำลังได้ เพราะปูพื้นรอแล้ว แต่ข้างนอกล้มได้แต่เลือด เดินเกินกิโลเท้าจะพองและเป็นหนอง ไม่ได้หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงอะไร ทำเหมือนคนปกติ
ตื่นมา ทำความสะอาด ทำอาหาร ทำงาน ซื้อของ แต่มันก็แย่ลงทุกวัน ทั้งที่ควรแข็งแรงขึ้น
บ้างถามว่ารู้ว่าป่วยทำไมไม่รักษา รักษาอยู่ครับ กินยาไม่ขาด มีเงินก็เข้า ร.พ. มีใบรับรองเพิ่มทุกปี
สิ่งที่ได้รับมีเพียงอย่างเดียวครับ
คือมันหนักหัวคนอื่นขึ้นเรื่อยๆ เจอกันข้างนอกทุกวันตั้งแต่เช้ายันเย็น ขนของหนัก ไปกลับทุกวัน ก็ยังจะบอกว่าเพราะไม่ออกข้างนอกไง ถึงได้ป่วย โดนบอกกินยาไปเดี๋ยวก็หาย ทำไมไม่พยายาม ทำไมไม่ดูคนอื่นบลาๆ แต่คนที่บ่นผมมีแต่คนที่นั่งในห้องแอร์ทั้งวัน แล้วก็นั่งรถประจำตัวกลับ แทบไม่เคยเดิน
อาหารทุกวันนี้คือยาครับ กินครบหมดอิ่มเลยครับ น้ำเต็มกะเพาะ ของว่างคือน้ำผักแบบมีเนื้อผัก ไก่หรือไข่ต้ม ข้าวหรือขนมปัง และน้ำเปล่า
กินได้เท่านี้ล่ะครับ ที่มั่นใจว่าจะไม่แพ้หรือท้องเสีย ของมันๆเลิกคุยเลยครับ นานๆทีก็หาอะไรแก้เบื่อเดือนละครั้งสองครั้ง เดี๋ยวเอียนตาย
การออกกำลัง ถ้าวันไหนออกไหว จะดันพื้น ซิทอัพ ลุกนั่ง อย่างล่ะ 100 ครั้ง แบ่งเป็น เซ็ตละ20ครั้ง ที่เหลือก็วิ่งเหยาะๆจนถึงขีดจำกัด แล้วอาบน้ำนอนครับ เพราะเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งที่เหงื่อออก
ตอนนี้ทำงานได้ครึ่งวันก็อาเจียนแล้วครับ ที่ทำงานปูเสื่อรอให้แล้วครับ แต่ก็หางานทำเรื่อยๆ ใครรับได้ก็ทำหมด
งานบริการ ทำครึ่งวัน อาเจียนเป็นลม วันต่อมาถูกบอกให้ออก
งานครีเอทีฟ ใช้ความคิด นั่งหน้าคอมในห้องแอร์ ล่วงเหมือนเดิน ไม่รู้เพราะอากาศข้างนอกร้อนแล้วข้างในหนาวหรือเปล่าไข้เลยขึ้น
เล่นซะอาเจียนทำคีย์บอร์ดพังได้เลย
ถามว่าอะไรก็ไม่ได้แล้วทำอะไรกิน
ก็แค่สร้างบริษัทเองครับ เป็นแค่คอยตรวจงานก่อนส่ง ให้คำแนะนำ และให้ยืมของใช้ แล้วเก็บค่าส่วนแบ่งไรงี้ พอวันไหนไหวก็ลงไปทำเอง ไม่เหนื่อยเกินตัวเท่าไหร่
แต่ก็ล่มครับ เพิ่งเริ่มรายได้ยังไม่แน่นอน จนทุกคนเบื่อที่จะช่วย ถามว่านานไหม สองเดือนมั้ง ถามว่าแล้วเขาช่วยอะไร ไม่มีครับ ไม่แม้แต่ทุน เขาแค่คิดเองว่าอนาคตอาจจะเสียมากกว่า ตัดไฟตั้งแต่ต้นไปเลยดีกว่า เลยบังคับให้กลับไปทำโรงงาน เพราะถึงจะได้น้อยแต่มันรายได้มั่นคง จะได้ฝึกวินัยไปด้วย จะได้แข็งแรงไม่อ้างป่วย
ตอนนี้สำหรับคนรอบตัวเป็นคนไม่เอาไหน อกตัญญู ขี้เกียจ โทษคนอื่น โกหก ไม่มีวินัย ไร้ความรับผิดชอบ เลือกกิน
อ้อ ถ้าจะถามครอบครัวเป็นคนแบบไหน เป็นคนดี หวังดีทั้งบ้านครับ ไม่ได้ประชดนะ
อยากเช่น อยากให้แข็งแรงก็ไปฝึกนั้นนี่ เรียน รด. ทั้งๆที่เป็นหอบหืดกับภูมิแพ้อากาศรุนแรง ชนิดที่เคยนอนยัดสายน้ำเกลือเป็นเดือน
แล้วพออายุถึงก็จะให้เป็นทหารอีกครับ กะจะให้ทำงานนี้ตลอดชีพเลยจะได้ไม่ต้องหางาน จะได้รู้ความลำบากของคนอื่น ตื่นเป็นเวลา ไม่เลือกกิน ออกกำลังเช้ายันเย็น เจอร้อน เจอหนาว เจอฝุ่นควันพิษ ทนไห้ได้ รับรองแข็งแรงขึ้นแน่ๆ พอหายขี้เกียจเลิกอ้างได้ จะได้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา
เขาคิดแบบนี้กันครับ เจอเรื่องแบบนี้ปกติ ยังกินน้ำตามธรรมชาติกันอยู่ครับ ถ้ายังถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แปลว่ายังฝึกไม่พอครับ ต้องฝึกเพิ่มอีก โรงเรียนจะกี่กิโลก็ต้องเดินครับห้ามอ้างไม่ไหว ถ้ายังอยู่บ้านก็โดนแบบนี้เหมือนเดิมแหล่ะ
คนที่มีวิธีชีวิตแบบนี้ หายเป็นปกติตอนไหน ได้ยังไงครับ ถ้าซ้ำกับที่ทำไปแล้วบอกมาก็คงไม่ได้อะไรครับ
ตอนนี้นึกถึงแค่การฉีดสาร Super soldier เข้าร่างกายน่ะครับ
ความผิดของการเกิดมาเป็นคนขี้โรค
คุณเคยเป็นคนขี้โรคกันไหมครับ และรับมือกับมันยังไง
ทุกคนล้วนมีปัจจัยที่ทำให้หายสักอย่างนึง
มีเงิน มีเวลา มีครอบครัว มีคนรัก มีเพื่อนดี
ไม่มีเงิน ก็มีไกล้ชิดคอยรักษา จัดเตรียมสถานที่ให้ ทำของมีประโยชน์ให้ ทำเหมือนรักษาในโรงพยาบาล
มีเงินก็ใช้เงินแก้ปัญหา ซื้อของซื้อยา เข้าโรงพยาบาลสม่ำเสมอ
แล้วคนที่ไม่มีอะไรเลยล่ะ เหมือนเคยมีพักเดียว แต่ก็ค่อยๆหายกันไปเพราะไม่อยากช่วยแล้ว ช่วยนานสุดประมาณ2วัน
จะทำอะไรเองได้บ้าง ออกกำลังกายเท่าที่ไหว สั่งยากินเองเท่าที่ไหว ทำความสะอาดเองเท่าที่ไหว มองโลกแต่เรื่องดีๆ
ผลลัพธ์หุ่นดีมีลายกล้ามเนื้อชัด บางคนคิดว่า ทำได้ขนาดนี้คงหายเป็นปกติ ออกไปทำงานได้แล้วล่ะ
แต่พอเอาเข้าจริง กล้ามเนื้อมันไม่ได้ช่วยในงานเลย มันไหญ่เพราะยกหนักๆ แต่ทำอะไรแปปเดียวก็เป็นลม อาเจียน หายใจไม่ออก
ได้พิษจากยาที่กระดกเข้าไปเป็นสิบเม็ด จนพ่วงโรคเพิ่มไม่รู้ตัว ถ้าไปตรวจเจาะจงอาจจะเจออะไรร้ายแรง โชคดี ไม่มีตังตรวจ เลยรอด
จนโดนสั่งว่าห้ามซื้อยากินเอง แล้วมาให้ตรวจทุกครั้ง และพาครอบครัวมาด้วย
แต่บอกเลยครับ ผมจะไปพูดอะไรให้ครอบครัวมา เพราะขนาดคนตรวจเจอโรคเรียกไปยังไม่มากันเลย เพราะให้เหตุว่าก็ยังไม่ตายนี่ ฟังวิธีมาแล้วก็ทำเองไปสิ โตแล้ว
สรุปคือเปลี่ยนตัวเองจนเห็นได้ชัดไปแล้ว ไม่ได้ขี้เกียจแล้วอ้างป่วย ทั้งกล้าม ทั้งผิวพรรณดีขึ้นมาก แต่ตาคล้ำที่แก้ไม่หายเพราะนอนไม่สนิทสักวัน
ออกข้างนอกบ่อย เพราะไม่มีคนค่อยรับ ค่อยหาของมาให้ อย่างน้อยก็ต้องออกไปขนน้ำมาเองละนะ
โดนแดดแค่ไหน ผิวก็ยังซีด ไม่ดำขึ้น แถมแดงระเรื่อ ตั้งแต่ปลายนิ้วไปถึงหน้า น้ำหูน้ำตาไหลตลอดเวลา เดินๆจะล้ม ล้มในบ้านตอนออกกำลังได้ เพราะปูพื้นรอแล้ว แต่ข้างนอกล้มได้แต่เลือด เดินเกินกิโลเท้าจะพองและเป็นหนอง ไม่ได้หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงอะไร ทำเหมือนคนปกติ
ตื่นมา ทำความสะอาด ทำอาหาร ทำงาน ซื้อของ แต่มันก็แย่ลงทุกวัน ทั้งที่ควรแข็งแรงขึ้น
บ้างถามว่ารู้ว่าป่วยทำไมไม่รักษา รักษาอยู่ครับ กินยาไม่ขาด มีเงินก็เข้า ร.พ. มีใบรับรองเพิ่มทุกปี
สิ่งที่ได้รับมีเพียงอย่างเดียวครับ
คือมันหนักหัวคนอื่นขึ้นเรื่อยๆ เจอกันข้างนอกทุกวันตั้งแต่เช้ายันเย็น ขนของหนัก ไปกลับทุกวัน ก็ยังจะบอกว่าเพราะไม่ออกข้างนอกไง ถึงได้ป่วย โดนบอกกินยาไปเดี๋ยวก็หาย ทำไมไม่พยายาม ทำไมไม่ดูคนอื่นบลาๆ แต่คนที่บ่นผมมีแต่คนที่นั่งในห้องแอร์ทั้งวัน แล้วก็นั่งรถประจำตัวกลับ แทบไม่เคยเดิน
อาหารทุกวันนี้คือยาครับ กินครบหมดอิ่มเลยครับ น้ำเต็มกะเพาะ ของว่างคือน้ำผักแบบมีเนื้อผัก ไก่หรือไข่ต้ม ข้าวหรือขนมปัง และน้ำเปล่า
กินได้เท่านี้ล่ะครับ ที่มั่นใจว่าจะไม่แพ้หรือท้องเสีย ของมันๆเลิกคุยเลยครับ นานๆทีก็หาอะไรแก้เบื่อเดือนละครั้งสองครั้ง เดี๋ยวเอียนตาย
การออกกำลัง ถ้าวันไหนออกไหว จะดันพื้น ซิทอัพ ลุกนั่ง อย่างล่ะ 100 ครั้ง แบ่งเป็น เซ็ตละ20ครั้ง ที่เหลือก็วิ่งเหยาะๆจนถึงขีดจำกัด แล้วอาบน้ำนอนครับ เพราะเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งที่เหงื่อออก
ตอนนี้ทำงานได้ครึ่งวันก็อาเจียนแล้วครับ ที่ทำงานปูเสื่อรอให้แล้วครับ แต่ก็หางานทำเรื่อยๆ ใครรับได้ก็ทำหมด
งานบริการ ทำครึ่งวัน อาเจียนเป็นลม วันต่อมาถูกบอกให้ออก
งานครีเอทีฟ ใช้ความคิด นั่งหน้าคอมในห้องแอร์ ล่วงเหมือนเดิน ไม่รู้เพราะอากาศข้างนอกร้อนแล้วข้างในหนาวหรือเปล่าไข้เลยขึ้น
เล่นซะอาเจียนทำคีย์บอร์ดพังได้เลย
ถามว่าอะไรก็ไม่ได้แล้วทำอะไรกิน
ก็แค่สร้างบริษัทเองครับ เป็นแค่คอยตรวจงานก่อนส่ง ให้คำแนะนำ และให้ยืมของใช้ แล้วเก็บค่าส่วนแบ่งไรงี้ พอวันไหนไหวก็ลงไปทำเอง ไม่เหนื่อยเกินตัวเท่าไหร่
แต่ก็ล่มครับ เพิ่งเริ่มรายได้ยังไม่แน่นอน จนทุกคนเบื่อที่จะช่วย ถามว่านานไหม สองเดือนมั้ง ถามว่าแล้วเขาช่วยอะไร ไม่มีครับ ไม่แม้แต่ทุน เขาแค่คิดเองว่าอนาคตอาจจะเสียมากกว่า ตัดไฟตั้งแต่ต้นไปเลยดีกว่า เลยบังคับให้กลับไปทำโรงงาน เพราะถึงจะได้น้อยแต่มันรายได้มั่นคง จะได้ฝึกวินัยไปด้วย จะได้แข็งแรงไม่อ้างป่วย
ตอนนี้สำหรับคนรอบตัวเป็นคนไม่เอาไหน อกตัญญู ขี้เกียจ โทษคนอื่น โกหก ไม่มีวินัย ไร้ความรับผิดชอบ เลือกกิน
อ้อ ถ้าจะถามครอบครัวเป็นคนแบบไหน เป็นคนดี หวังดีทั้งบ้านครับ ไม่ได้ประชดนะ
อยากเช่น อยากให้แข็งแรงก็ไปฝึกนั้นนี่ เรียน รด. ทั้งๆที่เป็นหอบหืดกับภูมิแพ้อากาศรุนแรง ชนิดที่เคยนอนยัดสายน้ำเกลือเป็นเดือน
แล้วพออายุถึงก็จะให้เป็นทหารอีกครับ กะจะให้ทำงานนี้ตลอดชีพเลยจะได้ไม่ต้องหางาน จะได้รู้ความลำบากของคนอื่น ตื่นเป็นเวลา ไม่เลือกกิน ออกกำลังเช้ายันเย็น เจอร้อน เจอหนาว เจอฝุ่นควันพิษ ทนไห้ได้ รับรองแข็งแรงขึ้นแน่ๆ พอหายขี้เกียจเลิกอ้างได้ จะได้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา
เขาคิดแบบนี้กันครับ เจอเรื่องแบบนี้ปกติ ยังกินน้ำตามธรรมชาติกันอยู่ครับ ถ้ายังถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แปลว่ายังฝึกไม่พอครับ ต้องฝึกเพิ่มอีก โรงเรียนจะกี่กิโลก็ต้องเดินครับห้ามอ้างไม่ไหว ถ้ายังอยู่บ้านก็โดนแบบนี้เหมือนเดิมแหล่ะ
คนที่มีวิธีชีวิตแบบนี้ หายเป็นปกติตอนไหน ได้ยังไงครับ ถ้าซ้ำกับที่ทำไปแล้วบอกมาก็คงไม่ได้อะไรครับ
ตอนนี้นึกถึงแค่การฉีดสาร Super soldier เข้าร่างกายน่ะครับ