สิ่งทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ จะดับไปก็เพราะเหตุ..จริงหรือไม่ ?

กระทู้คำถาม
คนแต่ละคนที่บวชเข้ามาในพทธศาสนาเป็นพระภิกษุสงฆ์นั้น..
ย่อมมีเหตุที่ตัดสินใจให้บวชเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง

คนที่ลาสิกขาไป.. ก็ย่อมมีเหตุที่เหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้างเช่นเดียวกัน

เมื่อบวชเป็นพระภิกษุแล้ว.. จะทำกิจของสงฆ์อันมีเพียงสองเรื่อง คือ คันถธุระ และวิปัสสนาธุระเท่านั้น หรือจะทำกิจอื่นที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์เพิ่มเติม ก็มีเหตุของมันอยู่ในตัว ซึ่งล้วนไม่พ้นไปจาก
เหตุที่เกิดจากกิเลสในใจตน

จะเป็นพระที่เพียรศึกษาปริยัติ ไม่ทิ้งปฏิบัติ ถึงซึ่งปฏิเวธตามสมควรแก่บารมีของตน
หรือจะเป็นพระที่อาศัยผ้าเหลือง.. เพียงเพื่อกอบโกยและเสพสุขใน ลาภ สักการะต่างๆ
ก็มีเหตุให้ทำเช่นนั้นทั้งสิ้น

จะเป็นพระที่อยู่เป็นสุขหรือเป็นทุกข์.. ก็ต้องรู้ว่าควรหรือไม่ควรทำสิ่งใด เรื่องใดควรเตือนสติกัน
เรื่องใดควรวางอุเบกขา ให้สมกับสมณสารูปของตน ก็จะเป็นเหตุให้ได้รับผลที่เกิดจากเหตุที่
ตนทำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เป็นผู้ซึมซับพระธรรมคำสั่งสอนได้มากน้อยเพียงไร.. ก็เป็นเหตุให้มีกายกรรม วจีกรรม และ
มโนกรรม เพียงนั้น แม้ว่าจะลาสิกขาเป็นฆราวาสแล้ว

พระที่แท้..ย่อมมีเหตุให้อยู่ในสมณเพศได้อย่างมีคนกราบไหว้บูชา เพราะธรรมคุ้มครอง
เห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง ไม่ยึดถือสิ่งใดเป็นของของเรา

พระที่ไม่แท้..ก็ย่อมทนอยู่ไม่ได้ เพราะธรรมยังไม่ซึมซาบเข้าจิตใจ ยังเห็นสิ่งต่างๆตามที่กิเลส
ชักนำไป 

สุดท้าย..ทางเลือกจากพระไปสู่ฆราวาส ก็ย่อมเป็นเหตุให้เกิดผลบางอย่างสืบตามมาอย่างแน่นอน
อย่างน้อย ก็ลดคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆอันเป็นเหตุบั่นทอนพระพุทธศาสนาซึ่งเกิดจากการกระทำ
ของบุคคลลงไปได้ตามสมควร

ธรรมที่แท้ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นอะไร ไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะใคร
ธรรมอยู่ที่นั่นมาตลอด แต่คนต่างหากที่เข้าไปเปลี่ยนธรรม ให้เป็นไปตามจริตของตน

หากบุคคลใดเป็นฆราวาสหรือพุทธศาสนิกชนที่ดียังไม่ได้ 
ยังเพียรทำลายพระพุทธศาสนาอยู่ร่ำไป
ก็อาจมีเหตุให้เปลี่ยนสถานภาพเป็นเดียรถีย์ต่อไป

ทุกสิ่งล้วนมีเหตุปัจจัยให้เกิดให้ดับทั้งสิ้น จริงหรือไม่?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่