เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโปรตีน กรดอะมิโน โปรตีนสกัด ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จำเป็นต่อการเจริญเติบโต


โปรตีน (Protein) ผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนจากถั่วลันเตาสีทอง

มาจากคำภาษากรีกว่า Proteios ซึ่งหมายถึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โปรตีนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่พบมากในเซลล์และเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำ ในร่างกายของเราจะมีโปรตีนอยู่ประมาณมากกว่า 1 ใน 7 ของน้ำหนักตัว โปรตีนจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย โปรตีนหลายชนิดเป็นเอนไซม์ที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตบางชนิด ทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ให้ทำงานได้ตามปกติ ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ก็จะสามารถได้รับพลังงานจากการสลายโปรตีนได้ด้วย อาหารที่มีโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วชนิดต่างๆ เมื่อสลายจะให้พลังงานประมาณ 4 กิโลแคลอรี่

เมื่อเรารับประทานโปรตีนเข้าไปในร่างกายจะผ่านกระบวนการย่อยของร่างกาย ทำให้ได้หน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน ที่จะสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ เรียกว่า กรดอะมิโน (Amino acid) กรดอะมิโนแต่ละโมเลกุลประกอบด้วยธาตุหลัก 4 ธาตุ ได้แก่ ไฮโดรเจน ออกซิเจน คาร์บอน และไนโตรเจน โดยยึดกันด้วยพันธะเพปไทด์ นอกจากนั้นกรดอะมิโนบางชนิดยังมีกำมะถัน (S) และฟอสฟอรัส (P) เป็นส่วนประกอบด้วย

กรดอะมิโนที่พบในพืชและสัตว์มีประมาณ 20 ชนิด ทั้งนี้เราสามารถแบ่งกรดอะมิโนได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (Essential amino acid)
เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง หรือสร้างได้ปริมาณน้อยมาก ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จำเป็นต้องได้จากอาหารที่รับประทานเข้าไปเท่านั้น่ เพื่อช่วยในการสร้างร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้ดีขึ้น กรดอะมิโนกลุ่มนี้มีอยู่ 8 ตัว คือ ลิวซีน (Leucine) ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ไลซีน (Lysine) เมไธโอนีน (Methionine) เฟนิลอะลานีน (Phenylalanine) ธรีโอนีน (Threonine) ทริปโตเฟน (Tryptophan) และวาลีน (Valine) สำหรับเด็กต้องการกรดอะมิโนจำเป็นเพิ่มขึ้นอีกตัว คือ ฮิสติดีน (Histidine)

2. กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้ (Non-essential amino acid)
เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้จากกรดอะมิโนและสารอินทรีย์ชนิดอื่นๆ เช่น อะลานีน (Alanine) อาร์จินีน (Arginine) ซีสเตอีน (Cysteine) โปรลีน (Proline) และไทโรซีน (Tyrosine) เป็นต้น (อ้างอิงที่ 1)

ถ้าแบ่งตามหลักโภชนวิทยา สามารถแบ่งโปรตีนออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. โปรตีนประเภทสมบูรณ์ (Complete protein)
คือ โปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกตัวร่างกายสามารถน้ำมาใช้สร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดีเป็นโปรตีนที่ได้รับจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเหลือง

2. โปรตีนประเภทไม่สมบูรณ์ (Incomplete Protein)
คือ โปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดที่ไม่จำเป็นไม่ครบทุกตัว คือมีไม่พอเป็นโปรตีนที่ร่างกายน้ำมาใช้สร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไม่ดีเป็นโปรตีนที่ได้จากพืช เด็กที่ได้รับเฉพาะโปรตีนชนิดนี้อย่างเดียว จะทำให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และอาจเป็นโรคที่ขาดโปรตีนก็ได้
(อ้างอิงที่ 2)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสารณสุขได้กำหนดปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อ 1 วันสำหรับคนไทย อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 50 กรัมต่อวัน และกำหนดข้อความที่กล่างอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของโปรตีนไว้คือ
- จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
- ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนชนิดต่างๆ ในร่างกาย
(อ้างอิงที่ 3-4)

โปรตีนคุณภาพที่นิยมนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มักจะเป็นโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Isolated Soy Protein) และโปรตีนสกัดเข้มข้นจากนม (Whey Protein Concentrate) หรือทั้ง 2 ชนิดผสมกันเพราะเป็นโปรตีนประเภทสมบูรณ์

โปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองนั้น เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2542 คณะกรรมการอาหารและยา (FDA) สหรัฐอเมริกา ได้อนุญาตให้เขียนบนฉลากอาหารซึ่งมีโปรตีนจากถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบไว้ว่า โปรตีนจากถั่วเหลืองสามารถลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจโคโรนารีได้ ทั้งนี้มีรายงานว่าการผสมโปรตีนจากถั่วเหลืองลงในอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลต่ำ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจโคโรนารีการทดลองทางคลีนิกก็แสดงให้เห็นว่า การบริโภคโปรตีนจากถั่วเหลืองเมื่อเทียบกับโปรตีนชนิดอื่น เช่น โปรตีนจากนมหรือจากเนื้อจะสามารถลดระดับโคเลสเตอรอล และแอลดีแอลโคเลสเตอรอลได้ (อ้างอิงที่ 5)

ส่วนโปรตีนสกัดเข้มข้นจากนมหรือที่เรียกกันว่าเวย์โปรตีนนั้น เป็นโปรตีนสกัดที่ทำมาจากเวย์ ซึ่งเกิดขึ้นในกระบวนการทำเนยแข็ง (Cheese) จากนม (อ้างอิงที่ 6) ปริมาณโปรตีนสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 80%

เอกสารอ้างอิง
1. โปรตีน. วิชาเคมี สารชีวโมเลกุล. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) (ส.ส.ท).
http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?passTo=2a983123eb4b6f15be09db25ceeb2302&pageid=6&bookID=140&read=true&count=true
2. ประเภทของโปรตีน. วิชาเคมี สารชีวโมเลกุล. สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) (ส.ส.ท).
http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?passTo=dda5e890439d4305d1dbd2aec309ecd0&bookID=140&pageid=7&read=true&count=true
3. ประกาศกระทรวงสาธารสุข (ฉบับที่ 182 ) พ.ศ.2541 เรื่องฉลากโภชนาการ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข  
4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องการแสดงข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับหน้าที่ของสารอาหาร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
5. Health Claims; Soy Protein and Coronary Heart Disease; Final Rule. Federal Register 64 FR 57699 October 26, 1999 - Food Labeling. U.S. Food and Drug Administration.
http://www.fda.gov/Food/LabelingNutrition/LabelClaims/HealthClaimsMeetingSignigicantScientificAgreenmentSSA/ucm074740.html
6. Whey protein. Wikipedia, the free encyclopedia.
http://en.wikipedia.org/wiki/Whey_protein

-Issue : November 2020 (2/2563)
#HealthNews #Giffarine #kungpiyaporn #KGift #กิฟฟารีน #สาระน่ารู้ #งานวิจัย #โปรตีน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่