ฝันหวาน (Sweet Dream) 75

กระทู้สนทนา

.

              เช้าวันหยุดพรนภาก็ยังตื่นในเวลาปกติ อุ่นกับข้าวที่เหลือจากเมื่อคืนพร้อมหุงข้าวไว้รอสามีด้วย ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด ก็อยากทำเอาไว้เผื่อสามีหิวข้าว เขาเคยบอกให้ตนเองไม่ต้องทำก็ได้ นอนตื่นสาย ๆ บ้างก็ได้ ทว่ามันชินเสียแล้ว แม้วันหยุดทุกอย่างก็ยังเป็นปกติเหมือนเดิม

                พอทำทุกอย่างเรียบร้อย เธอค่อยกลับมานอนใหม่อีกรอบ ก็อีกนั่นแหละ แปดโมงเช้านาฬิกาปลุกของเธอก็ทำงานอีกครั้ง เป็นเวลาที่ต้องตื่นไปทำงาน เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งแม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม เธอกำลังจะลุกไปอาบน้ำทว่าโดนรั้งไว้ด้วยมือของเมธีเอง

                 “นอนค่ะ! วันนี้วันหยุด สาย ๆ หน่อยก็ได้” ไม่พูดเพียงเท่านั้น ยังดึงตัวเธอให้ล้มลงไปนอนต่ออีกรอบ พร้อมกอดเอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเธอจะหลุดตื่นออกไปอาบน้ำเสียอย่างนั้น

                “อะไรพี่เมธี! นภาตื่นแล้วค่ะ” ค่อนขอดให้กับสามีรุ่นพ่อ พูดภายใต้อ้อมแขนของเขา แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมนอนลงไปแต่โดยดี และ สุดท้ายก็ผล็อยหลับไปอีกรอบในที่สุด

                 จากที่ผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกรอบก็ราว ๆ เก้าโมงเช้าเกือบ ๆ จะสิบโมงเข้าให้แล้ว ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นสามีกำลังนั่งจิบกาแฟร้อน ๆ บนโซฟา อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วอีกต่างหาก คนแก่นี้มันช่างน่าตีนัก บังคับให้คนอื่นนอนต่อแต่ตัวเองดันมาตื่นก่อนอีก ไม่ยอมปลุกกันด้วย

                “ตื่นแล้วเหรอคะ! แบบนี้หน่อย วันหยุดนี่นานอนตื่นสาย ๆ หน่อยก็ได้” เขาพูดพลางซดกาแฟไปด้วย กลิ่นของมันหอมกรุ่นเหลือเกิน

              “ก็เค้าชินนี่นาพี่เมธี นี่ถ้าบางคนไม่คว้าเค้าให้นอนลงไปอีกนะ ป่านนี้เค้าตื่นตั้งนานแล้ว” เหวี่ยงสายตาให้กับสามีคราวพ่อไปที เพียงทำตลก ๆ ทะเล้น  ๆ ให้เท่านั้น “ตื่นนานแล้วเหรอคะตัวเองน่ะ” เธอพูดพร้อมลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน

              “สักพักแล้วค่ะ! ไปอาบน้ำเร็ว ไปไหนเปล่าวันนี้อ่ะ” เขาเลิกคิ้วถาม แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นสามีแห่งชาติของเธอ “เอ… ใครน๊าบอกกับพี่เอาไว้ว่าสองเดือนสุดท้ายจะไม่เที่ยวอ่ะ” พูดกลั้วยิ้มกับเธอ ทำแบบนี้น่ารักที่สุดเลย แม้จะพูดประชดประชันเธอก็ตาม ก็ยังน่าหลงใหลเป็นที่สุด

                 “อ้าว! แล้วตัวเองจะพูดทำไมพี่เมธี ถ้าตัวเองไม่อยากพานภาไปอ่ะ ฮ่วย! ชิ!” ทำหน้าทำตาให้อย่างนึกหมั่นไส้นัก ก็เมื่อครู่เป็นคนพูดเองว่าจะไปไหนหรือเปล่า แต่ดันมาทวงคำพูดของคนอื่นอีก “ไปอาบน้ำแล้ว! ระหว่างอาบน้ำนภาคิดก่อนว่าจะไปไหนที่ไหนดี เพราะว่าเดือนนี้ก็ยังไม่ได้ไปไหนเลย”

               “โอเคค่ะ!” เขาตอบ ภายในคอนโดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ และ ความรักของพวกเธอสองคน จะดีไม่น้อยเลยหากมีเจ้าตัวเล็กมาเติมเต็มความรักของพวกเธอสองคน ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

                 พรนภาถือผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ในหัวคอยคิดว่าจะไปที่ไหนดี กับวันหยุดเพียงสั้น ๆ แบบนี้ นึกออกที่หนึ่งคือ ‘วัดเขาตะแบก’ ที่คิดเอาไว้ตั้งนานแล้วยังไม่ได้ไปสักที วันนี้แหละจะไปให้ถึงให้ได้ จากนั้นก็อาบน้ำอย่างเพลิดเพลิน ละเลงไปกับสัมผัสของน้ำอุ่นอย่างมีความสุข ไม่นานก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมา โดยมีสายตาของเมธีมองอย่างไม่ละสายตากันเลย

                เขามองร่างบางนั้นอย่างชุ่มชื่นหัวใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานกี่ปี ร่างบางร่างนี้ก็ทำให้เขาตื่นเต้นไม่เสื่อมคลาย และ ตลอดเวลาที่มองเห็น ไม่เคยจะเบื่อเลยสักนิด

                “พี่เมธีตัวเองจะอ่านกินนภาทำไมก่อน” หันไปพูดกลั้วหัวเราะกับสามีคราวพ่อ ที่ชอบมองตนเองนักเวลาอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ แบบนี้ ถึงจะทำเป็นค่อนขอดให้ ทว่าความจริงแล้วกลับชอบใจ มีความสุขและดีใจที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเมธีก็ยังหลงใหลในตัวของตนเอง ไม่เบื่อที่จะมอง

                 เมื่อถูกโดนทักเจ้าตัวก็หัวเราะกลบเกลื่อน “เอ๋า! อ่านกินเมียจะทำไมน้อ อ่านกินยังไงก็ไม่อิ่มเลยค่ะ”

                “หื้ย! คักโพดหรอก!” พูดให้อย่างหมั่นไส้ที่สุด

                 “พี่อ่านกินน้องได้คนเดียวเท่านั้นค่ะ คนอื่นอย่าได้บังอาจเหอะ หึหึ” พูดขู่ไปอย่างนั้น ความจริงแล้วก็หวงนั่นแหละ งูจงหางหวงไข่ก็อย่าได้มาเปรียบเทียบ แต่ก็อยู่ภายใต้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ทำให้อีกคนต้องเกิดปัญหา หรือ บาดหมางใจกันแน่นอน

                “จ้า! เค้ายอมให้พี่เมธีกินได้ทั้งตัวและหัวใจเล้ย! คนเดียวด้วยรู้เปล่า” พูดปนยิ้มกลับไป มีโอกาสพูดเอาใจออเซาะคนแก่สักหน่อย ก่อนจะขอตัวแต่งหน้าทำผมต่อ ซึ่งก็ไม่ได้อะไรมากมายอยู่แล้ว เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงแต่งหน้าจัด หรือ แต่งตัวจัดเต็มอะไรมากมาย

             ผ่านไปสักพักเธอก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กางเกงยีนส์เสื้อแขนสั้นไหมผม โชว์เอวนิดหน่อยตามแฟชั่น ซึ่งเมธีก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอแอบตลกสามีเหลือเกิน คนอะไรหวงล่างไม่หวงบน พอเธอสวมกางเกงขาสั้นจะเป็นจะตาย แต่สวมเสื้อโชว์หน้าโชว์หลังกลับไม่ว่าอะไร ก็ยกเว้นเสื้อบางตัวที่เมธีไม่ชอบใจ ก็น้อยมากที่จะขัดใจอีกนั่นแหละ

                “ไปไหนเอ่ยคิดได้ยังคะ หรือ จะไม่ไปจะอยู่ห้องเหรอ” เขาถาม ใจจริงไม่ได้เป็นคนชอบเที่ยวอะไรนัก เพียงเห็นว่าเดือนนี้ภรรยาสุดที่รักคราวลูกของเขา ยังไม่ได้ออกไปไหนเลยก็เท่านั้น ไม่อยากให้มาบ่นทีหลังว่า ไม่พาออกไปไหนเลยสำหรับเดือนนี้อีก ที่บอกว่าสองเดือนสุดท้ายของปีจะไม่เที่ยว เขาไม่เคยจะเชื่อเลยสักนิด

                 “พี่เมธีไปวัดเขาตะแบกกันมั้ย นภายังไม่เคยไปสักที เพื่อน ๆ ของนภาไปมาแล้ว สวยนะ!” เธอเสนอสถานที่ เบื่อที่จะไปร้านกาแฟแล้ว ไปวัดทำบุญบ้างดีกว่า

                “ไปก็ไปค่ะ! ว่าแต่น้องจะสวมเสื้อเอวลอยแบบนี้เหรอไปวัดอ่ะ” พูดพร้อมปรายตามองรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของภรรยาสาว ชอบอยู่หรอกการแต่งตัวแบบนี้ของภรรยารุ่นลูก ถูกใจถูกสเปกเขาเหลือเกิน หากแต่วันนี้จะไปวัดเกรงว่าจะไม่เหมาะสม

                “เอ๋า!… นภาก็จะเอาเสื้อคลุมไปด้วยอยู่แหมะ ปะถ้างั้นก็ไปเหอะ จะเที่ยงแล้วเนี่ย”

                “โอเคค่ะ!” พอจบการสนทนา พวกเธอทั้งสองคนก็ออกเดินทางกันได้ และ เธอก็ไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อแขนยาวไปด้วย

                 เหมือนเดิมการออกไปข้างนอกแต่ละครั้ง พวกเธอไม่ลืมที่จะเปิดจีพีเอสกันหลง เพราะต่างก็พึ่งจะเคยไปครั้งแรกเช่นกัน ดู ๆ แล้วเส้นทางไม่ไกลเลย อยู่ใกล้ ๆ ที่พักนี่เอง ระหว่างทางไม่ลืมที่จะแวะปั๊มน้ำมันเพื่อซื้อกาแฟก่อน พอไม่ได้ไปคาเฟ่ที่พึ่งหนึ่งเดียวสำหรับการเดินทาง ก็กาแฟแบรนด์ในปั๊มน้ำมันนี่แหละ เช่นเคย ของเธอลาเต้ปั่น ส่วนของเมธีเอสเพรสโซ่เย็น แม้จะดื่มกาแฟไปแล้วเมื่อเช้าก็ตาม

                 พอแวะซื้อกาแฟเรียบร้อย คราวนี้ก็ออกเดินทางกันได้สักที ขับรถออกมาจากที่พักไม่นานก็ถึงแล้ว อยู่ไม่ไกลจริง ๆ ตอนนี้ทางวัดก็ยังสร้างสถานที่ให้เที่ยวชมยังไม่แล้วเสร็จ ยังเหลืออีกบางส่วน ทว่าส่วนมากก็เข้าชมได้แล้ว

                  มาถึงก็ไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ ดูรีวิวมาจากเพื่อนของเธอที่ลงรูปในเฟซบุ๊กให้ดู เมธีขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของวัด จอดแอบ ๆ ข้าง ๆ กับรถของตำรวจคันหนึ่ง

                 “น้องสุยรถตำรวจเล่น ๆ จักแผลกันน๊า” เขาพูดพร้อมปายตามองเธอ เผยยิ้มนิดหน่อย “อุ้ยขอโทษครับกะผิด อ้ายกะสิว่าจังสิ เรียกประกัน ๆ อ้ายกะสิวาสิ ฮา”

                “นั่น! หาทำหลายพี่เมธี หาเรื่องใส่ตัวเอง ขี้เกียจเอารถตัวเองหนิแหล่วไปทำสี” ตอบตามความจริง ไม่อยากแสดงท่าทางอะไร หรือ พูดอะไรให้มากความ “ปะจอดได้ยัง นภาลงได้ยังหนิ” เธอพูด ส่วนเจ้าตัวมองหน้าและยิ้มให้เฉย ๆ ก่อนจะยักคิ้วให้เป็นคำตอบว่าลงได้แล้ว

                พวกเธอลงจากรถได้ก็ยืดเส้นยืดสายกันก่อน วันนี้ถึงจะไม่ใช่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผู้คนก็มาทำบุญกันมากมาย ดูจากจำนวนรถที่จอดอยู่ตรงลานจอดรถนี่แหละ เธอมองไปยังทางเข้าวัดผู้คนก็แน่นหนามาก แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเบียดเสียดกันเข้าไป หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ไม่อยากจะคิดเลย

              “ปะน้อง! เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” เขาชวนพร้อมเดินกอดคอเธอเข้าไปห้างใน ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองอย่างไรเลย มาถึงก็มีสเปรย์แอลกอฮอล์ให้พ่นตัวและล้างมือ มีที่สแกนอุณหภูมิร่างกายด้วย ทุกคนใส่ผ้าปิดจมูกกันหมด

               “พี่เมธีอะไรน่ะ ซื้อโบว์เส้นละสามสิบบาท! อ้อ เราต้องซื้อโบว์ไปผูกไง เห็นมั้ยนะเขาผูกไว้เต็มเลย “ เธอพูด อ่านป้ายที่ทางวัดเขียนเอาไว้

               “ซื้อเลยค่ะ เอาสีไรก็ได้” เขาตอบพร้อมเดินแตะบ่าของเธอไปซื้อโบว์ด้วย พวกเธอเดินเข้ามาซื้อโบว์กับคนขาย เธอเลือกเอาโบว์สีน้ำเงินทั้งสองเส้นเลย มันก็มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีขาวด้วย แต่เธอก็เลือกเอาสีน้ำเงิน ที่โบว์จะให้เขียนชื่อของตนเองติดเอาไว้ด้วย

               “พี่เมธีเค้าให้เขียนชื่อด้วย เราต่อคิวเขียนตรงนี้ดีกว่า” เธอหันมาคุยกับเขา เจ้าตัวพยักหน้าให้ ตอนนี้ผู้คนที่มาเที่ยววัดเยอะมาก ๆ ค่อนข้างวุ่นวายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน “พี่เมธีอ่ะนี่ปากกา หรือ จะให้เค้าเขียนให้” เธอหันมาถามอีกครั้ง

               “เดี๋ยวพี่เขียนเองก็ได้ค่ะ นี่น้องเขยิบมาตรงนี้หน่อยค่ะ ให้คนอื่นเค้าเข้าไปเขียนด้วย” เมธีจับตัวของเธอขยับถอยออกมานิดหน่อย เพื่อที่จะให้คนอื่นเข้าไปใช้โต๊ะรองเขียนชื่อที่โบว์ได้ จากนั้นพวกเธอก็ลงมือเขียนชื่อของตนเองในทันที “น้อง…น้องนภานี่บูชาดอกไม้ธูปเทียนด้วยค่ะ ชุดละยี่สิบบาท” เขาหันมาสะกิดบอกเธอหลังเขียนชื่อเสร็จ

                “ได้! เดี๋ยวนภาไปเอาเอง” จากนั้นพรนภาก็เดินไปหยิบดอกไม้ธูปเทียน พร้อมหย่อนธนบัตรใบละยี่สิบบาทลงในตู้สองใบ พอได้มาแล้วพวกเธอก็พากันเดินขึ้นเขาไปไหว้พระ

               ระหว่างทางเดินจะเป็นสะพาน ตามราวสะพานจะเต็มไปด้วยโบว์ทั้งสี่สีผูกมัดเอาไว้ แทบไม่มีที่ว่างเลย และ เธอก็ไม่ต้องการที่จะผูกโบว์ไว้ตรงนี้ด้วย

                 “น้องนภา ถ่ายรูปกันค่ะ มาพี่ถ่ายรูปให้” เธอแอบยิ้มให้กับเสียงเรียกของสามี รู้งานนะพี่เมธี รู้หน้าที่แฮะทุกวันนี้ ไม่ต้องให้บอก มันอดที่จะยิ้มและแอบหัวเราะออกมาไม่ได้จริง ๆ “หัวเราะอะไรเค้าฮะ” ไม่พอยังเคาะศีรษะของเธอไปอีก “ตรงไหนมาพี่ถ่ายรูปให้ค่ะ”

                 “ตรงนี้ค่ะพี่เมธี” พูดจบพรนภาก็เดินหามุมเก็บภาพถ่ายรูปของตนเอง ถ่ายรูปโดยช่างภาพกิตติมศักดิ์ส่วนตัว และ รักที่สุดด้วย พวกเธอเดินถ่ายรูปกันไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นก็มีคนอื่นเก็บภาพไปด้วยเช่นกัน

                  พอมาถึงทางขึ้นภูไปไหว้พระ ทำให้อดนึกถึงภูปอที่บ้านเกิดไม่ได้เลย เหมือนกันเป๊ะ! ทางขึ้นไปไหว้พระบนหลังภูมีสองทาง คือ ทางเดิมเลยจะเป็นบันไดขึ้นไปซึ่งสูงมาก และ ทางที่สองคือเดินไปตามถนน อ้อมหน่อยแต่ไม่เหนื่อย

                 “เอาไงคะ พี่ว่าเดินขึ้นบันไดดีกว่านะ ได้บรรยากาศกว่ากันเยอะ” เมธีดันตัดสินใจแทนเสียนี่

                “ฮ๊า! จะเดินขึ้นบันไดเหรอ” เธอถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะมองขึ้นไปตามบันไดแล้วมันสูงมาก “พี่เมธีตัวเองแก่แล้วนะ” บ่นอุบอิบเบา ๆ แต่เหมือนเจ้าตัวจะได้ยินเสียด้วย

               “แก่แต่อายุ! เค้ายังแข็งแรงเด้อ มีลูกได้อีกเป็นสิบคนพุ่น” พูดกลั้วหัวเราะอย่างตลก ทำเอาคู่ชายแก่หญิงสาวเหมือนกับพวกเธอหัวเราะชอบใจใหญ่

               “ถูกต้องครับผม!” พี่ผู้ชายหันมาพูดกับเมธี ทำเอาเธออดยิ้มให้ไม่ได้ “ปะครับสู้ตาย ผมนำไปก่อนนะ”

              “ครับ! เดี๋ยวตามไป ดูทรงเมียก่อนหน้ายากโพด” เมธีตอบ เพราะว่าพวกเรามีอะไรเหมือน ๆ กัน จึงพูดถูกคอกัน ทั้งที่พึ่งจะมารู้จักกันวันนี้ตรงนี้นี่เอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่