ฝันหวาน(Sweet Dream) 52

กระทู้สนทนา

.

https://pantip.com/topic/40859034…บทที่ 51


                เช้าวันหยุดที่แสนหดหู่ ไม่ใช่หดหู่เพราะโรคระบาด แต่ หดหู่เพราะอะไรที่วางแผนเอาไว้กลับล่มไม่เป็นท่านี่สิ ยังดีที่ทางรีสอร์ตเข้าใจ สามารถเลื่อนได้ถึงสิ้นปี วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชาจึงคิดว่าจะชวนสามีไปทำบุญสักหน่อย ประกอบกับฝันถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วย จึงอยากไปทำบุญอุทิศให้

                     เช่นเดิมวันหยุดแบบนี้เธอก็ยังตื่นปกติ จะมีก็เพียงเมธีที่ยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนที่นอน เธอปล่อยให้นอนตามสบาย ไม่ปลุก ส่วนตนเองนั้นลุกไปหุงข้าวอุ่นกับข้าวไว้รอ และ ไปอาบน้ำแต่งตัว กะว่าแต่งตัวเสร็จค่อยปลุกให้เมธีตื่นก็ได้

                    จัดการทุกอย่างเสร็จจึงเดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ ขณะกำลังเปิดฝักบัวอาบน้ำอย่างเพลิดเพลินนั้นสายตาพลันเหลือบไปเห็นคนในกระจก เธอเผยยิ้มกลั้วหัวเราะให้ คน ๆ นั้นไม่ใช่ใครเมธีเอง มายืนพิงประตูมองเธออาบน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่

                     “ตื่นเช้าจังค่ะ เค้าอาบด้วยสิ” เขาพูด สายตามองไปที่เรือนร่างขาวเนียนไร้อาภรณ์นั้น มองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้รูปชัดเจน ผิวหนังกระทบหยดน้ำจากฝักบัวกระตุ้นความเป็นชายของเขาให้ตื่นตัวมากขึ้น “หืมม์ อย่าสิลูก พ่อยังไม่พร้อม “ เขาพูดห้ามตัวเองด้วยท่าทางตลก พูดให้เธอได้ยินด้วย

                  พรนภาหันหน้ามาหาคนที่ยืนพิงประตู หัวเราะกับคำพูดของเขา “อะไรพี่เมธี นภาอาบน้ำเสร็จแล้วเนี่ย ไม่ต้องเลย ! จะไปทำบุญเดี๋ยวเสียเวลา รู้เรื่องกะเค้ามั้ยเนี่ยวันนี้วันไรอ่ะ” เปลี่ยนจากหัวเราะให้เป็นค่อนขอดแทน

                     “ไม่รู้วันไรอ่ะ” เขาตอบพร้อมถอดเสื้อออกเตรียมตัวอาบน้ำกับเธอ “อย่าพึ่งดิ พี่อาบด้วย ถูหลังให้เค้าก่อน”

                     “โถ่ ! เอาจริง… ไม่รู้จริงอ่ะ งี้แหละเล่นแต่เกม ออกจากเกมนึงเล่นอีกเกมนึง บ้านเมืองเค้าเป็นอะไรก็ไม่รู้กะเค้า” บ่นให้ ไม่ค่อยชอบใจกับคำตอบที่ได้นัก

                       “รู้ค่า ! แหม…ไม่เอาค่ะไม่งอน จะไปทำบุญนะต้องอารมณ์ดีดิ “ เขาตอบ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องน้ำ ยืนใต้ฝักบัวด้วยคน โอบเอวนิ่มนวลนั้นเอาไว้จากด้านหลัง บางจังหวะเผลอยกมือขึ้นมาสัมผัสหน้าอกเต่งตึงของเธอด้วย ให้ร่างกายสัมผัสเม็ดน้ำไปด้วยกัน สูดดมปอยผมของเธอที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ

                      “อย่านะ !” พรนภาหันขวับไปมอง เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรแทงด้านหลัง “อาบน้ำเลย รีบ ! จะไปทำบุญค่ะ นี่ก็สายมากแล้ว เก้าโมงแล้วจะไปวัดตอนไหน” พูดยืดยาว ส่วนเจ้าตัวหัวเราะลั่นห้องน้ำ “นั่งลงไปเลยจะสระผมให้ ฮ่วย คนจะอาบน้ำเสร็จอยู่แล้วยังมายื้อเวลาอีก”

                      “ฮื้ย มืงนี่น้อลุกอยู่ได้ รีบ ๆ อาบน้ำเหอะ เมียด่ายับแล้วเนี่ย ” ด่าตนเอง พรนภาเม้มปากหัวเราะ ทว่าก็ไม่ได้อะไรด้วย หลังจากนั้นเขาก็นั่งลงให้พรนภาสระผมให้ แล้วพวกเขาก็ออกจากห้องน้ำไปพร้อมกันหลังอาบน้ำเสร็จ

                     “น้องจะไปทำบุญที่ไหนคะ” เขาถามระหว่างกำลังแต่งตัวหน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยกัน เธอนั่งบนเก้าอี้ ส่วนเขายืนส่องกระจกทางด้านหลัง มองหน้ากันและกันผ่านกระจก

                    “ก็วัดเดิมนี่ล่ะ ใกล้ ๆ บ้านเรา รีบไปรีบกลับ นภาอยากไปถวายสังฆทานน่ะ ฝันเห็นตาสองรอบติดในคืนเดียวค่ะ “ เธอเล่าให้เขาฟัง

                     “ยังไง ! “ เมธีเลิกคิ้วเป็นเชิงคำถาม พร้อมสะบัดผมที่เปียกให้แห้ง จัดทรง “เอ้อ แล้ววันนี้ไปร้านกาแฟปะ” ถามต่อ

                    “ไม่ค่ะ แต่ว่าขากลับพานภาแวะอเมซอนหน่อยนะ อยากกินชาไทยปั่น” พูดพร้อมทาครีมไปด้วย “เรื่องฝันก็ไม่อะไรหรอก แต่มันฝันสองรอบติดกันไง นภาตื่นขึ้นมาแล้วหลับต่อก็ยังฝันอีก ก็เลยอยากไปทำบุญเฉย ๆ “

                      “เคค่ะ เดี๋ยวเค้าไปชงกาแฟทานรอนะ” เพราะแต่งตัวเสร็จก่อนนั่นเอง สำหรับเขาไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรมากมาย ไม่เหมือนผู้หญิง

                     “อ้าว ไม่กินเมซอนด้วยเหรอ” เธอถาม พร้อมย่อชื่อให้เหลือสองพยางค์ เป็นอันที่รู้กันสองคน

                     “ไม่ค่ะ”

                      “ตามใจ กับข้าวก็อุ่นแล้วนะ ข้าวก็หุงไว้ละ กินได้เลย” เธอกำชับ เกรงว่าเขาจะหิว “เอ้อพี่เมธีก่อนไปน่ะพานภาแวะโลตัสก่อนนะ จะซื้อสังฆทานไปเอง ไม่อยากใช้สังฆทานเวียน”

                      เมธียักคิ้วก่อนเดินเข้าไปในครัว ส่วนตนเองกลับมาแต่งตัวต่อไป เพราะยังไม่เสร็จดีเลย มัวแต่คุยกับเมธีนั่นแหละ

                    เมื่อพวกเธอพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปวัดที่ว่า เป็นวัดที่อยู่ใกล้ ๆ กับคอนโด ขับครู่เดียวก็มาถึง มีผู้คนมาทำบุญประปราย เพราะกลัวโรคระบาดอีกทั้งฝนตกปอย ๆ ด้วย ถึงกระนั้นพวกเธอสองคนก็ไม่หวั่น ยังพากันออกมาทำบุญ เพราะเธออยากจะทำ

                     เธอสวมกางเกงขากระบอกกับเสื้อแฟชั่น เพราะหน้าอกมันกว้างเกินไปจึงใส่เสื้อแขนยางคุมไปด้วย “น้องติดกระดุมให้มันดี ๆ หน่อย มันปิดได้แค่นี้เหรอ ใส่มาทำไมเสื้อตัวนี้ รู้ว่าคอมันกว้างอยู่นะ” เขาพูดพร้อมปรายตามองคอเสื้อของเธอแบบไม่ค่อยชอบใจนัก พวกเธอคุยกันขณะอยู่ภายในรถยังไม่ออกไป

                     “เอ๋าพี่เมธี ฮ่วย… จะบ่นนภาทำไม นภาก็ติดกระดุมเสื้อแขนยาวอยู่นี่ไง มันได้เท่านี้ มันไม่น่าเกียจหรอก เนี่ยเรียบร้อยหยัง” หันหน้าเบี่ยงตัวไปให้สามีรุ่นพ่อเช็กความเรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ

                     “ค่ะ ปะลงไปกันเถอะ” เขาตอบ ขณะนี้ฝนกำลังตกลงมาปอย ๆ เป็นละออง ทว่าก็ไม่ใช่ปัญหาในการทำบุญครั้งนี้ พวกเธอสวมผ้าปิดจมูกให้เรียบร้อย เปิดประตูลงจากรถ “ฝนตกอ่ะน้อง เอาร่มมั้ยคะ”

                        “ไม่ค่ะ ไม่เป็นไรฝนแค่นี้เอง “ เธอตอบพร้อมถือสังฆทานลงจากรถด้วย “พี่เมธีเดี๋ยว ! แป๊บนึงค่ะ ถ่ายรูปให้เค้าสักรูปหน่อยได้มั้ย ใช้โทรศัพท์พี่เมธีแหละ ตรง ๆ นี้ ๆ เลย”

                        “ได้ค่ะ ! เอาตรงนี้เลยใช่มั้ย” เธอพยักหน้า จากนั้นเมธีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปให้เธอคู่กับสังฆทาน พอถ่ายรูปเสร็จพวกเธอก็เดินเข้าไปภายในวัด มีคนที่มาทำบุญบางตามาก ทั้งโรคระบาดอีกทั้งฝนตกด้วยนั่นแหละ จึงทำให้ผู้คนมาทำบุญกันบางตาในวันนี้

                      เมื่อเดินเข้ามาในศาลาฝั่งซ้ายมือจะเป็นโต๊ะวางสังฆทานให้เช่าพร้อมดอกไม้ พวกเธอเช่าเพียงดอกไม้ก็พอ เมธีเป็นคนหยิบดอกไม้มาให้ จากนั้นก็พากันไปกราบพระก่อนนำสังฆทานไปถวาย ในการถวายก็รอถวายหมู่ รอคนอื่น ๆ ด้วย เมื่อได้สักประมาณหนึ่งพระท่านก็พาถวายสังฆทานเลย นอกจากนั้นยังบริจาคปัจจัยในส่วนต่าง ๆ ให้ทางวัดด้วยตามศรัทธา ตามกำลังทรัพย์ของพวกเธอสองคน

                    “แน่ใจนะคะว่าไม่ไปร้านกาแฟอ่ะ” เขาถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ไม่เคยขัดอยู่แล้วหากเธอคนนี้อยากไปไหน ถ้าพาไปได้ก็จะพาไปทันที และวันนี้ที่เอ่ยชวนเพราะอยากชดเชยสำหรับวันพรุ่งนี้ที่พาเธอไปเขาใหญ่ไม่ได้

                     “แน่ใจค่ะ นภาอยากกลับห้องอ่ะ ขี้เกียจออกข้างนอก แต่ว่าพาแวะเมซอนก่อนนะ” เธอหันมาตอบสามี ยิ้มให้กับเขา ยิ้มให้กับการชวนไปร้านกาแฟนี่แหละ สมแล้วกับการเป็นสามีของเธอ ต้องรู้ใจแบบนี้สิ ว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร

                        “โอเคค่า งั้นเรากลับกันเถอะ” เมธีกอดคอเธอเดินไปขึ้นรถ ไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มาทำบุญกันเลย แล้วพวกเธอก็ขับรถไปที่ปั๊มน้ำมันเพื่อไปซื้อกาแฟ มีร้านกาแฟอยู่ในปั๊มด้วย พอมาถึงเธอเดินไปซื้อเพียงคนเดียว ให้เมธีรออยู่ในรถ ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาพร้อมแก้วชาไทยปั่น

                     “ไปไหนต่อมั้ยเนี่ยนางหล่า ถามอีกก่อนเผื่ออยากไปน้อ” ปรายตามองพร้อมถาม ก่อนจะถอยรถออก

                    “ม่าย ! กลับห้องเลยค่า” เมื่อเขาถามอีกรอบ เธอก็ตอบอีกรอบ ไม่รำคาญเลย กลับชอบใจเสียด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าถูกเอาใจใส่อย่างไรไม่รู้ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าที่เขาถามแบบนี้เพราะอยากชดเชยที่พรุ่งนี้ไม่ได้พาไปเขาใหญ่

                     ขับรถมาไม่นานพวกเธอก็กลับมาถึงคอนโด เมธีเดินกอดคอเธอเหมือนเคย ทำไมดูขี้อ้อนกว่าทุกวัน แค่คิดแล้วเผยยิ้มคนเดียว เปิดประตูห้องเข้ามาได้เธอก็ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนกันเลย ส่วนเมธีนั้นเดินไปเปิดทีวีเล่นเกม ก็ไม่ได้ว่าอะไรความสุขของกันและกัน ถ้าไม่มากจนเกินไปไม่ว่ากันอยู่แล้ว

                     “รู้ใช่มั้ยเมื่อไหร่เล่นเกมบอลจะต้องทำยังไงอ่ะ” เธอพูดขณะนอนดูเขากำลังกุลีกุจอง่วนอยู่กับหน้าจอทีวีและเกม

                       “ไม่ได้เล่นพรีเมียร์หลีกจ้า เล่นฟีฟ่าจ้า ฮา “ เขาหันมาหัวเราะเยาะเธอ ส่วนเธอก็ทำเพียงยิ้มให้ด้วยสายตามองบน

                    “แล้วไป !” ตอบเบา ๆ แล้วต่างคนก็ต่างอยู่ในโหมดส่วนตัว เมธีเล่นเกมฟุตบอลอย่างเมามัน ส่วนเธอนั้นนอนดูยูทูปการทำน้ำยาขนมจีน นึกอยากทาน เปิดดูสักหน่อย “พี่เมธีหยุดหน้าเราทานหนมจีนกันมั้ย นภาอยาก นภาจะลองทำน้ำยาขนมจีนดู เนี่ยในยูทูปเขาสอนทำง่ายมากเลยนะคะ”

                    เขาหันมาดูพร้อมถอยหลังนั่งลงที่ปลายเตียงด้วย “ซื้อทานง่ายกว่าค่ะ ฮา “

                     “พี่เมธี ! ฮ่วย นภาทำเป็นอยู่ หาว่า ! เนี่ยทำตามยูทูปไง เขาบอกขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่เนี่ย ง่าย ๆ เอง” เธอคะยั้นคะยอ อยากลองทำสักครั้ง เกิดมายังไม่เคยทำน้ำยาขนมจีนกับเขาเลย ตอนเด็ก ๆ ก็ใช้ยายทำให้ทาน “เค้าอยากกินน้ำยาป่าตีนไก่อ่ะ ทำง่าย ๆ เองนะเนี่ย ใช้ปลาทูเอาก็ได้”

                   “ซื้อกินง่ายกว่า กะยังว่า  “ เมธียังยืนยันคำเดิม พูดกลั้วหัวเราะด้วย “ถ้ารุ่นได้เบิ่งยูทูปเฮ็ดไปนำหนิ มันสิแซบโพด ฮา” เขาพูดปนหัวเราะให้เธอ

                     “ฮ่วยพี่เมธีอยากโดนบ่ ! “ พอสิ้นคำพูดดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่พอขึ้นขี่หลังของเมธีขณะที่เมธีนั่งเล่นเกมอยู่ปลายเตียง ล็อกคอเอาไว้ “นภาอยากทำน้ำยาขนมจีนกินเองนั่นเด้ จะกินขนมจีนฝีมือนภามั้ย ตอบ !”

                    “ ฮา เออะ !  ปล่อยพี่ค่ะน้องนภา ฮา พี่จะยิงประตูแล้วเนี่ย ฮา “ พูดด้วยเสียงหัวเราะลั่น โดยมีร่างของพรนภาเกาะหลังของตนอยู่

                     “ไม่ ! จะกินฝีมือนภาหรือจะซื้อ ตอบ !” เธอยังไม่ยอม พยายามขี่หลังขึ้นขี่คอของสามี มือล็อกคอกอดศีรษะกอดหน้าไปทั่ว ไม่ให้เขาเล่นเกมได้ “ตอบมาเดี๋ยวนี้พี่เมธี หึหึ”

                     “ฮา ซื้อกิน เออะ ! ปล่อย !” เสียงหัวเราะของเมธีดังไปทั่วห้อง พวกเธอเล่นกันเป็นเด็ก ๆ ไปเลย เวลาส่วนตัวแบบนี้จะลดอายุเล่นกันแบบไหนก็ได้

                      “ยังจะซื้อกินอีกใช่มั้ย ! “ สิ้นคำพูดก็พยายามปีนเกาะหลังขึ้นไปนั่งที่บ่าของเขา เจ้าตัวก็พยายามสู้ ยกมือขึ้นมาดึงมือของเธอออก ส่วนเธอก็จิกไปผมของเขา

                       “ฮา ปล่อย เออะ มันเจ็บค่ะน้องนภา โอ้ยพี่เจ็บ ฮา “ ปากก็บอกว่าเจ็บแต่ก็ยังหัวเราะเยาะเธอ สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่อเธอ นอนหงายลงไปกับเตียงนอน ทำให้ตัวของเธอกระเด็นนอนหงายลงที่นอนไปด้วย “มานี่ซิ ! ชอบแกล้งพี่นักใช่มั้ยมานี่ !”

                    “กรี๊ด ! ไม่ ! “ เธอพยายามจะถอยหนีขึ้นไปตั้งหลักที่หัวเตียง แต่ไม่ทันโดนเมธีดึงขาลากลงมาปลายเตียงแล้ว โดนทับด้วยร่างกายของเมธีเอาไว้อีก “ปล่อยนภานะ ปล่อย !”

                     “ไม่ ! อยากแกล้งเค้านักมันต้องโดนเอาคืน” พร้อมชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งข้าง ชำเลืองมองอย่างเลือดเย็น ทำอย่างกับนิ้วมือเป็นมีดเงาวับก็มิปาน มืออีกข้างล็อกตัวเธอเอาไว้ นิ้วชี้นั้นพร้อมจะจิ้มไปที่เอวของเธอได้ทุกเมื่อ

                       “ฮือ พี่เมธีไม่เอา ! อย่าทำนภา นภายอมแล้ว นภาไม่กวนแล้ว ฮือ นภาไม่เอาจิ้มเอว มันหนักขี้ไก่เดือม “ เธอพูดอ้อนวอนออกไปด้วยความกลัว เพราะมันจั๊กกะจี้มาก เธอไม่ชอบให้ใครมาจิ้มเอวของเธอแบบนี้ ทว่าภายในใจก็คิดว่าอย่าให้หลุดไปได้นะ หลุดไปได้เมื่อไหร่ โดนหนักกว่าเดิมแน่
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่