เถรใบลานเปล่า

กระทู้สนทนา
- พระพุทธเจ้าทรงใช้คำนี้กับพระที่มีความรู้เป็นพระธรรมถึกที่ยังติด ยังไม่บรรลุมัคผล เพื่อเป็นกุศโลบายให้ท่านได้สติระลึกได้ จนกระทั่ง พระธรรมกถึกองค์นั้นได้ละมานะเข้าหาลูกศิษย์ของตนที่เป็นพระอริยะแล้ว จนกระทั่งท่านได้บรรลุอรหัตตผลในที่สุด
---------------------
- การที่คน/พระ ธรรมดาสามัญนำมาใช้เรียกคนอื่นว่า เถรใบลานเปล่า นี่คงไม่สมควรแก่ตนเอง 
- เพราะอะไรจึงกล่าวว่า ไม่สมควรแก่ตนเองที่กล่าวว่าคนอื่นเป็น เถรใบลานเปล่า  เพราะเป็นอกุศลเจตนา
- เป็น อกุศลกรรม เป็น สหชาตกัมมปัจจัย ที่สำเร็จลงแล้ว รอรับผลเป็น นานักขณิกกัมมปัจจัยในโอกาสต่อไป
- แต่ถ้า คน/พระ ธรรดาๆ กล่าวต่อว่าคนอื่นว่าเป็น เถรใบลานเปล่าบ่อยๆ นานๆ ก็จะเป็นกัมมภวะแรงกล้า มีโอกาสส่งผลเป็น ปกตูปนิสสยปัจจัย ได้ในกาลต่อไป
---------------------
- ผู้ที่ได้รับการเรียกจาก คน/พระ ธรรมดา ว่าเป็น เถรใบลานเปล่า 
- ผู้ที่ศึกษาพระธรรมจนเข้าใจดีแล้ว ก็ยิ้มพอใจ เพราะถือว่าเป็นคำชม แต่เป็นคำชมของ คน/พระ ประเภท ธรรมดาสามัญ ก็แค่เกิดโสมนัสนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ปล่อยตกไป
- ผู้ที่ศึกษาพระธรรมยังไม่เข้าใจดีพอ หรือยังติดในรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นกรอบอยู่ ก็เกิดเวทนา เกิดโทสะ หากยังไม่มีสติตามรู้ได้ทัน ก็เกิดโทสะอยู่ โทสะเกิดนานเข้า เกิดบ่อยๆเข้า เพราะ คน/ พระ ประเภทอย่างธรรมดาสามัญ (กล่าวด้วยคิดว่าเป็นการเย้ยหยัน) ก็เกิด อุปาทาน เกิดกัมมภวะต่อ ไหลต่อไป
-------------------
- เพียงแค่กล่าวคำว่า เถรใบลานเปล่า เพราะความไม่รู้ สิ่งที่เกิดต่อไปก็คือ ปปัญจธรรม 3 (กิเลสเครื่องเนิ่นช้า, กิเลสที่เป็นตัวการทำให้คิดปรุงแต่งยืดเยื้อพิสดาร ทำให้เขวห่างออกไปจากความเป็นจริงที่ง่ายๆ เปิดเผย ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ และขัดขวางไม่ให้เข้าถึงความจริง)
--------------------
- ส่วนท่านกัลยาณมิตรที่เฝ้าแต่เพียรอธิบายสิ่งที่ถูกต้อง ให้กับ ผู้ที่ยังมีความเห็นผิด เพื่อที่จะให้ท่านกัลยาณมิตรที่ยังเห็นผิดได้กลับมาเห็นให้ถูกทางนั้น จนโดน คน/พระ ประเภทธรรมดาอย่างสามัญ ตราหน้าว่า เถรใบลานเปล่า ซ้ำๆบ่อยๆ แต่ก็เพียรพยายามอธิบายอยู่อย่างนั้น ก็จะเป็น ปกตู อย่างแรงกล้าในกาลต่อไป เป็นเหตุให้ในกาลต่อไปกาลใดกาลหนึ่งสำเร็จได้อย่างแน่นอน ทำไปเถอะครับ เพราะจิตเป็นกุศล แม้จะเป็น ปุญญาภิสังขาร มีภพภูมิที่ดีในกาลต่อไป ก็จะทำให้ภพภูมิที่ดีนั้นเป็นบาทให้สำเร็จผลได้ต่อไปครับ กระผมขออนุโมทนาครับ
----------------
- เมื่อทบทวน ปัฏฐาน มาจนจบบทที่ 12 กำลังจะขึ้น บทที่ 13 ในตอนท้ายกล่าวถึง สติปัฏฐาน 4 ที่ท่านทำหมู ได้เคยบอกผมว่า ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบ แต่เป็นการปฏิบัติในชีวิตจริงก็ได้ เมื่อทบทวนอีกครั้งจนจบบทที่  12 ก็เห็นตาม ท่านทำหมู แนะนำไว้อย่างกระจ่างใจครับไม่มีข้อสงสัยอีกแล้วครับ และเป็นไปตามคำสอนของอาจารย์ท่านนั้นครับ 
--------------
- กระทู้นี้ เขียนขึ้นเพื่อแนะว่า อย่าใช้คำเรียกว่า เถรใบลานเปล่า มั่วๆกับใครอีกต่อไปครับ ควรให้พระพุทธเจ้าท่านต่อๆไปเป็นผู้ใช้ดีกว่าครับ เพราะที่ผ่านมาบรรดา พระธรรมกถึก ที่ถูกพระพุทธเจ้าเรียกเถรใบลานเปล่าก็เพราะมีกุศโลบายที่จะชี้ทางให้ผู้ที่มีฐานะสมควรได้บรรลุธรรมครับ และก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ทุกท่านนะครับ
-------------
- อ่านแล้วขออย่าได้มี อกุศลจิตเกิดนะครับ แต่ขอให้มีการพิจารณาไตร่ตรองตามรู้ จนเกิดกุศลจิตเกิดให้ได้นะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่