เรากับแม่ทะเลาะกันเรื่องน้องตกงานค่ะ(น้องคนละพ่อ)
ตกงานรอบที่ 4 แล้ว จากการขาดงาน ลางาน
งาน3ที่แม่เป็นคนหาให้ค่ะ ที่ล่าสุดเราพาไปหาและสมัคร
และตกงานในที่สุดจากปัญหาเดิม แม่ก็บ่นตั้งแต่เช้าว่าต้องหางานใหม่ให้น้องนะ เราเลยพูดไปว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่งาน
แต่อยู่ที่คน ทำที่ไหนก็ได้ออกถ้ายังขี้เกียจแบบนี้ จากนั้นแม่ก็โกรธเราค่ะ บอกว่าลูกยังไงก็ลูกจะเป็นยังไงแม่ก็ต้องดูแล แต่บ้านเราเช่า ค่ากินใช้จิปาถะเราจ่าย ปัจจุบันแม่ไม่ได้ทำงานเพราะต้องเลี้ยงลูกให้เรา ค่าเลี้ยงลูกเราก็จ่าย แกเคยบ่นว่าอยากไปทำงานเพราะค่าใช้จ่ายไม่พอ เนื่องจากน้องตกงานบ่อยแล้วต้องขอเงินแม่ใช้ ถึงทำงานก็ไม่เคยหยิบยื่นช่วยคนในบ้านเลย ข้าวไม่ต้องหาเสื้อผ้าไม่ต้องซัก กินแล้วถ้วยชามไม่ต้องล้าง หน้าที่คือตื่นให้ทันงาน มากินข้าวแล้วเลิกงาน วันไหนตื่นสายก็โวยวายว่าไม่มีใครปลุก เราเหนื่อยค่ะไม่ได้เหนื่อยแค่กับค่าใช้จ่าย แต่เหนื่อยที่แม่ไม่เคยเด็ดขาดกับนิสัยแย่ๆของน้อง ไม่ใช่แค่เรื่องงานที่เป็นปัญหา ยังมีเรื่องนิสัยก้าวร้าวเวลาแม่บ่น แล้วขึ้นกูกับแม่พังข้าวของในบ้าน เราเคยขอแม่แยกกันอยู่แต่แม่ร้องไห้บอกว่าเราจะทิ้งแกค่ะ ผ่านมาเราก็ยอมมาตลอดเพราะคิดว่าที่แม่ไม่มีรายได้เพราะเราที่ให้แกเลี้ยงลูกให้ เราจะเลี้ยงเองก็ต้องทำงาน(เรากับสามีแยกทางกัน)เราพยายามไม่สนใจเวลาน้องมันก้าวร้าวใส่แม่ แค่ดูห่างๆกลัวมันจะทำร้ายแม่ เคยมีหลายครั้งที่แม่กับน้องทะเลาะกันแล้วน้องบอกว่าจะฆ่าตัว.. าย เราโมโหค่ะเลยพูดออกไปว่าใครทำอะไรให้มันถึงอยากตาย ถ้าอยากตา.. เพราะความโง่ตัวเองก็ปล่อยตายไป จากนั้นก็ดราม่ายาวเลยค่ะ บอกว่าเราก็เป็นแม่ทำไมไม่เข้าใจแม่ อยากเห็นแม่เสียใจมากกว่านี้หรอ เราจุกเลยค่ะ ที่ผ่านมาเราทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำให้แม่กับลูกได้อยู่ที่ดีๆกินอะไรดีๆ แต่เราน้อยใจที่แม่โฟกัสแค่น้องค่ะ
เราเสียใจมากเพราะทำทุกทางให้แม่ให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะครอบครัวเราจน เราสู้ทำงานส่งตัวเองเรียน เพราะแม่ส่งไม่ไหว ต้องส่งน้องเรียน เราน้อยใจจนคิดว่าเราอัคติไปรึเปล่าหรือเราแค่อิจฉาน้อง เราหันกลับมามองตัวเองทุกครั้งที่คิดถึงคำพูดของแม่ที่อวยพรวันเกิดให้เราว่า อย่าใจแคบนะลูกหนูต้องใจกว้างๆนะ หรือเราใจแคบจริงๆหรือครอบครัวอื่นอาจจะหนักกว่านี้ ของเราคือเรื่องทั่วไปแต่มันอัคติที่ใจเราเองใช่มั้ย
เราอยากรู้ว่าเราจะหยุดคิดหรือแก้ปัญหายังไงถ้ายังเป็นแบบนี้คะ
แม่รักน้องมากไปหรือเราใจแคบ??
ตกงานรอบที่ 4 แล้ว จากการขาดงาน ลางาน
งาน3ที่แม่เป็นคนหาให้ค่ะ ที่ล่าสุดเราพาไปหาและสมัคร
และตกงานในที่สุดจากปัญหาเดิม แม่ก็บ่นตั้งแต่เช้าว่าต้องหางานใหม่ให้น้องนะ เราเลยพูดไปว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่งาน
แต่อยู่ที่คน ทำที่ไหนก็ได้ออกถ้ายังขี้เกียจแบบนี้ จากนั้นแม่ก็โกรธเราค่ะ บอกว่าลูกยังไงก็ลูกจะเป็นยังไงแม่ก็ต้องดูแล แต่บ้านเราเช่า ค่ากินใช้จิปาถะเราจ่าย ปัจจุบันแม่ไม่ได้ทำงานเพราะต้องเลี้ยงลูกให้เรา ค่าเลี้ยงลูกเราก็จ่าย แกเคยบ่นว่าอยากไปทำงานเพราะค่าใช้จ่ายไม่พอ เนื่องจากน้องตกงานบ่อยแล้วต้องขอเงินแม่ใช้ ถึงทำงานก็ไม่เคยหยิบยื่นช่วยคนในบ้านเลย ข้าวไม่ต้องหาเสื้อผ้าไม่ต้องซัก กินแล้วถ้วยชามไม่ต้องล้าง หน้าที่คือตื่นให้ทันงาน มากินข้าวแล้วเลิกงาน วันไหนตื่นสายก็โวยวายว่าไม่มีใครปลุก เราเหนื่อยค่ะไม่ได้เหนื่อยแค่กับค่าใช้จ่าย แต่เหนื่อยที่แม่ไม่เคยเด็ดขาดกับนิสัยแย่ๆของน้อง ไม่ใช่แค่เรื่องงานที่เป็นปัญหา ยังมีเรื่องนิสัยก้าวร้าวเวลาแม่บ่น แล้วขึ้นกูกับแม่พังข้าวของในบ้าน เราเคยขอแม่แยกกันอยู่แต่แม่ร้องไห้บอกว่าเราจะทิ้งแกค่ะ ผ่านมาเราก็ยอมมาตลอดเพราะคิดว่าที่แม่ไม่มีรายได้เพราะเราที่ให้แกเลี้ยงลูกให้ เราจะเลี้ยงเองก็ต้องทำงาน(เรากับสามีแยกทางกัน)เราพยายามไม่สนใจเวลาน้องมันก้าวร้าวใส่แม่ แค่ดูห่างๆกลัวมันจะทำร้ายแม่ เคยมีหลายครั้งที่แม่กับน้องทะเลาะกันแล้วน้องบอกว่าจะฆ่าตัว.. าย เราโมโหค่ะเลยพูดออกไปว่าใครทำอะไรให้มันถึงอยากตาย ถ้าอยากตา.. เพราะความโง่ตัวเองก็ปล่อยตายไป จากนั้นก็ดราม่ายาวเลยค่ะ บอกว่าเราก็เป็นแม่ทำไมไม่เข้าใจแม่ อยากเห็นแม่เสียใจมากกว่านี้หรอ เราจุกเลยค่ะ ที่ผ่านมาเราทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำให้แม่กับลูกได้อยู่ที่ดีๆกินอะไรดีๆ แต่เราน้อยใจที่แม่โฟกัสแค่น้องค่ะ
เราเสียใจมากเพราะทำทุกทางให้แม่ให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะครอบครัวเราจน เราสู้ทำงานส่งตัวเองเรียน เพราะแม่ส่งไม่ไหว ต้องส่งน้องเรียน เราน้อยใจจนคิดว่าเราอัคติไปรึเปล่าหรือเราแค่อิจฉาน้อง เราหันกลับมามองตัวเองทุกครั้งที่คิดถึงคำพูดของแม่ที่อวยพรวันเกิดให้เราว่า อย่าใจแคบนะลูกหนูต้องใจกว้างๆนะ หรือเราใจแคบจริงๆหรือครอบครัวอื่นอาจจะหนักกว่านี้ ของเราคือเรื่องทั่วไปแต่มันอัคติที่ใจเราเองใช่มั้ย
เราอยากรู้ว่าเราจะหยุดคิดหรือแก้ปัญหายังไงถ้ายังเป็นแบบนี้คะ