JJNY : 5in1 วิโรจน์ชี้เงื่อนไขแอสตร้าฯ│พท.ประสานฉีดวัคซีน│พ่อค้าหมูกระทะเผาตัวเอง│หนี้ครัวเรือนสูงสุด18ปี│สุดเหงาป่าตอง

‘วิโรจน์’ เปิดเอกสารรัฐ ชี้เงื่อนไขแอสตร้าฯ ต้องให้ไทยตามต้องการก่อน ถึงจะส่งออกได้
 
 
วิโรจน์’ เปิดเอกสารถึงนายกฯ ชี้เงื่อนไขผู้ผลิตแอสตร้าฯ ต้องส่งให้ไทยตามจำนวนที่ต้องการ ถึงจะส่งออกได้  
 
วันนี้ (2 ก.ค.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทวิตเผยเอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุด ที่ นร1106/ (คกง.) 207 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมครั้งที่ 17/2563 พร้อมข้อความระบุว่า
 
“ตอนขออนุมัติเงินภาษีของ ปชช. 600 ล้านบาท ไปอุดหนุน SBS (สยามไบโอไซเอนซ์) หนังสือ นร 1106/(คกง.) 207 ระบุชัดว่า 
มีเงื่อนไขให้ประเทศไทยได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตในไทยตามจำนวนความต้องการ วัคซีนที่เหลือจึงค่อยนำไปกระจายให้ประเทศอื่นได้

AZ ต้องส่งมอบให้ไทยเดือนละ 10 ล้านโดส ก่อน จึงจะส่งออกได้”

“เรื่องที่เราจะขอให้ AZ ส่งมอบวัคซีนให้ครบเดือนละ 10 ล้านก่อน จึงจะให้เขาส่งออกได้ 
เป็นเงื่อนไขที่ตกลงกันแต่แรกให้ นพ.นคร เปรมศรี (ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ) ไปดู หนังสือที่ นร 1106/(คกง.)207
ผมว่า เปิดสัญญามาดีกว่าว่ามีประโยคนี้ ในสัญญาหรือไม่”
 
https://twitter.com/wirojlak/status/1410926357488357387
 

 
หมอทศ-อดีต ส.ส.-ณพลเดช ผู้สมัคร ส.ก.สัมพันธวงศ์ พท. ประสานฉีดวัคซีน ปชช.-พระ 1,000 โดส
https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2807347

‘หมอทศ’ พร้อมอดีต ส.ส.-ดร.ณพลเดช ผู้สมัคร ส.ก.สัมพันธวงศ์ พรรค พท. ประสานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ฉีดวัคซีนให้ ปชช.-พ่อค้าแม่ค้า-ลูกจ้าง-พระภิกษุสงฆ์ 1,000 โดส เล็งจัดผ้าป่าวัคซีนช่วยชาติ
 
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. พรรค พท. และ ดร.ณพลเดช มณีลังกา นายกสมาคมการบินนภารักษ์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ พรรค พท. ลงพื้นที่ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนชาวสัมพันธวงศ์ ที่เข้าร่วมโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยความร่วมมือและประสานงานกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้วัคซีนมาจำนวน 1,000 โดส โดยมุ่งเน้นฉีดให้กับพ่อค้าแม่ค้า พระภิกษุ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มพนักงานโรงงาน และคนงานในเขตสัมพันธวงศ์และใกล้เคียง โดยเริ่มต้นฉีดมาตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม
 
นพ.ทศพรกล่าวว่า เขตสัมพันธวงศ์นั้นเป็นแหล่งการค้าเก่าแก่ขนาดใหญ่ มีย่านเยาวราชเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย แต่เหตุการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปหมด จึงต้องเข้ามาประสานงานช่วยเหลือเต็มที่ ถ้าชาวเยาวราช สัมพันธวงศ์กลับมาทำงานได้ตามปกติ การค้าขายเปิดได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นและกลับมา ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ เห็นใจแพทย์พยาบาลทุกคนที่ทำงานหนัก ทุ่มเททั้งกายใจ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขถึงกับร้องไห้ แต่ถ้าเรายังมีนายกรัฐมนตรีที่บริหารงานไม่เป็น เราก็คงต้องเจอกับตัวเลขคนติดเชื้อใหม่ ผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตที่จะทำสถิติสูงขึ้นทุกวัน
 
ดร.ณพลเดชกล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการจัดให้วัคซีน ได้ขอสัดส่วนวัคซีนชิโนฟาร์มจากสมาคมการบินนภารักษ์จำนวนหนึ่ง เพื่อบริจาคให้กับกลุ่มคนในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ทั้งภาคราชการ ภาคการเมือง นักบิน พ่อค้าแม่ค้า กลุ่มพระภิกษุ ผู้สูงอายุ กลุ่มโรงงานและคนงาน ฯลฯ ทั้งในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์และส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องยอมรับว่าตนอึดอัดใจเป็นอย่างมาก เพราะเราได้วัคซีนมาไม่มาก ซึ่งต้องขอโทษไปยังผู้ที่ติดต่อมายังตนเพื่อขอรับวัคซีนแต่ด้วยการจัดสรรวัคซีนหมดไปเพียง 30 นาที ทำให้ผู้ติดต่อมาภายหลังมิได้รับการจัดสรร อย่างไรก็ตาม การจะเร่งเพื่อสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น มีบางคนกล่าวว่าจะเป็นการทำงานเกินตัว แต่สำหรับตนเห็นว่าแม้เราจะตัวเล็กๆ หากทำเต็มที่แม้จะสามารถช่วยเหลือแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยังเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่จะทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้บ้าง ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าวได้มีเสียงตอบรับจากที่ผู้ได้รับวัคซีนโพสต์ข้อความมาถึงตนเพื่อขอบคุณ สิ่งนี้ทำให้ตนมีความสุขอย่างมากเพราะอย่างน้อยก็ทำให้เขามีความปลอดภัย ครอบครัวและคนรอบข้างของเขาปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
 
ดร.ณพลเดชกล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปมีแนวคิดว่าถัดไปต่อจากนี้วัคซีนทางเลือกจะมีโอกาสเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ที่ผ่านมาตนใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวและรับบริจาคจากเพื่อนภายในและต่างประเทศ เพื่อจัดเป็นงบจัดซื้อวัคซีน ซึ่งก็ได้มาถึง 200 โดส หากลองมองย้อนดูอีกมุมในช่วงก่อนๆ เรามีตู้ปันสุข มีภาพพระนำอาหารตักบาตรมาใส่ในตู้ปันสุข จะเห็นว่าคนไทยเรามีนิสัยเกื้อกูลกัน หากนำมาประยุกต์สำหรับวัคซีน โดยจัด “ผ้าป่าวัคซีนช่วยชาติ” เชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดสรรวัคซีนทางเลือกได้พอสมควรที่จะช่วยเหลือประเทศชาติ จะช่วยลดงบประมาณที่รัฐบาลต้องไปหยิบยืมหรือกู้ต่างประเทศทำให้เป็นภาระแก่ลูกหลานที่เขาไม่รู้เรื่องเลยแต่ต้องมาใช้หนี้ให้กับประเทศ ซึ่งในอีกบทบาทที่ตนเป็นอนุกรรมาธิการฯพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ตนเห็นว่าจะลองอาสาประสานไปยังวัดต่างๆ และผู้ใจบุญ มาร่วมกันบริจาค อาจจะคนละครึ่งหรือเต็มจำนวน แล้วแต่จะบริหารโครงการ เชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นการช่วยเหลือรัฐบาลและประเทศชาติไปได้อีกแรง และประเทศเราก็จะมีทางรอดไปได้
 

 
หดหู่! พ่อค้าหมูกระทะเครียด ขายของไม่ได้ ไม่มีเงินจ่ายหนี้นอกระบบ จุดไฟเผาตัวเองสาหัส
https://www.pptvhd36.com/news/อาชญากรรม/150744

เกิดเหตุสลด! พ่อค้าหมูกระทะเครียด ขายของไม่ได้ไม่มีเงินจ่ายหนี้นอกระบบ จุดไฟเผาตัวเองสาหัส
 
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 2 ก.ค. 2564 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีคนจุดไฟเผาตัวเอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในซอยสุขุมวิท 75 ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ
 
ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง มุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก บริเวณกลางถนนพบร่างนายสมเจตน์ ( ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี อาชีพขายหมูกระทะแบบเดลิเวอรี่ ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายถูกไฟไหม้ทั่วทั้งตัว
 
เจ้าตัวได้เปิดเผยถึงสาเหตุทั้งน้ำตาว่า เพราะไม่มีเงินไปชดใช้หนี้นอกระบบ ไม่มีทางออกเกิดความเครียดจึงตัดสินใจทำลงไป เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
  
สอบถามญาติผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่าตนเองก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่มีเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่า น้าชายจุดไฟเผาตัวเอง ส่วนสาเหตุนั้นตนคิดว่าคงเครียดเรื่องหาเงินมาไม่พอจุนเจือครอบครัว เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีประกอบกับมีโรคโควิด 19 ระบาด ทำให้ขายของไม่ได้มากว่า 10 วันแล้ว จึงเกิดความเครียดเพราะตนเองเป็นเสาหลักหาเงินเพียงคนเดียว ส่วนปัญหาเรื่องอื่นน้าชายก็ไม่เคยเอ่ยปากพูดให้ฟัง
 
นอกจากนี้ยังได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนบ้าน อีกว่าก่อนเกิดเหตุได้กลิ่นน้ำมัน และเกิดแสงเพลิงขึ้น มีเสียงของผู้บาดเจ็บร้องด้วยความเจ็บปวด จึงรีบพากันแบกถังน้ำไปช่วยดับไฟ ส่วนเพื่อนบ้านอีกรายเล่าว่า ก่อนผู้บาดเจ็บจะจุดไฟเผาตัวเองนั้นยังนั่งคุยกันอยู่ แต่ผิดสังเกตที่ผู้บาดเจ็บถือน้ำมันมาหนึ่งขวด ตนเองจึงทำทีขอนำมันไปเติมรถจยย.ครึ่งขวด จังหวะที่เดินกลับเข้ามาในบ้าน ผู้บาดเจ็บก็ได้คว้าขวดน้ำมันออกไป เพียงไม่ถึงนาทีก็ได้ยินเสียงร้อง เมื่อออกมาดูก็พบว่ามีเปลวไฟโหมลุกอย่างรุนแรงบนตัวของผู้บาดเจ็บ จึงรีบพากันเอาน้ำมาช่วยดับดังกล่าว
 

 
หนี้ครัวเรือนแตะ14.13ล้านล้าน พุ่งสูงที่สุดในรอบ18ปี
https://www.dailynews.co.th/economic/853886
 
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 1/2564 สะท้อนสถานการณ์หนี้สินของประชาชนที่ยังคงมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 1/2564 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90.5% ต่อจีดีพี สูงสุดในรอบ 18 ปีตามสถิติที่มีการเก็บรวบรวมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 89.4% ต่อจีดีพี ในไตรมาสที่ 4/2563
 
ทั้งนี้ วิกฤติโควิด-19 ที่ลากยาวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมๆ ตอกย้ำวังวนปัญหาหนี้สินของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือมีรายได้ลดลงจนมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ และสำหรับแนวโน้มในปี 2564 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับทบทวนตัวเลขประมาณการหนี้ครัวเรือนไทยขึ้นมาอยู่ที่กรอบ 90-92% ต่อจีดีพี (กรอบเดิมคาดที่ 89-91% ต่อจีดีพี)
 
ขณะที่ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1/2564 มียอดคงค้างเพิ่มขึ้นประมาณ 88,138 ล้านบาท โดยหลักๆ เป็นผลมาจากการเร่งขึ้นของหนี้รายย่อย 3 กลุ่ม ได้แก่ หนี้บ้าน หนี้ประกอบอาชีพ และหนี้เพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน
 
1) หนี้บ้าน (ยอดคงค้างหนี้บ้านเพิ่ม 5.53 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ ราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งผู้กู้หรือครัวเรือนยังคงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ รายได้ปานกลางค่อนไปทางสูง (ไม่ถูกกระทบมากนักจากสถานการณ์โควิด) ซึ่งทำให้ยังคงมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้
 
2) หนี้เพื่อประกอบอาชีพ (ยอดคงค้างหนี้ประกอบอาชีพเพิ่ม 4.01 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) โดยผู้กู้หรือครัวเรือนจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อหนุนสภาพคล่อง และใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประคับประคองกิจการในช่วงที่โควิด-19 ยืดเยื้อ ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องต่อรายได้และยอดขาย
 
3) หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไป (ยอดคงค้างหนี้อุปโภคบริโภคทั่วไป เพิ่ม 3.35 หมื่นล้านบาทจากไตรมาสก่อน) ซึ่งเป็นกลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหารายได้ฝืดเคือง รายได้ไม่สมดุลกับภาระค่าใช้จ่าย จนทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในชีวิตประวัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่