สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 2569)--เมื่อเวลา 15.25 น. OR ร่วง 5.26% ลดลง 0.80 บาท มาที่ 14.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 637.04 ล้านบาท จากราคาเปิด 15.00 บาท ราคาสูงสุด 15.30 บาท และราคาต่ำสุด 14.20 บาท
บล.กรุงศรี มอง Negative ต่อแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ของบ มจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก [OR] คาดราว 2.05 พันล้านบาท (-32% YoY, -22% QoQ) โดยมีรายการพิเศษด้อยค่าเงินลงทุนราว -340 ล้านบาท มาฉุด (คาดเป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับอาหาร) หากตัดออก คาดกำไรปกติราว 2.4 พันล้านบาท (-8% YoY, +1% QoQ) ลดลง YoY ฉุดจากธุรกิจ Global ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกัมพูชาส่งให้ปริมาณขายน้ำมัน -30% YoY ปริมาณขายกาแฟ -57% YoY
ขณะที่กำไรทรงตัว QoQ ได้ธุรกิจ Mobility หนุนเป็นหลัก โดยกำไรน้ำมัน Jet ฟื้นตัว ช่วยกลบผลกระทบของ stock loss (ราคาน้ำมันผันผวนในไตรมาส) ได้ และทำให้ภาพรวมที่ดีขึ้นของ Mobility เพียงพอกลบ Lifestyle ที่แย่ลง QoQ จากปริมาณขายเพียงทรงตัว QoQ จากผลกระทบมาตรการคนละครึ่ง ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อกาแฟร้านค้าอิสระมากขึ้น (เรามองเป็นปัจจัยชั่วคราว) และค่าใช้จ่ายเพิ่มตามฤดูกาล และธุรกิจ Global ที่ปริมาณขายน้ำมันของฟิลิปปินส์ -32%QoQ
หากกำไรปกติไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาด ประมาณการกำไรปกติ 68 ของเราจะมี downside ราว 11% เป็น 10,427 ลบ. (+22% YoY) หรือคิดเป็นราว -0.11 บาท/หุ้น พร้อมคงมุมมองกำไรปกติ 69 ฟื้น YoY ตามธุรกิจ Mobility กำไรขั้นต้นต่อลิตรมีแนวโน้มฟื้นตัว เพราะการแทรกแซงของภาครัฐลดลง และธุรกิจ Lifestyle ปริมาณขายเติบโตตามการขยายสาขา
ประเมินกรณี worst case หากธุรกิจในกัมพูชาหยุดดำเนินธุรกิจ อาจกระทบ TP -1.6 บาท/หุ้น และปริมาณขาย commercial น้อยกว่าคาด -5% กระทบ TP ราว -0.4 บาท/หุ้น
คงมุมมองกำไรปกติฟื้นตัวต่อเนื่องใน 68-70 ธุรกิจกัมพูชาไม่ได้เปลี่ยนทิศทางการเติบโตของกำไรปกติในระยะยาวที่หนุนจาก Mobility และ Lifestyle สามารถ "ทยอยซื้อ" ในช่วงที่ราคาหุ้นมีแรงกดดันจากไตรมาส 4/68 ที่ปริมาณขาย commercial ต่ำคาดและธุรกิจกัมพูชาแย่ลงได้
ด้าน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า OR ร่วงเกือบ 6% คาดเป็นผลมาจากกำไร QoQ ในไตรมาส 4/68 ที่ลดลง INVX มอง หุ้นลงน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแกร่ง
โดยการลดลงของกำไรในไตรมาสที่ผ่านมา เกิดจากการบันทึกมูลค่าทางบัญชี Inventory Loss หรือ การตัดค่าสต๊อกสินค้าเป็นสูญหาย และการปรับค่า Impairment 340 ล้านบาทจากเงินลงทุนใน SME (รายการที่มิใช่เงินสด) ขณะที่ Core profit ยังปรับขึ้นจากธุรกิจ mobility และ lifestyle (ยอดขายของ Café Amazon ยังดีต่อเนื่อง)
INVX มองว่าการปรับลงของราคาหุ้นน่าจะเป็นเพียง "ระยะสั้น" ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแกร่ง และค่าการตลาดยังอยูในระดับดี เนื่องจากแรงกดดันจากกองทุนน้ำมันลดลง ขณะที่ผลกระทบจากธุรกิจในกัมพูชายังจำกัด โดยยังคงเรทติ้ง OUTPERFORM ราคาเป้าหมายที่ 18 บาท
แค่จะกลับไป ipo ลำบาคจริงๆ
OR ร่วงเกือบ 6% กังวลกำไร Q4/68 วูบ QoQ รับผลด้อยธุรกิจ non-oil,ยอดขายกัมพูชา-กาแฟหด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 2569)--เมื่อเวลา 15.25 น. OR ร่วง 5.26% ลดลง 0.80 บาท มาที่ 14.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 637.04 ล้านบาท จากราคาเปิด 15.00 บาท ราคาสูงสุด 15.30 บาท และราคาต่ำสุด 14.20 บาท
บล.กรุงศรี มอง Negative ต่อแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ของบ มจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก [OR] คาดราว 2.05 พันล้านบาท (-32% YoY, -22% QoQ) โดยมีรายการพิเศษด้อยค่าเงินลงทุนราว -340 ล้านบาท มาฉุด (คาดเป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับอาหาร) หากตัดออก คาดกำไรปกติราว 2.4 พันล้านบาท (-8% YoY, +1% QoQ) ลดลง YoY ฉุดจากธุรกิจ Global ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกัมพูชาส่งให้ปริมาณขายน้ำมัน -30% YoY ปริมาณขายกาแฟ -57% YoY
ขณะที่กำไรทรงตัว QoQ ได้ธุรกิจ Mobility หนุนเป็นหลัก โดยกำไรน้ำมัน Jet ฟื้นตัว ช่วยกลบผลกระทบของ stock loss (ราคาน้ำมันผันผวนในไตรมาส) ได้ และทำให้ภาพรวมที่ดีขึ้นของ Mobility เพียงพอกลบ Lifestyle ที่แย่ลง QoQ จากปริมาณขายเพียงทรงตัว QoQ จากผลกระทบมาตรการคนละครึ่ง ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อกาแฟร้านค้าอิสระมากขึ้น (เรามองเป็นปัจจัยชั่วคราว) และค่าใช้จ่ายเพิ่มตามฤดูกาล และธุรกิจ Global ที่ปริมาณขายน้ำมันของฟิลิปปินส์ -32%QoQ
หากกำไรปกติไตรมาส 4/68 เป็นไปตามคาด ประมาณการกำไรปกติ 68 ของเราจะมี downside ราว 11% เป็น 10,427 ลบ. (+22% YoY) หรือคิดเป็นราว -0.11 บาท/หุ้น พร้อมคงมุมมองกำไรปกติ 69 ฟื้น YoY ตามธุรกิจ Mobility กำไรขั้นต้นต่อลิตรมีแนวโน้มฟื้นตัว เพราะการแทรกแซงของภาครัฐลดลง และธุรกิจ Lifestyle ปริมาณขายเติบโตตามการขยายสาขา
ประเมินกรณี worst case หากธุรกิจในกัมพูชาหยุดดำเนินธุรกิจ อาจกระทบ TP -1.6 บาท/หุ้น และปริมาณขาย commercial น้อยกว่าคาด -5% กระทบ TP ราว -0.4 บาท/หุ้น
คงมุมมองกำไรปกติฟื้นตัวต่อเนื่องใน 68-70 ธุรกิจกัมพูชาไม่ได้เปลี่ยนทิศทางการเติบโตของกำไรปกติในระยะยาวที่หนุนจาก Mobility และ Lifestyle สามารถ "ทยอยซื้อ" ในช่วงที่ราคาหุ้นมีแรงกดดันจากไตรมาส 4/68 ที่ปริมาณขาย commercial ต่ำคาดและธุรกิจกัมพูชาแย่ลงได้
ด้าน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า OR ร่วงเกือบ 6% คาดเป็นผลมาจากกำไร QoQ ในไตรมาส 4/68 ที่ลดลง INVX มอง หุ้นลงน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแกร่ง
โดยการลดลงของกำไรในไตรมาสที่ผ่านมา เกิดจากการบันทึกมูลค่าทางบัญชี Inventory Loss หรือ การตัดค่าสต๊อกสินค้าเป็นสูญหาย และการปรับค่า Impairment 340 ล้านบาทจากเงินลงทุนใน SME (รายการที่มิใช่เงินสด) ขณะที่ Core profit ยังปรับขึ้นจากธุรกิจ mobility และ lifestyle (ยอดขายของ Café Amazon ยังดีต่อเนื่อง)
INVX มองว่าการปรับลงของราคาหุ้นน่าจะเป็นเพียง "ระยะสั้น" ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังแกร่ง และค่าการตลาดยังอยูในระดับดี เนื่องจากแรงกดดันจากกองทุนน้ำมันลดลง ขณะที่ผลกระทบจากธุรกิจในกัมพูชายังจำกัด โดยยังคงเรทติ้ง OUTPERFORM ราคาเป้าหมายที่ 18 บาท
แค่จะกลับไป ipo ลำบาคจริงๆ