ลองนึกภาพว่าสหรัฐอเมริกาคือ "หัวหน้าหมู่บ้าน" ที่ดูรวยมาก ขับรถหรู มีปืนกระบอกใหญ่ แต่ความจริงคือหัวหน้าคนนี้ใช้เงินเกินตัวมาตลอด 20-30 ปี จนตอนนี้ยอดหนี้พุ่งทะลุเพดานไปที่ 39 ล้านล้านดอลลาร์
1. ดอกเบี้ยที่ "แพงกว่า" ค่าข้าว
ตอนนี้สหรัฐฯ มีปัญหาใหญ่คือ "ดอกเบี้ย" ครับ ปกติเรากู้เงินมาสร้างบ้าน (ถนน, โรงเรียน) แต่ตอนนี้เงินที่หามาได้ ต้องเอาไปจ่ายแค่ "ดอกเบี้ย" อย่างเดียวปีละเป็นล้านล้านดอลลาร์
1. ลองคิดดูว่า เงินก้อนนี้เยอะกว่างบประมาณที่เอาไปซื้ออาวุธ หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลคนในประเทศเสียอีก
2. มันเหมือนเราทำงานงกๆ ทั้งเดือน แต่เงินเดือนทั้งก้อนพอแค่จ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิต ไม่เหลือเงินซื้อข้าวกิน
2. นโยบาย "กู้มาโปะกู้"
รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้รวยเพราะขายของเก่งอย่างเดียว แต่รวยเพราะ "พิมพ์แบงก์" และ "กู้" มาตลอด
1. พอเงินไม่พอใช้ ก็ออกใบสัญญา (พันธบัตร) ไปยืมคนอื่นมา
2. พอกู้มานานเข้า หนี้มันก็สะสมจนเริ่มคุมไม่อยู่ เหมือนการหมุนเงินแบบ "งูกินหาง" ที่ถ้าหยุดกู้เมื่อไหร่ ระบบทั้งหมดจะพังทันที
3. เด็กเกิดใหม่... แต่มีหนี้ติดตัวทันที
นี่คือส่วนที่น่าเศร้าที่สุดครับ คำว่า "ดินแดนแห่งเสรีภาพ" กำลังถูกแทนที่ด้วย "ดินแดนแห่งหนี้"
1. เด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกในอเมริกาตอนนี้ ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก ติดลบ
2. ถ้าเอาหนี้ทั้งหมดมาหารเฉลี่ยทุกคน ครัวเรือนหนึ่งต้องรับผิดชอบหนี้เกือบ 10 ล้านบาท! ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนเซ็นกู้เอง
บทสรุป ทำไมถึงเรียกว่า "จุดจบมหาอำนาจ"?
ประวัติศาสตร์บอกเราเสมอว่า "ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยการยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดไป" เมื่อไหร่ที่คนทั้งโลกเริ่มไม่เชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ หรือไม่อยากให้กู้แล้ว เมื่อนั้นแหละครับที่ยักษ์ใหญ่จะล้มลงเพราะน้ำหนักของตัวเอง
มันไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่มันคือการ "ขโมยเงินจากอนาคต" มาใช้ฟุ่มเฟือยในวันนี้ จนไม่เหลืออะไรให้คนรุ่นหลังนั่นเองครับ
ดินแดนแห่งเสรีภาพ? หรือดินแดนทาสหนี้! 39 ล้านล้านดอลลาร์ ห่วงคล้องคอเด็กเกิดใหม่ที่ไม่มีวันหลุดพ้น!!
ลองนึกภาพว่าสหรัฐอเมริกาคือ "หัวหน้าหมู่บ้าน" ที่ดูรวยมาก ขับรถหรู มีปืนกระบอกใหญ่ แต่ความจริงคือหัวหน้าคนนี้ใช้เงินเกินตัวมาตลอด 20-30 ปี จนตอนนี้ยอดหนี้พุ่งทะลุเพดานไปที่ 39 ล้านล้านดอลลาร์
1. ดอกเบี้ยที่ "แพงกว่า" ค่าข้าว
ตอนนี้สหรัฐฯ มีปัญหาใหญ่คือ "ดอกเบี้ย" ครับ ปกติเรากู้เงินมาสร้างบ้าน (ถนน, โรงเรียน) แต่ตอนนี้เงินที่หามาได้ ต้องเอาไปจ่ายแค่ "ดอกเบี้ย" อย่างเดียวปีละเป็นล้านล้านดอลลาร์
1. ลองคิดดูว่า เงินก้อนนี้เยอะกว่างบประมาณที่เอาไปซื้ออาวุธ หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลคนในประเทศเสียอีก
2. มันเหมือนเราทำงานงกๆ ทั้งเดือน แต่เงินเดือนทั้งก้อนพอแค่จ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิต ไม่เหลือเงินซื้อข้าวกิน
2. นโยบาย "กู้มาโปะกู้"
รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้รวยเพราะขายของเก่งอย่างเดียว แต่รวยเพราะ "พิมพ์แบงก์" และ "กู้" มาตลอด
1. พอเงินไม่พอใช้ ก็ออกใบสัญญา (พันธบัตร) ไปยืมคนอื่นมา
2. พอกู้มานานเข้า หนี้มันก็สะสมจนเริ่มคุมไม่อยู่ เหมือนการหมุนเงินแบบ "งูกินหาง" ที่ถ้าหยุดกู้เมื่อไหร่ ระบบทั้งหมดจะพังทันที
3. เด็กเกิดใหม่... แต่มีหนี้ติดตัวทันที
นี่คือส่วนที่น่าเศร้าที่สุดครับ คำว่า "ดินแดนแห่งเสรีภาพ" กำลังถูกแทนที่ด้วย "ดินแดนแห่งหนี้"
1. เด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกในอเมริกาตอนนี้ ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก ติดลบ
2. ถ้าเอาหนี้ทั้งหมดมาหารเฉลี่ยทุกคน ครัวเรือนหนึ่งต้องรับผิดชอบหนี้เกือบ 10 ล้านบาท! ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนเซ็นกู้เอง
บทสรุป ทำไมถึงเรียกว่า "จุดจบมหาอำนาจ"?
ประวัติศาสตร์บอกเราเสมอว่า "ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยการยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดไป" เมื่อไหร่ที่คนทั้งโลกเริ่มไม่เชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ หรือไม่อยากให้กู้แล้ว เมื่อนั้นแหละครับที่ยักษ์ใหญ่จะล้มลงเพราะน้ำหนักของตัวเอง
มันไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่มันคือการ "ขโมยเงินจากอนาคต" มาใช้ฟุ่มเฟือยในวันนี้ จนไม่เหลืออะไรให้คนรุ่นหลังนั่นเองครับ