เล่ห์รักหัวใจ ตกกระไดพลอยโจน ตอนที่ 14

"สวยมีอะไรกับฉันเหรอ" ฉันเงยหน้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์ฉบับกระเป๋า ขึ้นมองหน้าเด็กสาว ที่เยี่ยมๆ มองๆ ฉันอยู่ข้างหลังพุ่มกุหลาบ

"คือว่า แม่ให้สวยมาดูว่าคุณนายอยากได้อะไรไหมจ๊ะ นี่ก็บ่ายแล้ว แม่กลัวคุณนายจะหิว"

เธอเดินเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ แคร่ไม้ไผ่ที่ฉันนั่งอยู่แถวๆ ชายเรือนหลังบ้าน ตามองเหยือกน้ำเปล่าใส่น้ำแข็งที่วางไว้ใกล้ๆ ฉัน ที่พร่องไปนิดหน่อย

"ไม่ล่ะจ๊ะ แล้วอีกอย่าง เรียกฉันว่าคุณหมอกดีกว่านะ อย่าเรียกว่าคุณนายเลย"

"ทำไมล่ะจ๊ะ เป็นคุณนายผู้พันโก้จะตาย" เธอทำท่ายืดอกอย่างภาคภูมิใจ

"ยิ่งได้เป็นคุณนายของผู้พันหมอยิ่งดีใหญ่เลยจ้ะ"

"เหรอ ไหนบอกมาสิว่ามันดียังไง" ฉันนึกสนุก

"ก็ผู้พันหมอทั้งหล่อ ทั้งสมาร์ท ทั้งโก้ ออกอย่างนั้น แถมพ่อยังบอกว่า ผู้พันหมอทั้งฉลาด และก็ใจดีด้วย เป็นทั้งหมอ รักษาคน และเป็นทั้งทหารเรือ ผู้กล้าหาญ แห่งกองทัพราชนาวีไทย คอยปกป้องประเทศชาติอีกด้วย"

สวยทำหน้าเคลิบเคลิ้ม ร่ายรายละเอียด คุณสมบัติของผู้พันหมอซะละเอียดยิบ

"สวยบอกก็ได้ ว่าตอนแรก สวยนะอิจฉาคุณนายม๊ากมาก ที่ได้เป็นเมียผู้พันหมอ"

คนพูดส่งค้อนให้ฉันวงใหญ่ ก่อนจะพูดต่อไปว่า

"แต่สวยทำใจได้แล้ว เพราะว่าที่จริงแล้ว ผู้พันหมอก็อายุมากกว่าสวยตั้งหลายปี และอีกอย่าง ถ้าได้เป็นคุณนายผู้พันหมอ แล้วต้องมาติดแหงกอยู่ที่เกาะ อย่างคุณนายนี่นะ สวยไม่เอาด้วยหรอก สวยอยากไปอยู่ในเมือง สวยเบื่อเกาะนี้เต็มทน"

"แล้วสวยอยู่ที่เกาะนี้มานานแล้วหรือยัง" ฉันชวนเธอคุย

"ก็ตั้งแต่จบ ป.6 จ๊ะ พ่อถูกย้ายมาทำงานที่นี่ แม่เขาเลยตามมาอยู่ด้วย"

คนพูดเล่าไปเรื่อยๆ แต่มือก็คว้า หนังสือแมกกาซีน ที่ฉันวางไว้บนโต๊ะ เปิดดูอย่างสนใจ

"แล้วสวยอ่านออก เขียนได้มากไหมจ๊ะ"

"ก็พอได้อยู่ค่ะ" คนตอบตาจ้องอยู่แต่หนังสือนิตยสาร

"แล้วอยากเรียนต่อไหมจ๊ะ"

ฉันมองตาวาววับที่เปลี่ยนจากการจ้องดูหนังสือในมือ มาเป็นหน้าฉันแทน

"อยากสิจ๊ะคุณนาย แต่แม่ไม่ให้ไปเรียนที่โรงเรียนในเมืองหรอกจ้ะ"

"ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเรียนที่โรงเรียนนี่จ๊ะ ถ้าเรารักจะเรียน อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ก็เรียน ก.ศ.น ไง ถ้าสวยอยากเรียนฉันจะ ช่วยติดต่อเรื่องการลงทะเบียนเรียน การเรียน และการสอบให้เอาไหม"

"เอาสิจ๊ะ คุณนาย สวยจะได้เรียนหนังสือ พอจบก็มีปริญญา และก็ได้ไปทำงานในเมือง ไม่ต้องอยู่ที่เกาะนี้ไปตลอดชีวิต"

สวยผุดลุกขึ้นอย่างดีใจ ทำท่าจะวิ่งไป แต่เปลี่ยนใจหันมาหาฉัน กล่าวอย่างตื่นเต้น

"ขอบคุณ คุณนายมากๆ นะจ๊ะ สวยจะไปบอกแม่ก่อนนะจ๊ะ"

"มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ"

เสียงของสวยขาดหายไปได้ไม่นาน เสียงทุ้มของคนพูดที่แอบย่องมาจากด้านหลังก็ดังขึ้น และแอบหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ ก่อนที่จะนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ ฉัน

"ทำรายงานส่งบอสค่ะ แต่กำลังคิดว่าจะส่งอีเมลให้บอสยังไง" ฉันเล่าไปพลางๆ วางคอมพิวเตอร์ฉบับพกพา ไว้ใกล้ตัว ก่อนที่จะรินน้ำใส่แก้วส่งให้ คนรับ รับมาดื่มรวดเดียวหมด

"คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ที่นี่มีห้องคอมพิวเตอร์ ให้ทหารและลูกจ้างพลเรือน ได้ไว้ใช้ฝึกฝน และเรียนการวิชาการใช้คอมพิวเตอร์"

"โอ้โห หมอกไม่คิดนะคะว่า เกาะกลางทะเล ไกลขนาดนี้ ยังมีให้อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ด้วยนะคะ"

"ก็เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวไกล ไวเหลือเกินครับ เราต้องฝึกให้ทหารทุกคน ได้มีความรู้ติดตัวไว้บ้าง"

คนพูดเอนตัวลงนอนบนแคร่ เอาหัวหนุนตักฉันไว้ ดวงตาหลับพริ้มอย่างสบายอารมณ์

"ให้ผมเอนหลังสักนิด เมื่อเช้าออกไปตรวจท้องน้ำ กับผู้กองพันวาตั้งแต่ตีหนึ่ง ตอนนี้ของีบสักพัก พอตื่นมาแล้วผมจะพาหมอกไปส่งอีเมลให้เจ้านาย"

ฉันก้มหน้ามองสำรวจใบหน้าคมสัน จมูกโด่ง และปากเรียวสวยปิดสนิทอยู่ แต่สักพักอยู่ดีๆ เรียวปากได้รูปก็ ส่งยิ้มให้ฉันทั้งๆ ที่ดวงตายังปิดสนิท
"หมอกเล่นจ้องกันอย่างนี้ แล้วผมจะงีบได้ยังไงกันครับ"

คนพูดเอ่ยก่อนที่จะเปิดตา มาจ้องมองตอบฉัน ที่มารู้สึกตัวอีกทีว่าใบหน้าของฉัน ก้มลงมองเขาจนใกล้ อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงลมหายใจกั้น

"ถ้าจะจ้องผมใกล้ขนาดนี้ จูบเลยดีไหมจ๊ะเมียจ๋า"

คนพูดไม่พูดเปล่า แต่กระดกหัวขึ้นมาประกบริมฝีปากสวย ร้อนกรุ่นของเขา เข้ากับริมฝีปากของฉัน อย่างที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่เขาจะวาดแขนไปรอบลำคอของฉัน และมือแข็งแรงก็กดศีรษะของฉันต่ำลงอย่างช้าๆ และนุ่มนวล เพื่อที่เขาจะได้กดริมฝีปากของเขาเข้ากับปากของฉันแน่นยิ่งขึ้น ดั่งกับต้องมนต์ เมื่อเขาขยับริมฝีปากของเขานวดคลึง ดูดดึง ริมฝีปากของฉัน อย่างนุ่มนวล จนฉันเพลิดเพลินไปกับรอยจูบของเขา ที่เรียกร้องการตอบสนองจากฉันมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกลมหายใจเข้าออก จนฉันไม่แน่ใจว่า เขาจูบฉันนานเท่าใด

"คนบ้า! "

ฉันรีบผุดลุกขึ้นยืน หลังจากที่ลืมตาขึ้นมาสบดวงตาสวย ที่จ้องมองฉันอยู่ก่อนแล้ว และรับรู้ได้ว่าเขาปล่อยฉันเป็นอิสระนานแล้ว

"คุณผิดสัญญา"

ฉันหันไปมองคนที่นอนเอกเขนก ให้ข้อศอกทั้งสองข้าง ดันลำตัวขึ้นมามองฉัน ใบหน้าของจักรินทร์มีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม และแวววับด้วยความพอใจ ในดวงตาของเขา

"ผมไม่เคยสัญญานี่ว่าจะไม่จูบคุณ" เขาพูดก่อนที่จะคว้าหมอนที่วางอยู่ใกล้ๆ มาหนุนหัวพร้อมล้มตัวลงนอน ก่อนที่หัวเราะเสียงดัง ไล่ตามหลังของฉัน ที่เดินหน้าแดงออกไปจากที่นั่นทันที

------------------------------

"ยัยหมอก โทรมาหาเพื่อนได้นะยะ" เสียงของแก้วสุดาดังอยู่ปลายทางโทรศัพท์

"ฉันโทรเข้ามือถือหลายทีแล้วไม่ติดสักที"

"ที่เกาะหน้าสัญญาณไม่ค่อยจะดี นี่เราก็โทรสายที่บ้าน ว่าจะมาถามเรื่องการเตรียมงาน การประชุมการลงทุนทางธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาค ที่เขาจะจัดที่รีสอร์ตของคุณใหญ่ อีกสองเดือนนี้ ว่าก้อยเตรียมงานไปถึงไหนแล้ว"

"ก็เรื่องนี้แหละ ที่เรากำลังอยากคุยกับหมอกอยู่พอดี" เสียงแก้วสุดาตอบเสียงใส

"เราจัดการเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง แต่คุณใหญ่กับคุณเล็ก อยากได้รายละเอียดสุดท้าย ให้เร็วที่สุด"

"ได้เลยเพื่อน วันพรุ่งนี้ เราจะอีเมลส่งรูปแบบงานและแผนงานขั้นตอนสุดท้ายไปให้บอส เพื่อว่าจะได้นำเสนอคุณใหญ่และคุณเล็ก เดือนหน้านี้เราคงจะต้องไปช่วยก้อย ดูงานที่รีสอร์ต ก้อยจะว่ายังไงบ้าง"

ฉันกรอกเสียงลงโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ราวจะกลัวว่าโทรศัพท์ เครื่องเก่ารุ่นโบราณจะถูกตัดสายออก เมื่อไหร่ก็ได้

"เออมาสิ เราจะเตรียมห้องพักไว้รอ แต่ว่าพี่หมอจะมาด้วยหรือเปล่า" แก้วสุดาถาม

"เรายังไม่รู้หรอก ยังไม่ได้คุยกับเขาเลย ก็ตั้งแต่มาเกาะหน้า คุณจักรก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตระเวนตรวจสุขภาพร่างกาย ทั้งของทหารทั้งที่ประจำบนเกาะต่างๆ และบนเรือรบ อีกทั้งประชาชน ที่อยู่ตามเกาะรอบๆ เกาะหน้า เท่าที่จะไปถึง"

ฉันตอบ ก่อนที่จะหันกลับไปมองยังแคร่ที่ตั้งอยู่นอกชาน แต่ร่างใหญ่ที่นอนเค้เก้อยู่บนแคร่ได้หายไปแล้ว

"ถ้าพี่หมอยุ่งขนาดนี้ แล้วจะมีเวลาผลิตอีหนู อีน้อง มาให้เพื่อนดูเล่นหรือจ๊ะ" แก้วสุดาเย้า

"บ้า! ยัยก้อย พูดอะไรทะลึ่งจริงๆ " ฉันตอกเสียงกลับไปหาเพื่อนสนิท ใบหน้าแดงก่ำเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

"แค่นี้ก่อนนะแก ฉันไปดูคุณจักรก่อนนะ"

ฉันวางหูแล้วก็เดินเลยไปยังแคร่ตัวนั้น แต่กลิ่นคุ้นเคยโคโลญ ประจำตัวของคุณสามี โชยชายเข้าจมูก มาทางด้านหลัง ทำให้ฉันหันตัวขวับ ไปหาเขาที่กำลังพุ่งตัวมา เพื่อที่จะแอบหอมแก้มฉันเหมือนเคย แต่คราวนี้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะฉันเอี้ยวตัวหลบ ... คนผิดสัญญา.. ได้ทัน... แต่ก็ไม่ไวไปกว่า นายทหารเรือหนุ่ม ที่รวบตัวฉันไปกอดแทน

"ทำไมนอนน้อยจังล่ะคะ"

ฉันปลีกตัวออกจากอ้อมกอดเบาๆ แล้วมองผมสั้นเกรียนเปียกลู่ ใบหน้าขาวใสมีหยดน้ำเกาะน้อยๆ

"ผมเป็นทหารนะคุณ บางทีต้องอดนอนกันทั้งคืน เป็นเวลาสองสามวันก็มี นี่ได้งีบสิบยี่สิบนาที ก็ดีถมไปแล้ว"

เขาเดินเลยไปดูพุ่มดอกกุหลาบ

"ได้อาบน้ำอย่างนี้ ก็สบายตัวแล้วใช่ไหมคะ" ฉันเดินตามไปที่พุ่มดอกกุหลาบ

"หิวไหมคะ"

"ก็ดีครับ ที่จริงที่ก็หิวอยู่เหมือนกัน ได้กินมื้อสุดท้าย เมื่อตอนตีสี่ จ่าพร้อยวิ่งไปเอากาแฟกับขนมปังให้กินแก้ง่วง"

"ฉันให้น้าแจ่ม ตั้งโต๊ะอาหารกลางวันแล้วค่ะ ไปทานกันดีกว่า"

"ขอบคุณครับ ผมนี่โชคดีจริงๆ ที่มีเมียดีอย่างคุณ"

ฉันมองดวงตาสวย ที่ยิ้มตาหยีส่งให้ฉัน ก่อนที่จะจูงมือฉันเดินเข้าบ้านพร้อมกัน

-------------------------

ช่วงบ่ายของวันนั้น ผู้พันหมอพาฉันไปยังห้องคอมพิวเตอร์ ของเกาะหน้า ซึ่งห้องคอมพิวเตอร์ของทหารที่เกาะหน้านี้ อยู่ในสำนักงานตัวตึกสองชั้น ทาสีเขียวอมน้ำตาล เพื่อให้เข้ากับต้นไม้ใหญ่ๆ ที่ปลูกล้อมรอบตัวตึก เพื่อพรางสายตาข้าศึกหากมีการโจมตีทางอากาศ

ชั้นบนจะเป็นห้องบังคับบัญชาการสำคัญๆ ของฝ่ายต่างๆ รวมถึงห้องทำงานของผู้กองพันวา ส่วนชั้นล่าง แบ่งเป็นห้องพยาบาล และที่ทำงานของผู้พันหมอ ห้องกลางเป็นห้องประชุมขนาดย่อม และห้องเล็กสุดทางซ้ายมือ เป็นห้องคอมพิวเตอร์ ที่มีคอมพิวเตอร์ สี่เครื่องติดตั้งอยู่ชิดฝาผนังด้านหนึ่งของห้อง และโต๊ะทำงานเล็กมีเครื่องปริ้นท์เตอร์ และเครื่องส่งเอกสาร ครบครัน อีกทั้งยังมีชั้นหนังสือ ที่มีหนังสือหลายๆ ประเภทจัดไว้บริการมากมาย

"คุณต่อใช้อินเทอร์เน็ตเข้าเครื่องโน๊ตบุ๊คทางนี้ได้เลย"

จักรินทร์ เอ่ยหลังจากที่รอให้ทหารสองคนที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ก่อนแล้ว ยืนตรงทำความเคารพอย่างขันแข็ง และนั่งลงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อเมื่อผู้พันหมออนุญาต เขาเผยมือไปทางโต๊ะทำงานที่จัดไว้ ให้บริการทหารที่อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้

"ที่โต๊ะทำงานตรงนี้ มีพร้อมทั้งกระดาษ สมุด ดินสอ ปากกา และเครื่องมืออื่นๆ "

"ขอบคุณค่ะ" ฉันเอ่ยปากก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้นั่ง

"คุณทำงานตามสบายนะ ผมขอตัวให้หาผู้กองพันวาก่อน"

"คุณจักรค่ะ คือว่า.." ฉันเอ่ยท้วงก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป

"ฉันมีเรื่องปรึกษาคุณค่ะ"

"มีอะไรหรือครับ"

เขาเดินกลับมาหาฉันโค้งตัวลงมาเสียจนใกล้ จนฉันเขิน เมื่อเห็นพลทหารสองคนนั้น หันมามองแล้วส่งยิ้มให้กัน

"คุณอายเขาเหรอ หน้าแดงเชียว" เขาหยอกเย้า

"คุณจักร อย่าแซวสิคะ" ฉันตีไปที่แขนกำยำนั้นแทน

"นั่งลงตรงนี้ก่อนดีกว่าค่ะ"

ฉันตบลงที่เบาะเก้าอี้ใกล้ๆ ตัวที่ว่างอยู่

"เมื่อกี้ฉันเห็นคุณเหนื่อยเลยไม่อยาก จะรบกวนคุณค่ะ" ฉันเอ่ยหลังจากที่เขานั่งลงแล้ว

"ฉันขออนุญาตไปทำงานที่รีสอร์ตของคุณใหญ่ สักสองเดือนได้ไหมคะ"

"ไม่ได้ค่ะ"

จักรินทร์ตอบอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นใบหน้า เหลอหลา กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของฉัน

"ผมหยอกเล่นครับ คุณอยากไปก็ไปสิครับ"

"โถ่คุณจักร ทำเอาฉันตกอกตกใจหมดเลย" ฉันตีอีกผัวะเข้าที่แขนสีคล้ำนั้น

"ฉันยิ่งเครียดอยู่ว่าถ้าคุณไม่ให้ไป ฉันจะทำอย่างไรดี"

"ผมเข้าใจว่าคุณลำบากลำบน หอบงานมาทำถึงที่นี่ เจ้านายคุณก็ใจดีให้คุณมาเป็นแม่บ้านให้ผม แล้วผมจะไม่ให้คุณไปทำงานของคุณได้อย่างไร"

เขาคว้ามือฉันไปบีบเบาๆ ความอบอุ่นแล่นผ่านมือวิ่งสู่หัวใจ

"แต่มีข้อแม้นะ" ใบหน้าอบอุ่นเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม เจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

"นั่นแน่"

... นี่หรือที่ใครๆ เรียกเขาว่าพ่อเสือยิ้มยาก นี่มันพ่อเสือเจ้าเล่ห์ต่างหาก..

"ข้อแม้อะไรคะ"

"ผมจะไปด้วย"

"ได้หรือคะ แล้วงานที่นี่ล่ะคะ"

"ก็คงไปไม่ได้นานขนาดนั้นหรอกครับ คงได้แค่ไปส่งคุณ แล้วก็อยู่ด้วยสักสองสามวัน"

"แหม ฉันก็นึกว่าอะไร คุณไปด้วยก็ดีสิคะ เพราะก้อยว่าคุณใหญ่บ่นคิดถึงคุณอยู่เนืองๆ"

"ถ้าอย่างนั้น คุณจะไปเมื่อไหร่ก็บอกผมก็แล้วกัน" เขาลุกขึ้นยืน

"ตอนนี้ผมขอตัวไปหาผู้กองพันวาก่อนนะ"

เขาก้มตัวหอมแก้มฉันเบาๆ ก่อนที่จะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันนั่งเขินอาย เมื่อสองพลทหารหนุ่มหันมามองและส่งยิ้มมาให้ฉัน

-----------------------
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่