บานประตูสั่นสะเทือน บานหน้าต่างถูกทุบอย่างรุนแรง
ความมืดได้ครอบงำดวงตาของเขาทั้งสองข้างมากกว่าเดิม จนเคเลบมองอะไรอื่นไม่เห็นอีก นอกจากร่างอันเลือนรางของแมรี่โกลด์ และสัมผัสของเลือดที่พุ่งไปทั่วบริเวณเท่านั้น
เขากำลังจะสูญเสียการมองเห็นไป -- เคเลบบอกตนเอง หากแต่เขาก็ยังคงออกแรงผ่ามีดลงไปบนหน้าท้องภรรยา
แมรี่โกลด์เกร็งแน่น ในตอนที่หน้าท้องถูกผ่าออกด้วยมีดอันแหลมคม เธอเหนี่ยวรั้งความอมนุษย์ในตนเองให้แบกรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เรี่ยวแรงทั้งหมดในกายราวกับจะหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงลมหายใจอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่าง
ความเจ็บปวดทั้งหมดราวกับจะพุ่งมาที่หน้าท้องของเธอ ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จนแมรี่โกลด์รู้สึกราวกับร่างของเธอกำลังจะฉีกขาดเป็นสองท่อน ความเป็นปิศาจร้ายในตัวทำให้เธอไม่ขาดใจตายกับคมมีด หากแต่ความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญนั้น รุนแรงเกินกว่าที่เธอเคยประสบพบพานมา
ในโลกที่มืดมิด และมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด แมรี่โกลด์กำท่อนแขนของเคเลบไว้แน่น -- ยึดเหนี่ยวสัมผัสกายของเขาเอาไว้ ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่เตือนให้เธอรับรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่
เสียงกรีดร้องของเหล่าปิศาจร้ายนอกบ้านดังขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุบกระแทกรอบๆตัวบ้าน -- อีกไม่นานพวกมันก็จะบุกเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้!
แมรี่โกลด์ได้ยินเสียงตนเองร้องออกมาดังลั่น เมื่อความเจ็บปวดทวีความรุนแรงถึงขีดสุด จนเธอแทบจะขาดใจตาย ยิ่งเคเลบพยายามช่วยให้ลูกได้กำเนิดออกมามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งขาดใจตายมากขึ้นเท่านั้น
เธอกำลังจะตาย
แมรี่โกลด์กรีดร้องออกมาดังลั่นกว่าเดิม -- คราวนี้โหยหวนกว่าเดิม และยาวนานกว่าเดิม -- ส่วนหนึ่งของร่างเธอได้ฉีกขาดออกไป -- เธอไม่อาจสัมผัสอะไรอื่นได้อีกนอกจากความเจ็บปวดปางตาย
แต่แล้วในความทุกข์อันแสนสาหัสนั้น เธอก็ได้ยินเสียงร้องของทารกดังขึ้น
ดังชัดเจนจนแทบจะกลบเสียงเหล่าปิศาจร้ายจากภายนอกได้!
แมรี่โกลด์ไม่รู้ว่าสภาพของตนเป็นเช่นไร เธอกำลังมีชีวิตอยู่ หรือกำลังตายจากไปแล้ว -- หากแต่เธอแน่ใจว่าเธอกำลังยิ้มออกมา และหัวใจในอกซ้ายที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ ก็ได้กลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง
ลูกของเธอได้ถือกำเนิดแล้ว!
เราทำสำเร็จ -- แมรี่โกลด์พยายามเปล่งเสียงออกมาด้วยเรี่ยวแรงที่มี เธอยิ้มออกมา พยายามเพ่งมองผ่านดวงตาอันมืดบอดของตนเองไปยังต้นเสียงของทารก -- เราทำสำเร็จ เคเลบ --
เราทำสำเร็จ --
“แมรี่โกลด์” เคเลบกระซิบ อุ้มทารกแรกเกิดที่อาบไปด้วยเลือดไว้แน่น กระชับร่างเล็กนั่นไว้ในเสื้อคลุมอย่างปกป้องหวงแหน
ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นเธอขยับตัวในความมืดสลัว
เคเลบเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบว่ามือที่ขยับแทบไม่ไหวของแมรี่โกลด์กำลังถือมีดไว้แน่น -- มีดที่เขาทำตกไว้บนพื้นเมื่อครู่
ปลายคมมีดด้ามนั้นค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาจ่ออยู่เหนือกะโหลกศีรษะของตนเองอย่างช้าๆ
เคเลบหันไปทางร่างของเจคอบที่นอนแน่นิ่งอยู่อีกห้อง ร่างนั้นกะโหลกร้าว และแหลกเป็นชิ้นๆ จากน้ำมือของเขา -- นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แมรี่โกลด์ตายได้
ศีรษะของเธอ --
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีใครขยับ หรือพูดอะไรออกมา -- เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นอีก ไม่แม้แต้เสียงลมหายใจของตนเอง --
ในที่สุด หญิงสาวก็เป็นคนทำลายความเงียบ “เราทำสำเร็จ” เธอกระซิบอย่างแผ่วเบา “ลาก่อน ที่รัก --”
เธอในตอนนี้ไม่เหลือแรงต่อสู้กับด้านมืดในตัวเองอีกต่อไปแล้ว
แต่เธอจะไม่ยอมกลายร่างเป็นปิศาจ แล้วทำร้ายคนที่เธอรักสองคนที่เธอเหลืออยู่เด็ดขาด
และก่อนที่เคเลบจะได้ทันทำอะไร แมรี่โกลด์ก็ขยับมีดเล่มนั้นแทงเข้าไปในกะโหลกของตนจนมิดด้าม!
โลกทั้งใบของเคเลบหมุนคว้าง เคเลบได้ยินเสียงตนเองตะโกนเรียกชื่อเธอดังลั่น -- เสียงนั้นก้องกังวาน และสนั่นหวั่นไหว จนสติเขาแทบแตกกระเจิง
เคเลบพบว่าตนกำลังร้องไห้อยู่ท่ามกลางกองเลือด -- และกำลังนั่งอยู่ระหว่างร่างที่เกิดใหม่ของลูก กับซากศพของภรรยาตนเอง
เคเลบเอื้อมมือข้างหนึ่งไปสัมผัสใบหน้าของเธอไว้แน่น แทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าเธอจากไปแล้ว
เขาร้องออกมาดังลั่น ไม่สนใจว่ามันจะยิ่งกระตุ้นให้เหล่าปิศาจแผดเสียงอย่างดุร้าย และพยายามเข้ามาในบ้านมากขึ้นเพียงใด สำนึกทั้งหมดของเขาราวกับจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันนิ่งสนิท และร่างอันแน่นิ่งที่จมกองเลือดของแมรี่โกลด์เท่านั้น
“แมรี่โกลด์!!” เคเลบร้องลั่น เขย่าร่างเธอ -- หากแต่แมรี่โกลด์ก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรกลับมา ไม่แม้แต่ขานรับใดๆ
ใบหน้าของเธอนิ่งสนิท ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีเขียวเจิดจ้ากลับขุ่นมัว และลอยเคว้ง เสียงลมหายใจอันแผ่วเบาเงียบหายไปในความมืด --

เธอจากเขาไปแล้ว --

สตินึกคิดของเคเลบแทบจะดับวูบไปตรงนั้น
ดวงตาที่พร่าเลือนของเขาเอ่อท้นไปด้วยน้ำตา ลมหายใจคล้ายจะหมดไปจากร่าง คำพูดและเสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ -- ร่างสูงนิ่งค้างไป ราวกับว่าดวงวิญญาณได้แหลกสลายไปแล้ว
หากแต่เสียงร้องของทารกได้ปลุกให้เข้ากลับมาจากโลกของความตาย
กลับมา เคเลบ -- เขาบอกตัวเอง --
กลับมาเดี๋ยวนี้
เขายังต้องปกป้องลูก -- ลูกของเขาและแมรี่โกลด์!
เคเลบรวบรวมสติของความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ในร่างเข้าด้วยกัน
มือหนาค่อยๆดึงมีดออกมาจากกะโหลกของแมรี่โกลด์ ริมฝีปากหยักอ้ากว้าง เปล่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่น ประสานกับเสียงร้องของบรรดาปิศาจร้ายนอกบ้าน
พลังเฮือกสุดท้ายในร่าง ทำให้เข้าโอบกระชับร่างทารกในห่อผ้าไว้แน่น จิตสำนึกเหลือเพียงการปกป้องเท่านั้น
ทว่ากลิ่นเนื้อหวานของทารกก็ทำให้หัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะถี่รัวยิ่งขึ้น
เคเลบต่อสู้กับสิ่งเดียวกันกับที่แมรี่โกลด์ต้องเผชิญมา เขากัดฟันแน่น ฉุดรั้งความเป็นมนุษย์เอาไว้ ไม่ให้คมเขี้ยวที่งอกขึ้นในริมฝีปากฉีกทึ้งเนื้อลูกในอ้อมแขนตนเอง
เขาต้องรีบไปที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกของเขา -- เคเลบบอกตนเอง ขณะฝืนลุกขึ้นยืนท่ามกลางกองเลือดของแมรี่โกลด์ -- เขาต้องไปที่ริมแม่น้ำ เขาต้องกลับไปที่เรือ!
ที่นั้นแล้ว น้ำจะเป็นปราการปกป้องลูกชายเขาจากปิศาจร้าย!
เคเลบกอดทารกเข้ากับแผงอกตนเอง มือหนากระชับเสื้อคลุมเข้ากับร่างเล็กๆที่ร้องจ้าไว้แน่น -- ร่างสูงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดูอ่อนแรง ราวกับกำลังตกนรกทั้งเป็นก็ไม่ปาน
เคเลบก้มลงมองภรรยาของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย
ดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของเขาทำให้เขามองเห็นร่างบางเพียงเลือนรางเท่านั้น -- หากแต่มันก็มากพอสำหรับเขา
วินาทีนั้นใบหน้าอันสวยหวาน และดวงตาสีเขียวเจิดจ้าของแมรี่โกลด์ก็กระจ่างชัดในใจเขาขึ้นมาอีกครั้ง
“ลาก่อน ที่รัก” เคเลบกระซิบ “แล้วฉันจะตามเธอไป --”
สิ้นคำพูดนั้น เคเลบกำมีดผ่าตัดที่เปียกโชกไปด้วยเลือดไว้ในมืออีกข้าง จิตใจกลับมาตั้งมั่นแน่วแน่อีกเป็นครั้งสุดท้าย
เพล้ง!
กระจกหน้าต่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และบานประตูก็สั่นคลอนจนแผ่นไม้ทะลุเป็นวงกว้าง เหล่าปิศาจร้ายกรีดร้องดังลั่น กลิ่นเลือดและเนื้อของทารกแรกเกิดราวกับกระตุ้นให้พวกมันทรงพลังยิ่งกว่าเดิม บรรดาร่างอันเหม็นเน่าต่างแย่งกันปีน และคลานผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องอย่างบ้าคลั่ง มือที่ผิวลอกถลอกและเต็มไปด้วยแผลตะปุ่มตะป่ำเอื้อมเข้ามาจากช่องว่างของประตู พยายามไขว่คว้ามาทางร่างของเคเลบที่ยืนอยู่กลางโถงอย่างดุร้าย
เคเลบรวบรวมสติตนเองอีกครั้ง ก่อนจะออกวิ่งไปยังบานประตูตรงหน้า ไม่หวั่นไหวต่อใบหน้าและฝ่ามือของเหล่าปิศาจที่พยายามแทรกตัวผ่านเข้ามาตามช่องว่างของประตู แล้วเมื่อใกล้พอ เขาก็ยกขาข้างหนึ่งถีบประตูด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
โครม! โครม! จนกระทั่งประตูแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เคเลบกัดฟันแน่นเมื่อถูกกรงเล็บ และคมเขี้ยวกัดทึ้งไปตามท่อนขากับท่อนแขนของตนเอง หากแต่เขายังใช้ตนเองเป็นโล่กำบังลูกเอาไว้อย่างแน่นหนา
เคเลบตวัดมีดใส่ลำคอของเหล่าปิศาจร้ายที่โฉบตรงเข้ามายังร่างของทารกในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบตัวในขณะที่ออกวิ่งมาจากตัวบ้าน กลั้นเสียงร้องตนเองไว้แน่นในตอนที่ถูกคมเขี้ยวของพวกปิศาจที่วิ่งไล่ล่ามา รุมกัดลงตรงหัวไหล่ และแผ่นหลัง!
เคเลบแทงลำคอพวกนั้นอย่างไม่ปรานี สะบัดตัวหนีจากการถูกเกาะกุมไว้อย่างรวดเร็ว เขายังคงออกวิ่งต่อไป ไม่หยุดวิ่งแม้สักก้าว แม้ว่าดวงตาทั้งสองข้างพร่าเลือนมากกว่าเดิม
เคเลบวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก พยายามออกแรงวิ่งมากขึ้น และเร็วขึ้น ในขณะที่ความรู้สึกเจ็บปวดกำลังครอบครองไปทั่วทั้งร่างของเขา! ดวงตาทั้งสองข้างมืดมัวกว่าเดิม และหูทั้งสองข้างก็แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไป
ประสาทสัมผัสที่แปรเปลี่ยนไป ส่งผลให้เคเลบไม่รับรู้ถึงตำแหน่งของเหล่าปิศาจร้ายเช่นก่อนหน้า -- เสียงร้องของเหล่าปิศาจที่ไล่ตามหลังมาติดๆก็เริ่มแว่วหายไป -- เช่นเดียวกันกับเสียงหัวใจเต้นของเขาที่ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ
ไม่!
เคเลบคำรามออกมาดังลั่น! เขาจะไม่กลายร่างตอนนี้!! ไม่ในตอนที่ลูกของเขายังไม่ปลอดภัย!!
เสียงร้องของทารกดังขึ้นในโลกที่ค่อยๆมืดบอดของเขา แว่วเข้ามาในโสตประสาทราวกับดังมาจากสักแห่งที่อยู่ไกลออกไป -- ทั้งๆที่อยู่ในอ้อมอกเขา!
สัมผัสของเขากำลังเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่เขาคาด จมูกเขาเริ่มไม่ได้กลิ่นเลือดเน่าของแมรี่โกลด์ที่อาบไปทั่วทั้งตัวของตนเอง และหูเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นอีกนอกจากเสียงของลูกตนเองเท่านั้น
ความมืดที่เริ่มโอบล้อมโลกของเขายิ่งทำให้เขารับรู้ถึงความจริงในข้อนั้น
เวลาเขากำลังจะหมดลง
เคเลบแทงกระซวกร่างของปิศาจร้ายที่โฉบพุ่งเข้ามาจากทางหมู่แมกไม้ เขายกศอกขึ้นป้องกันทารกน้อย จนเนื้อหนังเขาถูกฉีกกระชากเป็นทางยาว -- หากแต่เขาไม่สนใจต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
เคเลบคำรามลั่น ออกแรงถีบร่างตรงหน้าให้พ้นทาง ก่อนที่จะออกแรงวิ่งต่อไป
ยิ่งเสียงฝีเท้า และเสียงกรีดร้องคำรามของปิศาจไล่ล่าตามติดมามากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งออกวิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
อีกนิดเดียว -- อีกนิดเดียวเท่านั้น! -- เคเลบบอกตนเอง -- อีกนิดเดียว เขาจะมาถึงริมแม่น้ำแล้ว
เคเลบสะดุดรากไม้ล้มลงบนพื้น มือหนายังคงประคองทารกที่ร้องจ้าอยู่ในอ้อมอกตนเองไว้แน่น ผิวที่ลอกถลอกมากขึ้นทำให้เขารู้สึกแสบสะท้านไปทั้งร่าง
วูบหนึ่ง เขารู้สึกเหมือนหลงทางอยู่ในเงามืดสลัว
มือหนาควานไปตามความมืดเบื้องหน้า พลันแสงสว่างอันน้อยนิดที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาในม่านตาก็ทำให้ความหวังเกิดขึ้นในใจเคเลบอีกครั้ง
มันคือแสงสะท้อนของผิวแม่น้ำ!
แสงสว่างของเช้าวันใหม่เริ่มมาถึงแล้ว!
พลันปลายจมูกของเขาก็ได้กลิ่นบรรดาผู้คนมาจากทางเบื้องหน้า -- เสียงฝีเท้าที่ออกวิ่ง ดังกังวานไปทั่วโสตประสาทของเขาอย่างชัดเจน
พวกผู้คนกำลังหนีไปยังแม่น้ำ เช่นเดียวกันกับเมื่อหกเดือนก่อน
เขามาถูกทางแล้ว!
DEFENDER (14) : CALEB. THE LAST DEFENDER.
ความมืดได้ครอบงำดวงตาของเขาทั้งสองข้างมากกว่าเดิม จนเคเลบมองอะไรอื่นไม่เห็นอีก นอกจากร่างอันเลือนรางของแมรี่โกลด์ และสัมผัสของเลือดที่พุ่งไปทั่วบริเวณเท่านั้น
เขากำลังจะสูญเสียการมองเห็นไป -- เคเลบบอกตนเอง หากแต่เขาก็ยังคงออกแรงผ่ามีดลงไปบนหน้าท้องภรรยา
แมรี่โกลด์เกร็งแน่น ในตอนที่หน้าท้องถูกผ่าออกด้วยมีดอันแหลมคม เธอเหนี่ยวรั้งความอมนุษย์ในตนเองให้แบกรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เรี่ยวแรงทั้งหมดในกายราวกับจะหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงลมหายใจอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่าง
ความเจ็บปวดทั้งหมดราวกับจะพุ่งมาที่หน้าท้องของเธอ ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จนแมรี่โกลด์รู้สึกราวกับร่างของเธอกำลังจะฉีกขาดเป็นสองท่อน ความเป็นปิศาจร้ายในตัวทำให้เธอไม่ขาดใจตายกับคมมีด หากแต่ความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญนั้น รุนแรงเกินกว่าที่เธอเคยประสบพบพานมา
ในโลกที่มืดมิด และมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด แมรี่โกลด์กำท่อนแขนของเคเลบไว้แน่น -- ยึดเหนี่ยวสัมผัสกายของเขาเอาไว้ ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่เตือนให้เธอรับรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่
เสียงกรีดร้องของเหล่าปิศาจร้ายนอกบ้านดังขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงทุบกระแทกรอบๆตัวบ้าน -- อีกไม่นานพวกมันก็จะบุกเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้!
แมรี่โกลด์ได้ยินเสียงตนเองร้องออกมาดังลั่น เมื่อความเจ็บปวดทวีความรุนแรงถึงขีดสุด จนเธอแทบจะขาดใจตาย ยิ่งเคเลบพยายามช่วยให้ลูกได้กำเนิดออกมามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งขาดใจตายมากขึ้นเท่านั้น
เธอกำลังจะตาย
แมรี่โกลด์กรีดร้องออกมาดังลั่นกว่าเดิม -- คราวนี้โหยหวนกว่าเดิม และยาวนานกว่าเดิม -- ส่วนหนึ่งของร่างเธอได้ฉีกขาดออกไป -- เธอไม่อาจสัมผัสอะไรอื่นได้อีกนอกจากความเจ็บปวดปางตาย
แต่แล้วในความทุกข์อันแสนสาหัสนั้น เธอก็ได้ยินเสียงร้องของทารกดังขึ้น
ดังชัดเจนจนแทบจะกลบเสียงเหล่าปิศาจร้ายจากภายนอกได้!
แมรี่โกลด์ไม่รู้ว่าสภาพของตนเป็นเช่นไร เธอกำลังมีชีวิตอยู่ หรือกำลังตายจากไปแล้ว -- หากแต่เธอแน่ใจว่าเธอกำลังยิ้มออกมา และหัวใจในอกซ้ายที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ ก็ได้กลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง
ลูกของเธอได้ถือกำเนิดแล้ว!
เราทำสำเร็จ -- แมรี่โกลด์พยายามเปล่งเสียงออกมาด้วยเรี่ยวแรงที่มี เธอยิ้มออกมา พยายามเพ่งมองผ่านดวงตาอันมืดบอดของตนเองไปยังต้นเสียงของทารก -- เราทำสำเร็จ เคเลบ --
เราทำสำเร็จ --
“แมรี่โกลด์” เคเลบกระซิบ อุ้มทารกแรกเกิดที่อาบไปด้วยเลือดไว้แน่น กระชับร่างเล็กนั่นไว้ในเสื้อคลุมอย่างปกป้องหวงแหน
ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นเธอขยับตัวในความมืดสลัว
เคเลบเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบว่ามือที่ขยับแทบไม่ไหวของแมรี่โกลด์กำลังถือมีดไว้แน่น -- มีดที่เขาทำตกไว้บนพื้นเมื่อครู่
ปลายคมมีดด้ามนั้นค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาจ่ออยู่เหนือกะโหลกศีรษะของตนเองอย่างช้าๆ
เคเลบหันไปทางร่างของเจคอบที่นอนแน่นิ่งอยู่อีกห้อง ร่างนั้นกะโหลกร้าว และแหลกเป็นชิ้นๆ จากน้ำมือของเขา -- นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แมรี่โกลด์ตายได้
ศีรษะของเธอ --
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีใครขยับ หรือพูดอะไรออกมา -- เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นอีก ไม่แม้แต้เสียงลมหายใจของตนเอง --
ในที่สุด หญิงสาวก็เป็นคนทำลายความเงียบ “เราทำสำเร็จ” เธอกระซิบอย่างแผ่วเบา “ลาก่อน ที่รัก --”
เธอในตอนนี้ไม่เหลือแรงต่อสู้กับด้านมืดในตัวเองอีกต่อไปแล้ว
แต่เธอจะไม่ยอมกลายร่างเป็นปิศาจ แล้วทำร้ายคนที่เธอรักสองคนที่เธอเหลืออยู่เด็ดขาด
และก่อนที่เคเลบจะได้ทันทำอะไร แมรี่โกลด์ก็ขยับมีดเล่มนั้นแทงเข้าไปในกะโหลกของตนจนมิดด้าม!
โลกทั้งใบของเคเลบหมุนคว้าง เคเลบได้ยินเสียงตนเองตะโกนเรียกชื่อเธอดังลั่น -- เสียงนั้นก้องกังวาน และสนั่นหวั่นไหว จนสติเขาแทบแตกกระเจิง
เคเลบพบว่าตนกำลังร้องไห้อยู่ท่ามกลางกองเลือด -- และกำลังนั่งอยู่ระหว่างร่างที่เกิดใหม่ของลูก กับซากศพของภรรยาตนเอง
เคเลบเอื้อมมือข้างหนึ่งไปสัมผัสใบหน้าของเธอไว้แน่น แทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าเธอจากไปแล้ว
เขาร้องออกมาดังลั่น ไม่สนใจว่ามันจะยิ่งกระตุ้นให้เหล่าปิศาจแผดเสียงอย่างดุร้าย และพยายามเข้ามาในบ้านมากขึ้นเพียงใด สำนึกทั้งหมดของเขาราวกับจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันนิ่งสนิท และร่างอันแน่นิ่งที่จมกองเลือดของแมรี่โกลด์เท่านั้น
“แมรี่โกลด์!!” เคเลบร้องลั่น เขย่าร่างเธอ -- หากแต่แมรี่โกลด์ก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรกลับมา ไม่แม้แต่ขานรับใดๆ
ใบหน้าของเธอนิ่งสนิท ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีเขียวเจิดจ้ากลับขุ่นมัว และลอยเคว้ง เสียงลมหายใจอันแผ่วเบาเงียบหายไปในความมืด --
เธอจากเขาไปแล้ว --
สตินึกคิดของเคเลบแทบจะดับวูบไปตรงนั้น
ดวงตาที่พร่าเลือนของเขาเอ่อท้นไปด้วยน้ำตา ลมหายใจคล้ายจะหมดไปจากร่าง คำพูดและเสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ -- ร่างสูงนิ่งค้างไป ราวกับว่าดวงวิญญาณได้แหลกสลายไปแล้ว
หากแต่เสียงร้องของทารกได้ปลุกให้เข้ากลับมาจากโลกของความตาย
กลับมา เคเลบ -- เขาบอกตัวเอง -- กลับมาเดี๋ยวนี้
เขายังต้องปกป้องลูก -- ลูกของเขาและแมรี่โกลด์!
เคเลบรวบรวมสติของความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ในร่างเข้าด้วยกัน
มือหนาค่อยๆดึงมีดออกมาจากกะโหลกของแมรี่โกลด์ ริมฝีปากหยักอ้ากว้าง เปล่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่น ประสานกับเสียงร้องของบรรดาปิศาจร้ายนอกบ้าน
พลังเฮือกสุดท้ายในร่าง ทำให้เข้าโอบกระชับร่างทารกในห่อผ้าไว้แน่น จิตสำนึกเหลือเพียงการปกป้องเท่านั้น
ทว่ากลิ่นเนื้อหวานของทารกก็ทำให้หัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะถี่รัวยิ่งขึ้น
เคเลบต่อสู้กับสิ่งเดียวกันกับที่แมรี่โกลด์ต้องเผชิญมา เขากัดฟันแน่น ฉุดรั้งความเป็นมนุษย์เอาไว้ ไม่ให้คมเขี้ยวที่งอกขึ้นในริมฝีปากฉีกทึ้งเนื้อลูกในอ้อมแขนตนเอง
เขาต้องรีบไปที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกของเขา -- เคเลบบอกตนเอง ขณะฝืนลุกขึ้นยืนท่ามกลางกองเลือดของแมรี่โกลด์ -- เขาต้องไปที่ริมแม่น้ำ เขาต้องกลับไปที่เรือ!
ที่นั้นแล้ว น้ำจะเป็นปราการปกป้องลูกชายเขาจากปิศาจร้าย!
เคเลบกอดทารกเข้ากับแผงอกตนเอง มือหนากระชับเสื้อคลุมเข้ากับร่างเล็กๆที่ร้องจ้าไว้แน่น -- ร่างสูงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดูอ่อนแรง ราวกับกำลังตกนรกทั้งเป็นก็ไม่ปาน
เคเลบก้มลงมองภรรยาของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย
ดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนของเขาทำให้เขามองเห็นร่างบางเพียงเลือนรางเท่านั้น -- หากแต่มันก็มากพอสำหรับเขา
วินาทีนั้นใบหน้าอันสวยหวาน และดวงตาสีเขียวเจิดจ้าของแมรี่โกลด์ก็กระจ่างชัดในใจเขาขึ้นมาอีกครั้ง
“ลาก่อน ที่รัก” เคเลบกระซิบ “แล้วฉันจะตามเธอไป --”
สิ้นคำพูดนั้น เคเลบกำมีดผ่าตัดที่เปียกโชกไปด้วยเลือดไว้ในมืออีกข้าง จิตใจกลับมาตั้งมั่นแน่วแน่อีกเป็นครั้งสุดท้าย
เพล้ง!
กระจกหน้าต่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และบานประตูก็สั่นคลอนจนแผ่นไม้ทะลุเป็นวงกว้าง เหล่าปิศาจร้ายกรีดร้องดังลั่น กลิ่นเลือดและเนื้อของทารกแรกเกิดราวกับกระตุ้นให้พวกมันทรงพลังยิ่งกว่าเดิม บรรดาร่างอันเหม็นเน่าต่างแย่งกันปีน และคลานผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องอย่างบ้าคลั่ง มือที่ผิวลอกถลอกและเต็มไปด้วยแผลตะปุ่มตะป่ำเอื้อมเข้ามาจากช่องว่างของประตู พยายามไขว่คว้ามาทางร่างของเคเลบที่ยืนอยู่กลางโถงอย่างดุร้าย
เคเลบรวบรวมสติตนเองอีกครั้ง ก่อนจะออกวิ่งไปยังบานประตูตรงหน้า ไม่หวั่นไหวต่อใบหน้าและฝ่ามือของเหล่าปิศาจที่พยายามแทรกตัวผ่านเข้ามาตามช่องว่างของประตู แล้วเมื่อใกล้พอ เขาก็ยกขาข้างหนึ่งถีบประตูด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
โครม! โครม! จนกระทั่งประตูแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เคเลบกัดฟันแน่นเมื่อถูกกรงเล็บ และคมเขี้ยวกัดทึ้งไปตามท่อนขากับท่อนแขนของตนเอง หากแต่เขายังใช้ตนเองเป็นโล่กำบังลูกเอาไว้อย่างแน่นหนา
เคเลบตวัดมีดใส่ลำคอของเหล่าปิศาจร้ายที่โฉบตรงเข้ามายังร่างของทารกในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีดำขลับกวาดมองไปรอบตัวในขณะที่ออกวิ่งมาจากตัวบ้าน กลั้นเสียงร้องตนเองไว้แน่นในตอนที่ถูกคมเขี้ยวของพวกปิศาจที่วิ่งไล่ล่ามา รุมกัดลงตรงหัวไหล่ และแผ่นหลัง!
เคเลบแทงลำคอพวกนั้นอย่างไม่ปรานี สะบัดตัวหนีจากการถูกเกาะกุมไว้อย่างรวดเร็ว เขายังคงออกวิ่งต่อไป ไม่หยุดวิ่งแม้สักก้าว แม้ว่าดวงตาทั้งสองข้างพร่าเลือนมากกว่าเดิม
เคเลบวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก พยายามออกแรงวิ่งมากขึ้น และเร็วขึ้น ในขณะที่ความรู้สึกเจ็บปวดกำลังครอบครองไปทั่วทั้งร่างของเขา! ดวงตาทั้งสองข้างมืดมัวกว่าเดิม และหูทั้งสองข้างก็แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไป
ประสาทสัมผัสที่แปรเปลี่ยนไป ส่งผลให้เคเลบไม่รับรู้ถึงตำแหน่งของเหล่าปิศาจร้ายเช่นก่อนหน้า -- เสียงร้องของเหล่าปิศาจที่ไล่ตามหลังมาติดๆก็เริ่มแว่วหายไป -- เช่นเดียวกันกับเสียงหัวใจเต้นของเขาที่ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ
ไม่!
เคเลบคำรามออกมาดังลั่น! เขาจะไม่กลายร่างตอนนี้!! ไม่ในตอนที่ลูกของเขายังไม่ปลอดภัย!!
เสียงร้องของทารกดังขึ้นในโลกที่ค่อยๆมืดบอดของเขา แว่วเข้ามาในโสตประสาทราวกับดังมาจากสักแห่งที่อยู่ไกลออกไป -- ทั้งๆที่อยู่ในอ้อมอกเขา!
สัมผัสของเขากำลังเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่เขาคาด จมูกเขาเริ่มไม่ได้กลิ่นเลือดเน่าของแมรี่โกลด์ที่อาบไปทั่วทั้งตัวของตนเอง และหูเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นอีกนอกจากเสียงของลูกตนเองเท่านั้น
ความมืดที่เริ่มโอบล้อมโลกของเขายิ่งทำให้เขารับรู้ถึงความจริงในข้อนั้น
เวลาเขากำลังจะหมดลง
เคเลบแทงกระซวกร่างของปิศาจร้ายที่โฉบพุ่งเข้ามาจากทางหมู่แมกไม้ เขายกศอกขึ้นป้องกันทารกน้อย จนเนื้อหนังเขาถูกฉีกกระชากเป็นทางยาว -- หากแต่เขาไม่สนใจต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
เคเลบคำรามลั่น ออกแรงถีบร่างตรงหน้าให้พ้นทาง ก่อนที่จะออกแรงวิ่งต่อไป
ยิ่งเสียงฝีเท้า และเสียงกรีดร้องคำรามของปิศาจไล่ล่าตามติดมามากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งออกวิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
อีกนิดเดียว -- อีกนิดเดียวเท่านั้น! -- เคเลบบอกตนเอง -- อีกนิดเดียว เขาจะมาถึงริมแม่น้ำแล้ว
เคเลบสะดุดรากไม้ล้มลงบนพื้น มือหนายังคงประคองทารกที่ร้องจ้าอยู่ในอ้อมอกตนเองไว้แน่น ผิวที่ลอกถลอกมากขึ้นทำให้เขารู้สึกแสบสะท้านไปทั้งร่าง
วูบหนึ่ง เขารู้สึกเหมือนหลงทางอยู่ในเงามืดสลัว
มือหนาควานไปตามความมืดเบื้องหน้า พลันแสงสว่างอันน้อยนิดที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาในม่านตาก็ทำให้ความหวังเกิดขึ้นในใจเคเลบอีกครั้ง
มันคือแสงสะท้อนของผิวแม่น้ำ!
แสงสว่างของเช้าวันใหม่เริ่มมาถึงแล้ว!
พลันปลายจมูกของเขาก็ได้กลิ่นบรรดาผู้คนมาจากทางเบื้องหน้า -- เสียงฝีเท้าที่ออกวิ่ง ดังกังวานไปทั่วโสตประสาทของเขาอย่างชัดเจน
พวกผู้คนกำลังหนีไปยังแม่น้ำ เช่นเดียวกันกับเมื่อหกเดือนก่อน
เขามาถูกทางแล้ว!