สวัสดีครับเพื่อนๆ เป็นกระทู้แรกในชีวิต อยากจะเล่าเรื่องราวชีวิตการเรียนและการทำงานของเรา
เราเรียนจบสายวิทย์มาไม่รู้จะเรียนต่ออะไรก็เลยต่อคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ มหาลัยชื่อดังในภาคเหนือ จบมางงๆ ไม่รู้จะทำอะไรดี เอาจริงๆ ตอนเรียนไม่ชอบเลยแต่ที่เลือกเรียนเพราะคิดว่าเราชอบคณิคศาตร์ แต่กับที่เรียนในมหาลัยมันคนละโลกเลยจริงๆ จะซิ่วก็ไม่ได้เพราะครอบครัวไม่มีเงินซับพอร์ตพอ ก็ดันทุรังจนจบปี4 (เกือบไม่จบ)
ยังดีที่เลือกไมเนอร์เป็นวิชาภาษาอังกฤษ เผื่อมันได้ใช้ ว่าซ้านน...
แม่เป็นครูภาษาอังกฤษแต่ลูก บ่ได้เรื่องเล้ยยย
จบมาพร้อมใบปริญญาหว่านหางานก็ไม่มีใครรับ ขี่มอไซไปหาสมัครงานที่นิคมลำพูน ส่งเรซูเม่ที่กรมจัดหารงาน หรือไปที่เค้ามีเทศกาลจัดหารงานต่างๆนาๆ ก็ไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์เลย ชวนเพื่อนไปสมัครงาน รร เอกชน ก็ได้เรียกสัมภาษณ์ เค้าให้เราลองสอนวิชา ป5 ผอ ก็บอกว่าเงินเดือนจะให้ 6900บาทนะ(ประมาณ8ปีที่ผ่านมา) เข้างาน 8ถึง6โมงเย็น แต่ถ้าเราขยันไปสอนพิเศษก็น่าจะได้ถึง1หมื่นบาท
เราท้อมากเลยกีบการหางานที่เชียงใหม่ ไม่น่าจะพอกินแน่เลย เราเลยสละสิทธิ์ให้เพื่อนเราที่ไปสัมภาษณ์ด้วยกัน ตัดสินใจกลับบ้านไปอยู่บ้านกับแม่ แต่เราก็พยายามหางานมาเรื่อยๆ จนมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ลองสมัครงานสนามบินดูเผื่อจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ แต่เราก็ไม่ได้เก่งอะไร พอพูดสื่อสารได้ แต่แกรมม่างูๆปลาๆมาก ก็ดีเหมือนกันเผื่อไปทำงานสนามบินจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเค้าบ้างเนาะเด็กบ้านนอกคนนี้เอ้ย...
ได้งานที่แรกเป็นบริษัทเกี่ยวกับ Airport Security เราดีใจมา แต่โดนดูถูกจากพี่ที่บ้านบอกว่าไปทำงานอะไรเป็นยามเนี่ยนะ โหหหหหห... เราโกรธมาก เป็นยามก็ไม่ได้ยืมเงินแล้วไม่คืนเหมือน

มั้ย (อันนี้คิดในใจ) แม่ก็บอกว่ามันอันตรายนะลูกได้ข่าวที่ว่า ผดส ตบหู จนท เลือดอาบเลย เราคิดว่าเราคงไม่โดนขนาดนั้นมั้ง เราเอาตัวรอดได้ อย่างน้อยให้มีใบเบิกทางเถอะ ได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ น่าจะมีโอกาสมากกว่าอยู่ ตจว .
มาทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ...เราตื่นเต้นมากๆ สนามบินอะไรใหญ่มากมาย มาวีนแรกตลึงกับโครงสร้าง ความอลังการมากมาย คนควักใคว่ เดินไปมา เด็กบ้านนอกจบใหม่คนนี้ คิดว่าโอ้ย หลงแน่ๆเลย ก็เคยหลงอยู่หลายรอบตอนที่เข้ามาทำงานแรกๆ ก็เดินตามพวกพี่ๆเค้า มันจะมีจุดหลายจุดมากเลย มึนไปหมด จุดเช็คพ้อยนี้เราได้เจอคนดัง ดาราทั้งในและต่างประเทศมากมาย เราก็แอบดีใจว่า เออดีเหมือนกันเนาะ เราไม่ต้องตามไปดูเค้า เค้ามาหาเราถึงที่เลย คิดในแง่บวกไว้
งานหนักมากๆ ทำงานเป็นกะคนไม่เรยอดหลับอดนอน เงินที่ได้เป็นรายวัน เรางงมาก คืออะไรได้เงินเป็นรายวัน ก็ทำไปเรื่อยๆก่อน พออยู่ได้ ดีที่เค้ามีที่พักให้ฟรี แต่ว่าต้องไปนอนกับคนอื่น สังคมแอบแย่ เราโดนขโมยโน้ตบุคไป เลยตัดสินใจไปหาห้องเช่าถูกๆอยู่คนเดียว คอมหายไปแจ้งความก็เท่านั้น ช่างมัน นอกกายหาใหม่ได้ แต่เป็นบทเรียนที่สำคัญต่อชีวิตเรามาก
เราใช้เงินประหยัดมาก แถมส่งเงินไปให้แหนที่เชียงใหม่อีกต่างหาก แต่สุดท้ายก็โดนหักหลัง เราร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลายเดือน ละก็พยายามเก็บใจทร่แตกสลายค่อยๆกลีบมาเป็นคนให้ได้ พยายามหางานที่น่าจะเหมาะสมกับเรา ไปด้วยเลยได้ไปสมัครงานเป็นพนังงานเช็คอินสายการบิน 5ดาวอย่างกาต้าร์แอร์เวย์ แต่ว่าเป็นบริษัทที่แฮนลิ่งให้กาต้าอีกที งงอยู่ว่าเค้า required TOEIC 550แต่เราไม่มีอะ ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ก็ส่งๆไปก่อน เค้าเรียกสัมภาษณ์เฉย ละก้ได้ด้วยแบบ งงๆ
มาทำงานที่นี่เงินไม่ได้เยอะอะไรหรอก รู้แค่ว่าขอให้ได้ประสบการณ์เยอะๆก็พอ ได้ประสบการณ์เยอะจริงๆ โดนทุกอย่าง เพราะเราต้องดิวกับคนทั่วโลก เจอกระเป๋าน้ำหนักเกิน ผดส บ่นๆๆๆๆๆๆ เครื่องดีเล ออฟโหลดผู้โดยสาร เพราะเค้ามาไม่ทันเกท ผดส ขาเข้าไม่ทีวีซ่า โดย ผดส ด่าแบบแรงๆ ฟักๆทองๆ อัไรประมาณนี้ก็โดนมาหมด โดนสายการบินคู่แข่งดูถูกก็โดน
เหนื่อยกับการดิวมากเลยคิดว่าถ้าไปทำงานสายคาโก้ คงไม่มาปวดหัวเท่านี้มั้ง ก็เลยลองหาข้อมูลเกี่ยวกับด้านคาโก้ แต่ก็ดีคิดในแง่ดีไว้ อย่างน้อยมีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่แล้ว นี่คือสิ่งที่เราตั้งไว้เป็นปณิธาน ประจำใจไว้ตลอดมา
หลังจากนั้นเราก็ย้ายงานมาเป็นตัวจริงของสายการบินประเทศไต้หวัน แผนกคาโก้ ที่นี่ต้องใช้คะแนน TOEIC 550 เราจึงจำเป็นต้องไปสอบ พี่เค้าบอกว่าก่อนผ่านโปรต้องให้ได้นะ เรานี้ไปสอบอยู่ 5 รอบ รอบกว่าจะผ่าน 555คะแนน เลือดตาแทบกระเด็น ทำเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ แต่สำหรับคนอื่นที่จบสายภาษาคงจะชิวๆอะ เห็นเพื่อนๆได้ 800ขึ้นทั้งนั้ยเลย แต่เราก็โอเคละ พอให้มีงานทำก็ถือว่าใช้ได้
เรามีโอกาสได้ไปเรียนที่ไต้หวันหลายรอบ ตั้งแต่สมัยที่ยังต้องใช้วีซ่าอยู่ ตื่นเต้นมากๆ และเราก็ได้เปิดหูเปิดตา เป็นการที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตไปในตัว เรามีสวัสดิการที่ดีมาก ได้ตั๋วราคา พนง และเราสามารถใช้ตั๋วในเครือเดียวกันได้ด้วย เช่นการบินไทย บินไปไหนก็ได้ ราคา พนง(stand by) เรามีโอการได้พาแม่ได้ไปเกาหลี และท่องเที่ยวในประเทศ โดยตั๋วสวัสดิการนี้ด้วย
หลังจากที่ทำงานที่นี่ได้เกือบ2ปีเราก็ได้มีโอกาสสมัครงาร สายการบินจากประเทศในยุโรปแล้วเราก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศบ่อยขึ้น ไปยุโรป จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ บ่อยมาก เราทำงานเฉพาะทางเลยต้องมี License จากการไปเรียนต่างประเทศและกลับมาทำงานให้เขาที่สนามบินสุวรรณภูมิและทำงานที่นี่จนถึงทุกวันนี้ผ่านไปเป็นระยะเวลาเข้าปีที่7แล้ว
รู้สึกว่าชอบสายงานด้านการใช้ภาษาและเกี่ยวกับโลจิสติกส์การนำเข้าส่งออก มันสนุกดีได้พูดคุยแก้ปัญหา 108 ทุกๆอย่างต้องจบที่เรา แต่เราก็คิดว่าเรายังไม่ได้เก่งพอ เราต้องพัฒนาตัวเองและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับบริษัท เพื่อนร่วมงาน และพยายามทำงานออกมาให้ดีที่สุด พลาดให้น้อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว
เรายังแอบคิดว่าเอ๊ะ..เรามาถึงจุดนี้ได้ไงจากเด็กที่เรียนจบสาขาวิทย์ เรียนเอกคณิต แต่มาทำงานเกี่ยวกับโลจิสติกส์ที่สนามบิน มันคนละเรื่องกันเลย แต่ก็รู้สึกขอบคุณตัวเองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชื่อถือนำพาให้ชีวิตเราสามารถเลี้ยงดูตัวเองและส่งเงินให้ครอบครัวได้จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยขาดเลย
สุดท้ายก็อยากจะขอบคุณเพื่อนๆ ที่เสียสละอ่านประสบการณ์ชีวิตของผมจนจบ หรือไม่จบก็ขอบคุณเช่นกันนะครับ
และอยากจะถามเพื่อนๆว่า ถ้าเพื่อนๆเป็นผม จะทำอะไรต่อดี เรียนต่อ ด้านไหน หรือว่าหางานเสริม ด้านไหนยังไง และจะดูแลแม่ที่กำลังจะเกษียณอีก 1ปีข้างหน้ายังไง แม่อยู่ ตจว แม่ไม่ยอมมาอยู่กรุงเทพฯด้วยแน่นอน ตัวผมคนเดียวไม่มีแฟน เพราะเหนื่อยกับความรักมาหลายรอบแล้ว โฟกัสที่ครอบครัวก่อนครับ ขอบคุณกับทุกๆคำแนะนำล่วงหน้านะครับ
เรียนเอกคณิต แต่ทำงานสนามบิน??? งงมะ555
เราเรียนจบสายวิทย์มาไม่รู้จะเรียนต่ออะไรก็เลยต่อคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ มหาลัยชื่อดังในภาคเหนือ จบมางงๆ ไม่รู้จะทำอะไรดี เอาจริงๆ ตอนเรียนไม่ชอบเลยแต่ที่เลือกเรียนเพราะคิดว่าเราชอบคณิคศาตร์ แต่กับที่เรียนในมหาลัยมันคนละโลกเลยจริงๆ จะซิ่วก็ไม่ได้เพราะครอบครัวไม่มีเงินซับพอร์ตพอ ก็ดันทุรังจนจบปี4 (เกือบไม่จบ)
ยังดีที่เลือกไมเนอร์เป็นวิชาภาษาอังกฤษ เผื่อมันได้ใช้ ว่าซ้านน...
แม่เป็นครูภาษาอังกฤษแต่ลูก บ่ได้เรื่องเล้ยยย
จบมาพร้อมใบปริญญาหว่านหางานก็ไม่มีใครรับ ขี่มอไซไปหาสมัครงานที่นิคมลำพูน ส่งเรซูเม่ที่กรมจัดหารงาน หรือไปที่เค้ามีเทศกาลจัดหารงานต่างๆนาๆ ก็ไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์เลย ชวนเพื่อนไปสมัครงาน รร เอกชน ก็ได้เรียกสัมภาษณ์ เค้าให้เราลองสอนวิชา ป5 ผอ ก็บอกว่าเงินเดือนจะให้ 6900บาทนะ(ประมาณ8ปีที่ผ่านมา) เข้างาน 8ถึง6โมงเย็น แต่ถ้าเราขยันไปสอนพิเศษก็น่าจะได้ถึง1หมื่นบาท
เราท้อมากเลยกีบการหางานที่เชียงใหม่ ไม่น่าจะพอกินแน่เลย เราเลยสละสิทธิ์ให้เพื่อนเราที่ไปสัมภาษณ์ด้วยกัน ตัดสินใจกลับบ้านไปอยู่บ้านกับแม่ แต่เราก็พยายามหางานมาเรื่อยๆ จนมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ลองสมัครงานสนามบินดูเผื่อจะได้ใช้ภาษาอังกฤษ แต่เราก็ไม่ได้เก่งอะไร พอพูดสื่อสารได้ แต่แกรมม่างูๆปลาๆมาก ก็ดีเหมือนกันเผื่อไปทำงานสนามบินจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเค้าบ้างเนาะเด็กบ้านนอกคนนี้เอ้ย...
ได้งานที่แรกเป็นบริษัทเกี่ยวกับ Airport Security เราดีใจมา แต่โดนดูถูกจากพี่ที่บ้านบอกว่าไปทำงานอะไรเป็นยามเนี่ยนะ โหหหหหห... เราโกรธมาก เป็นยามก็ไม่ได้ยืมเงินแล้วไม่คืนเหมือน
มาทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ...เราตื่นเต้นมากๆ สนามบินอะไรใหญ่มากมาย มาวีนแรกตลึงกับโครงสร้าง ความอลังการมากมาย คนควักใคว่ เดินไปมา เด็กบ้านนอกจบใหม่คนนี้ คิดว่าโอ้ย หลงแน่ๆเลย ก็เคยหลงอยู่หลายรอบตอนที่เข้ามาทำงานแรกๆ ก็เดินตามพวกพี่ๆเค้า มันจะมีจุดหลายจุดมากเลย มึนไปหมด จุดเช็คพ้อยนี้เราได้เจอคนดัง ดาราทั้งในและต่างประเทศมากมาย เราก็แอบดีใจว่า เออดีเหมือนกันเนาะ เราไม่ต้องตามไปดูเค้า เค้ามาหาเราถึงที่เลย คิดในแง่บวกไว้
งานหนักมากๆ ทำงานเป็นกะคนไม่เรยอดหลับอดนอน เงินที่ได้เป็นรายวัน เรางงมาก คืออะไรได้เงินเป็นรายวัน ก็ทำไปเรื่อยๆก่อน พออยู่ได้ ดีที่เค้ามีที่พักให้ฟรี แต่ว่าต้องไปนอนกับคนอื่น สังคมแอบแย่ เราโดนขโมยโน้ตบุคไป เลยตัดสินใจไปหาห้องเช่าถูกๆอยู่คนเดียว คอมหายไปแจ้งความก็เท่านั้น ช่างมัน นอกกายหาใหม่ได้ แต่เป็นบทเรียนที่สำคัญต่อชีวิตเรามาก
เราใช้เงินประหยัดมาก แถมส่งเงินไปให้แหนที่เชียงใหม่อีกต่างหาก แต่สุดท้ายก็โดนหักหลัง เราร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลายเดือน ละก็พยายามเก็บใจทร่แตกสลายค่อยๆกลีบมาเป็นคนให้ได้ พยายามหางานที่น่าจะเหมาะสมกับเรา ไปด้วยเลยได้ไปสมัครงานเป็นพนังงานเช็คอินสายการบิน 5ดาวอย่างกาต้าร์แอร์เวย์ แต่ว่าเป็นบริษัทที่แฮนลิ่งให้กาต้าอีกที งงอยู่ว่าเค้า required TOEIC 550แต่เราไม่มีอะ ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่ก็ส่งๆไปก่อน เค้าเรียกสัมภาษณ์เฉย ละก้ได้ด้วยแบบ งงๆ
มาทำงานที่นี่เงินไม่ได้เยอะอะไรหรอก รู้แค่ว่าขอให้ได้ประสบการณ์เยอะๆก็พอ ได้ประสบการณ์เยอะจริงๆ โดนทุกอย่าง เพราะเราต้องดิวกับคนทั่วโลก เจอกระเป๋าน้ำหนักเกิน ผดส บ่นๆๆๆๆๆๆ เครื่องดีเล ออฟโหลดผู้โดยสาร เพราะเค้ามาไม่ทันเกท ผดส ขาเข้าไม่ทีวีซ่า โดย ผดส ด่าแบบแรงๆ ฟักๆทองๆ อัไรประมาณนี้ก็โดนมาหมด โดนสายการบินคู่แข่งดูถูกก็โดน
เหนื่อยกับการดิวมากเลยคิดว่าถ้าไปทำงานสายคาโก้ คงไม่มาปวดหัวเท่านี้มั้ง ก็เลยลองหาข้อมูลเกี่ยวกับด้านคาโก้ แต่ก็ดีคิดในแง่ดีไว้ อย่างน้อยมีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่แล้ว นี่คือสิ่งที่เราตั้งไว้เป็นปณิธาน ประจำใจไว้ตลอดมา
หลังจากนั้นเราก็ย้ายงานมาเป็นตัวจริงของสายการบินประเทศไต้หวัน แผนกคาโก้ ที่นี่ต้องใช้คะแนน TOEIC 550 เราจึงจำเป็นต้องไปสอบ พี่เค้าบอกว่าก่อนผ่านโปรต้องให้ได้นะ เรานี้ไปสอบอยู่ 5 รอบ รอบกว่าจะผ่าน 555คะแนน เลือดตาแทบกระเด็น ทำเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ แต่สำหรับคนอื่นที่จบสายภาษาคงจะชิวๆอะ เห็นเพื่อนๆได้ 800ขึ้นทั้งนั้ยเลย แต่เราก็โอเคละ พอให้มีงานทำก็ถือว่าใช้ได้
เรามีโอกาสได้ไปเรียนที่ไต้หวันหลายรอบ ตั้งแต่สมัยที่ยังต้องใช้วีซ่าอยู่ ตื่นเต้นมากๆ และเราก็ได้เปิดหูเปิดตา เป็นการที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตไปในตัว เรามีสวัสดิการที่ดีมาก ได้ตั๋วราคา พนง และเราสามารถใช้ตั๋วในเครือเดียวกันได้ด้วย เช่นการบินไทย บินไปไหนก็ได้ ราคา พนง(stand by) เรามีโอการได้พาแม่ได้ไปเกาหลี และท่องเที่ยวในประเทศ โดยตั๋วสวัสดิการนี้ด้วย
หลังจากที่ทำงานที่นี่ได้เกือบ2ปีเราก็ได้มีโอกาสสมัครงาร สายการบินจากประเทศในยุโรปแล้วเราก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศบ่อยขึ้น ไปยุโรป จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ บ่อยมาก เราทำงานเฉพาะทางเลยต้องมี License จากการไปเรียนต่างประเทศและกลับมาทำงานให้เขาที่สนามบินสุวรรณภูมิและทำงานที่นี่จนถึงทุกวันนี้ผ่านไปเป็นระยะเวลาเข้าปีที่7แล้ว
รู้สึกว่าชอบสายงานด้านการใช้ภาษาและเกี่ยวกับโลจิสติกส์การนำเข้าส่งออก มันสนุกดีได้พูดคุยแก้ปัญหา 108 ทุกๆอย่างต้องจบที่เรา แต่เราก็คิดว่าเรายังไม่ได้เก่งพอ เราต้องพัฒนาตัวเองและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับบริษัท เพื่อนร่วมงาน และพยายามทำงานออกมาให้ดีที่สุด พลาดให้น้อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว
เรายังแอบคิดว่าเอ๊ะ..เรามาถึงจุดนี้ได้ไงจากเด็กที่เรียนจบสาขาวิทย์ เรียนเอกคณิต แต่มาทำงานเกี่ยวกับโลจิสติกส์ที่สนามบิน มันคนละเรื่องกันเลย แต่ก็รู้สึกขอบคุณตัวเองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชื่อถือนำพาให้ชีวิตเราสามารถเลี้ยงดูตัวเองและส่งเงินให้ครอบครัวได้จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยขาดเลย
สุดท้ายก็อยากจะขอบคุณเพื่อนๆ ที่เสียสละอ่านประสบการณ์ชีวิตของผมจนจบ หรือไม่จบก็ขอบคุณเช่นกันนะครับ
และอยากจะถามเพื่อนๆว่า ถ้าเพื่อนๆเป็นผม จะทำอะไรต่อดี เรียนต่อ ด้านไหน หรือว่าหางานเสริม ด้านไหนยังไง และจะดูแลแม่ที่กำลังจะเกษียณอีก 1ปีข้างหน้ายังไง แม่อยู่ ตจว แม่ไม่ยอมมาอยู่กรุงเทพฯด้วยแน่นอน ตัวผมคนเดียวไม่มีแฟน เพราะเหนื่อยกับความรักมาหลายรอบแล้ว โฟกัสที่ครอบครัวก่อนครับ ขอบคุณกับทุกๆคำแนะนำล่วงหน้านะครับ