หมายเหตุ เรื่องนี้เป็น creepypasta มันคือเรื่องสยองออนไลน์ที่เล่าเหมือนเป็นเหตุการณ์จริง ดังนั้นท่านไม่ต้องตกใจหากไม่มีคำตอบและไม่มีรูปตัวละครที่ว่า อาจไม่ค่อยสยองเพราะผมเน้นปริศนา รักนะ
******************
สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ผมมีปริศนาวัยเด็กมาเล่าเพราะพบสิ่งๆหนึ่งในลิ้นชักโต๊ะในบ้านเก่าสมัยผมยังเรียนมัธยมต้นอยู่กับยาย หลักๆคืออยากถามความเห็นว่ามันเป็นไปได้ยังไง
ประมาณปี 2541 ตอนนั้นผมอายุ 15 กำลังหนุ่มคะนองชนิดไม่มีใครหยุดได้แม้แต่ยายที่เปิดร้านขายของชำ เพราะเหตุนั้นทำให้พ่อกับแม่มาลากผมไปตกระกำลำบากในบ้านนอกด้วยกัน ก็ไม่บ่นหรอกเพราะผมได้อะไรจากงานของพวกท่านเยอะกว่าทำงานขายของ
ถ้าใครอายุขึ้นเลขสามคงรู้ว่าวัยรุ่นสมัยนั้นนิยมไปลองของตามบ้านร้าง ผมก็เป็นเช่นเดียวกัน เรื่องที่ผมจะเล่านั้นเกี่ยวกับบ้านร้างหลังหนึ่งที่ผมกับเพื่อนเคยแอบเข้าไปยามค่ำคืนเพราะอยากเห็นวิญญาณ
บ้านหลังนั้นอยู่ห่างจากบ้านยายของผมไปแค่สองร้อยเมตร คนแถวนั้นเรียกมันว่าบ้านกระสือเพราะวันดีคืนดีจะมีแสงเรืองลอดช่องประตูหน้าต่างออกมา ไม่เคยมีใครเห็นตัวเจ้าของบ้านมีเพียงข่าวลือว่าพวกเขาใช้บ้านหลังนี้เป็นที่เก็บของเท่านั้น บ้างก็ว่าเจ้าของเก่าโดนพิษต้มยำกุ้งจนต้องฆ่าตัวตายแล้วบ้านถูกทิ้งร้าง หลายครั้งมีรถกระบะมาจอดเทียบให้กลุ่มคนขนของเข้าไปทำให้เรื่องที่เก็บของดูน่าเชื่อถือที่สุด
พวกเด็กหัวเกรียนอย่างผมอยากเรื่องฆ่าตัวตายมากกว่า ก็ตอนนั้นพวกผมยังไม่รู้ว่าพวกบริษัทต้องมีพวกตึกเก็บของนี่ แถมแสงน่าสงสัยส่วนมากเกิดหลังจากพวกคนพวกนั้นเอาของมาเก็บอีก ผมยกเรื่องนี้มาพูดเวลาคนแถวนั้นมาคุยกับยายแต่ไม่มีใครสนใจ
คืนหนึ่งในฤดูฝนพวกผมลงความเห็นว่าจะพอล่าผีกันที่บ้านหลังนั้น ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นมีคนถูกบังคับให้มาด้วย เขาชื่อวี เด็กชายท่าทางกระตุ้งกระติ้งเหมือนผู้หญิงคนนั้นอยู่ในความทรงจำผมตั้งแต่วันนั้น หัวหน้ากลุ่มเราให้สัญญาว่าถ้ามาลองของด้วยกันจะเลิกล้อเขาจึงจำใจมาทั้งที่ไม่เคย
พวกเราไปรวมตัวหน้าบ้านหลังนั้นตอนสองทุ่มเพราะถ้าดึกกว่านี้ไม้เรียวจะลงหลัง ในฐานะคนที่อยู่ใกล้ที่สุดผมต้องหาช่องทางเข้าและเป็นคนนำเข้าไป
ข้างในบ้านสองชั้นมืดสนิท มันเหมือนบ้านในการ์ตูนที่มีเพียงโครงเท่านั้น อย่างมากก็เห็นร่องรอยพื้นชั้นสองกับบันไดที่ถูกทุบทิ้ง ลังไม้หลายสิบลังวางเรียงรายเหมือนพวกผู้ใหญ่ใช้ที่นี่เป็นที่เก็บของ พวกเราเข้าไปสำรวจห้องน้ำที่ยังมีเพดานอยู่ มันคงถูกใช้เป็นที่เก็บของจริงๆเพราะน้ำประปายังใช้ได้อยู่
ผมรู้ว่าคนสมัยใหม่ไปลองของมักพูดท้าทายสารพัดส่วนคนรุ่นเก่านั้นเอาความนิ่งเข้าสู้ แต่สู้กับความกลัวตัวเองนะ เพราะไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรโผล่มาหรือเปล่าถ้าส่งเสียงดัง นั่นทำให้พวกเราสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเหมือนเครื่องยนต์รถใหญ่พร้อมแสงไฟวูบวาบ ไฟในส่วนห้องโถงกลางบ้านสว่างขึ้นทั้งที่เราเพิ่งเดินผ่านมันมา
พวกเราห้าคนย่องไปดูโดยใช้ลังกลุ่มหนึ่งเป็นที่หลบ ผู้ชายสองคนกำลังคุยกันเรื่องสินค้าครั้งนี้ คนหนึ่งหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเหมือนแผ่นกระดานสีขาวขนาดประมาณฝ่ามือ เมื่อมันส่องแสงเรืองๆเขาก็ใช้นิ้วเขี่ยพื้นผิวเหมือนค้นหาบางอย่าง ต้องใช้เวลาสิบกว่าจากยุคนั้นผมจึงเข้าใจว่าอาการนั้นคืออะไร
เมื่อชายคนนั้นพบสิ่งที่ตามหาก็บอกรหัสตัวอักษรให้คนที่มาด้วยแล้วพากันเดินดูตามกล่องที่วางเป็นแถว เมื่อพบกล่องที่ต้องการก็เปิดมันออกแล้วหยิบของข้างในออกมาโดยใช้ถุงมือสีขาว
ผมจำมันได้จากข่าวในทีวี มันเป็นการแย่งทีวีระหว่างยายกับหลานตามปกติดังนั้นช่างเถอะ ของที่ชายคนนั้นหยิบออกมาคือรูปปั้นธรรมจักรเก่าแก่ที่ออกข่าวตอนนั้นว่ามีการค้นพบในจังหวัดใกล้ๆ เป็นวัตถุโบราณอายุกว่าพันปีที่ชาวบ้านขุดพบแล้วมันถูกขโมยไปในวันถัดมา ผมเตือนเพื่อนว่าบางทีลังพวกนี้จะต้องเป็นของที่โดนขโมยมาเหมือนในหนังแน่ๆ
พวกเราย้ายที่หลบอยู่พักหนึ่งจนคิดได้ว่าควรหนี ระหว่างนั้นชายอีกคนเดินไปห้องน้ำแล้วร้องออกมา คงเจอร่องรอยอารยะธรรมของพวกเรากระมัง ชายคนแรกหยุดขนบรรดาของโบราณแล้วตามหาผู้บุกรุกอย่างเร่งรีบ
เราหนีกลับทางเก่าเกือบไม่ทันเพราะโดนเจอตัวก่อน แม้เราจะเยอะกว่าและห้าวเป้งไปเรื่องแต่อีกฝ่ายคือผู้ใหญ่ เราไม่รู้ว่าเขามีอาวุธหรือเปล่า ระหว่างความตื่นตะลึงของพวกเราวีก็แสดงความกล้าออกมา เขาร้องลั่นแล้วพุ่งเข้าชนชายคนนั้นที่ตัวใหญ่กว่าเขาเกือบเท่าตัว จากนั้นวีก็ระดมชกต่อและฉีกดึงเสื้อผ้าเพื่อให้อีกฝ่ายเสียหลักจนไล่ตามพวกผมไม่ทัน
ก่อนผมจะได้สติและเรียกทุกคนให้ออกไปมีบางสิ่งกระเด็นมาตกแทบเท้า วัตถุปริศนาที่ชายคนนั้นเคยหยิบมาเขี่ยเล่น ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ก็หยิบมันมาแล้วชวนเพื่อนหนีโดยทิ้งวีไว้ข้างหลัง
หลังจากนั้นผมรีบตามคนมาช่วยแต่ไม่พบอะไรนอกจากบ้านที่เต็มไปด้วยกล่องลังมากมาย ไม่มีชายสองคน ไม่มีวัตถุโบราณ ไม่มีวี เหมือนทั้งหมดหายไปกับความมืดในบ้านพร้อมแสงสว่างเรืองๆเหมือนไฟตามผับบาร์
ผมลองกดปุ่มบนเจ้าแผ่นปริศนานั่นเล่น ด้านหน้าเหมือนหน้าจอทีวีขนาดเล็กด้านหลังสีขาวมีรูปลูกแอปเปิลอยู่ ด้านหน้ามันส่องแสงเหมือนเครื่องเกมบอยได้ทว่ามีสีสดใสเหมือนทีวีสี เหมือนต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าดูข้างในผมจึงทำอะไรไม่ได้ เอาไปให้ผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร พอหมดความอยากรู้ผมก็เก็บไว้ในลิ้นชักจนลืม
วีรกรรมของผมในคืนนั้นทำให้พ่อกับแม่รีบขับรถมาลากผมไปเรียนต่อต่างจังหวัดซึ่งพวกท่านทำงานอยู่ ส่วนบ้านหลังนั้นก็ยังเป็นปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้ความจริง
ปัจจุบันคือปี 2021 ผมพาครอบครัวย้ายมาอยู่กับยายที่แก่มากแล้ว เรื่องครอบครัวผมไม่อยากเผาว่าเจ้าแสบลูกชายมันถอดผมออกมาทุกกระเบียดนิ้ว ผมมาเก็บของเก่าก็มาเจอเจ้าของที่ว่านี่ล่ะ
Iphone 6s คือชื่อของเจ้าเครื่องที่ผมเก็บมาในตอนนั้น มันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แฟนของผมใช้ Iphone ตัวผมจึงพอรู้จักสมาร์ทโฟนยี่ห้อนี้บ้าง ไม่ว่าจะกล้องหลัง ช่องเสียบสายชาร์จไฟมันเหมือนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อนั้นไม่มีผิด
ถ้าจะผิดคงเป็นห้วงเวลา เวลานั้นคือปลายปี 2540 ส่วนมากยังใช้โทรศัพท์รุ่นกระติกน้ำกันอยู่เลย ส่วนเจ้าเครื่องนี้น่าจะวางขายช่วงปี 2558 แถมชายคนนั้นยังใช้มันอย่างชำนาญอีก ผมลองใช้สายชาร์จของแฟนเสียบดูปรากฏว่าไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว และหากเอาไปให้ใครดูคงไม่เชื่อว่าผมพบมันในอดีตกว่า 20 ปีก่อน
และเมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีการบุกจับแก๊งค์ปล้นวัตถุโบราณจากพิพิธภัณฑ์ซึ่งในกล้องวงจรปิดมีวีอยู่ด้วย เด็กหนุ่มกล้าหาญที่สละตนช่วยเพื่อนที่รุมรังแกเขา ผมสาบานได้ว่าไม่มีทางจำผิดเพราะมีรูปของเขาตอนไปเข้าค่ายด้วยกัน ตอนนี้เขามาเป็นขโมยแต่อายุกลับไม่เพิ่มมากกว่าตอนนั้นเลย!
ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆเชื่อเรื่องการท่องเวลาไหมแต่เรื่องนี้ทำให้ผมมีคำถามเต็มไปหมด ไม่แน่ชายสองคนนั้นอาจเป็นขบวนการขโมยของเก่ามาขายเก็งกำไรในอนาคต ส่วนวีนั้นล่วงรู้ความลับจึงถูกบังคับให้เข้าร่วมอย่างที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทุกอย่างเป็นปริศนาดำมืดเหมือนทุกสิ่งรอบตัว
ปล. ผมแนบรูปของวีมาด้วย ถ้าใครเคยพบเด็กคนนี้รบกวนช่วยหลังไมค์มาด้วยครับ
จบ
[creepypasta] บ้านร้าง
******************
สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ผมมีปริศนาวัยเด็กมาเล่าเพราะพบสิ่งๆหนึ่งในลิ้นชักโต๊ะในบ้านเก่าสมัยผมยังเรียนมัธยมต้นอยู่กับยาย หลักๆคืออยากถามความเห็นว่ามันเป็นไปได้ยังไง
ประมาณปี 2541 ตอนนั้นผมอายุ 15 กำลังหนุ่มคะนองชนิดไม่มีใครหยุดได้แม้แต่ยายที่เปิดร้านขายของชำ เพราะเหตุนั้นทำให้พ่อกับแม่มาลากผมไปตกระกำลำบากในบ้านนอกด้วยกัน ก็ไม่บ่นหรอกเพราะผมได้อะไรจากงานของพวกท่านเยอะกว่าทำงานขายของ
ถ้าใครอายุขึ้นเลขสามคงรู้ว่าวัยรุ่นสมัยนั้นนิยมไปลองของตามบ้านร้าง ผมก็เป็นเช่นเดียวกัน เรื่องที่ผมจะเล่านั้นเกี่ยวกับบ้านร้างหลังหนึ่งที่ผมกับเพื่อนเคยแอบเข้าไปยามค่ำคืนเพราะอยากเห็นวิญญาณ
บ้านหลังนั้นอยู่ห่างจากบ้านยายของผมไปแค่สองร้อยเมตร คนแถวนั้นเรียกมันว่าบ้านกระสือเพราะวันดีคืนดีจะมีแสงเรืองลอดช่องประตูหน้าต่างออกมา ไม่เคยมีใครเห็นตัวเจ้าของบ้านมีเพียงข่าวลือว่าพวกเขาใช้บ้านหลังนี้เป็นที่เก็บของเท่านั้น บ้างก็ว่าเจ้าของเก่าโดนพิษต้มยำกุ้งจนต้องฆ่าตัวตายแล้วบ้านถูกทิ้งร้าง หลายครั้งมีรถกระบะมาจอดเทียบให้กลุ่มคนขนของเข้าไปทำให้เรื่องที่เก็บของดูน่าเชื่อถือที่สุด
พวกเด็กหัวเกรียนอย่างผมอยากเรื่องฆ่าตัวตายมากกว่า ก็ตอนนั้นพวกผมยังไม่รู้ว่าพวกบริษัทต้องมีพวกตึกเก็บของนี่ แถมแสงน่าสงสัยส่วนมากเกิดหลังจากพวกคนพวกนั้นเอาของมาเก็บอีก ผมยกเรื่องนี้มาพูดเวลาคนแถวนั้นมาคุยกับยายแต่ไม่มีใครสนใจ
คืนหนึ่งในฤดูฝนพวกผมลงความเห็นว่าจะพอล่าผีกันที่บ้านหลังนั้น ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นมีคนถูกบังคับให้มาด้วย เขาชื่อวี เด็กชายท่าทางกระตุ้งกระติ้งเหมือนผู้หญิงคนนั้นอยู่ในความทรงจำผมตั้งแต่วันนั้น หัวหน้ากลุ่มเราให้สัญญาว่าถ้ามาลองของด้วยกันจะเลิกล้อเขาจึงจำใจมาทั้งที่ไม่เคย
พวกเราไปรวมตัวหน้าบ้านหลังนั้นตอนสองทุ่มเพราะถ้าดึกกว่านี้ไม้เรียวจะลงหลัง ในฐานะคนที่อยู่ใกล้ที่สุดผมต้องหาช่องทางเข้าและเป็นคนนำเข้าไป
ข้างในบ้านสองชั้นมืดสนิท มันเหมือนบ้านในการ์ตูนที่มีเพียงโครงเท่านั้น อย่างมากก็เห็นร่องรอยพื้นชั้นสองกับบันไดที่ถูกทุบทิ้ง ลังไม้หลายสิบลังวางเรียงรายเหมือนพวกผู้ใหญ่ใช้ที่นี่เป็นที่เก็บของ พวกเราเข้าไปสำรวจห้องน้ำที่ยังมีเพดานอยู่ มันคงถูกใช้เป็นที่เก็บของจริงๆเพราะน้ำประปายังใช้ได้อยู่
ผมรู้ว่าคนสมัยใหม่ไปลองของมักพูดท้าทายสารพัดส่วนคนรุ่นเก่านั้นเอาความนิ่งเข้าสู้ แต่สู้กับความกลัวตัวเองนะ เพราะไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรโผล่มาหรือเปล่าถ้าส่งเสียงดัง นั่นทำให้พวกเราสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเหมือนเครื่องยนต์รถใหญ่พร้อมแสงไฟวูบวาบ ไฟในส่วนห้องโถงกลางบ้านสว่างขึ้นทั้งที่เราเพิ่งเดินผ่านมันมา
พวกเราห้าคนย่องไปดูโดยใช้ลังกลุ่มหนึ่งเป็นที่หลบ ผู้ชายสองคนกำลังคุยกันเรื่องสินค้าครั้งนี้ คนหนึ่งหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเหมือนแผ่นกระดานสีขาวขนาดประมาณฝ่ามือ เมื่อมันส่องแสงเรืองๆเขาก็ใช้นิ้วเขี่ยพื้นผิวเหมือนค้นหาบางอย่าง ต้องใช้เวลาสิบกว่าจากยุคนั้นผมจึงเข้าใจว่าอาการนั้นคืออะไร
เมื่อชายคนนั้นพบสิ่งที่ตามหาก็บอกรหัสตัวอักษรให้คนที่มาด้วยแล้วพากันเดินดูตามกล่องที่วางเป็นแถว เมื่อพบกล่องที่ต้องการก็เปิดมันออกแล้วหยิบของข้างในออกมาโดยใช้ถุงมือสีขาว
ผมจำมันได้จากข่าวในทีวี มันเป็นการแย่งทีวีระหว่างยายกับหลานตามปกติดังนั้นช่างเถอะ ของที่ชายคนนั้นหยิบออกมาคือรูปปั้นธรรมจักรเก่าแก่ที่ออกข่าวตอนนั้นว่ามีการค้นพบในจังหวัดใกล้ๆ เป็นวัตถุโบราณอายุกว่าพันปีที่ชาวบ้านขุดพบแล้วมันถูกขโมยไปในวันถัดมา ผมเตือนเพื่อนว่าบางทีลังพวกนี้จะต้องเป็นของที่โดนขโมยมาเหมือนในหนังแน่ๆ
พวกเราย้ายที่หลบอยู่พักหนึ่งจนคิดได้ว่าควรหนี ระหว่างนั้นชายอีกคนเดินไปห้องน้ำแล้วร้องออกมา คงเจอร่องรอยอารยะธรรมของพวกเรากระมัง ชายคนแรกหยุดขนบรรดาของโบราณแล้วตามหาผู้บุกรุกอย่างเร่งรีบ
เราหนีกลับทางเก่าเกือบไม่ทันเพราะโดนเจอตัวก่อน แม้เราจะเยอะกว่าและห้าวเป้งไปเรื่องแต่อีกฝ่ายคือผู้ใหญ่ เราไม่รู้ว่าเขามีอาวุธหรือเปล่า ระหว่างความตื่นตะลึงของพวกเราวีก็แสดงความกล้าออกมา เขาร้องลั่นแล้วพุ่งเข้าชนชายคนนั้นที่ตัวใหญ่กว่าเขาเกือบเท่าตัว จากนั้นวีก็ระดมชกต่อและฉีกดึงเสื้อผ้าเพื่อให้อีกฝ่ายเสียหลักจนไล่ตามพวกผมไม่ทัน
ก่อนผมจะได้สติและเรียกทุกคนให้ออกไปมีบางสิ่งกระเด็นมาตกแทบเท้า วัตถุปริศนาที่ชายคนนั้นเคยหยิบมาเขี่ยเล่น ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ก็หยิบมันมาแล้วชวนเพื่อนหนีโดยทิ้งวีไว้ข้างหลัง
หลังจากนั้นผมรีบตามคนมาช่วยแต่ไม่พบอะไรนอกจากบ้านที่เต็มไปด้วยกล่องลังมากมาย ไม่มีชายสองคน ไม่มีวัตถุโบราณ ไม่มีวี เหมือนทั้งหมดหายไปกับความมืดในบ้านพร้อมแสงสว่างเรืองๆเหมือนไฟตามผับบาร์
ผมลองกดปุ่มบนเจ้าแผ่นปริศนานั่นเล่น ด้านหน้าเหมือนหน้าจอทีวีขนาดเล็กด้านหลังสีขาวมีรูปลูกแอปเปิลอยู่ ด้านหน้ามันส่องแสงเหมือนเครื่องเกมบอยได้ทว่ามีสีสดใสเหมือนทีวีสี เหมือนต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าดูข้างในผมจึงทำอะไรไม่ได้ เอาไปให้ผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร พอหมดความอยากรู้ผมก็เก็บไว้ในลิ้นชักจนลืม
วีรกรรมของผมในคืนนั้นทำให้พ่อกับแม่รีบขับรถมาลากผมไปเรียนต่อต่างจังหวัดซึ่งพวกท่านทำงานอยู่ ส่วนบ้านหลังนั้นก็ยังเป็นปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้ความจริง
ปัจจุบันคือปี 2021 ผมพาครอบครัวย้ายมาอยู่กับยายที่แก่มากแล้ว เรื่องครอบครัวผมไม่อยากเผาว่าเจ้าแสบลูกชายมันถอดผมออกมาทุกกระเบียดนิ้ว ผมมาเก็บของเก่าก็มาเจอเจ้าของที่ว่านี่ล่ะ
Iphone 6s คือชื่อของเจ้าเครื่องที่ผมเก็บมาในตอนนั้น มันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แฟนของผมใช้ Iphone ตัวผมจึงพอรู้จักสมาร์ทโฟนยี่ห้อนี้บ้าง ไม่ว่าจะกล้องหลัง ช่องเสียบสายชาร์จไฟมันเหมือนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อนั้นไม่มีผิด
ถ้าจะผิดคงเป็นห้วงเวลา เวลานั้นคือปลายปี 2540 ส่วนมากยังใช้โทรศัพท์รุ่นกระติกน้ำกันอยู่เลย ส่วนเจ้าเครื่องนี้น่าจะวางขายช่วงปี 2558 แถมชายคนนั้นยังใช้มันอย่างชำนาญอีก ผมลองใช้สายชาร์จของแฟนเสียบดูปรากฏว่าไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว และหากเอาไปให้ใครดูคงไม่เชื่อว่าผมพบมันในอดีตกว่า 20 ปีก่อน
และเมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีการบุกจับแก๊งค์ปล้นวัตถุโบราณจากพิพิธภัณฑ์ซึ่งในกล้องวงจรปิดมีวีอยู่ด้วย เด็กหนุ่มกล้าหาญที่สละตนช่วยเพื่อนที่รุมรังแกเขา ผมสาบานได้ว่าไม่มีทางจำผิดเพราะมีรูปของเขาตอนไปเข้าค่ายด้วยกัน ตอนนี้เขามาเป็นขโมยแต่อายุกลับไม่เพิ่มมากกว่าตอนนั้นเลย!
ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆเชื่อเรื่องการท่องเวลาไหมแต่เรื่องนี้ทำให้ผมมีคำถามเต็มไปหมด ไม่แน่ชายสองคนนั้นอาจเป็นขบวนการขโมยของเก่ามาขายเก็งกำไรในอนาคต ส่วนวีนั้นล่วงรู้ความลับจึงถูกบังคับให้เข้าร่วมอย่างที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทุกอย่างเป็นปริศนาดำมืดเหมือนทุกสิ่งรอบตัว
ปล. ผมแนบรูปของวีมาด้วย ถ้าใครเคยพบเด็กคนนี้รบกวนช่วยหลังไมค์มาด้วยครับ
จบ