โต๊ะกือนาลี ตำนานโต๊ะครูแห่งกลันตัน

โต๊ะกือนาลี หรือภาษามลายูสำเนียงกลางเรียกว่า โต๊ะกะนาลี (หรือ โต๊ะเกอะนาลี) มีชื่อจริงว่า มุฮัมหมัด ยูซุฟ (สำเนียงปัตตานีว่า ยูโซ๊ะ) บิน อาหมัด
เกิดที่หมู่บ้านกือนาลี ตำบลกุบังกะเรียน เมืองโกตาบารู อาณาจักรกลันตัน ในปี 1868 (พ.ศ. 2411) ในช่วงที่เวลานั้นกลันตันเป็นส่วนหนึ่งของสยาม 
บิดาของท่านชื่อว่าอาหมัด เป็นชาวนา ส่วนมารดาของท่านชื่อว่า ฟาติมะห์ บินตี ซัลเลห์ บิดาของท่านเสียชีวิตไปขณะที่ท่านอายุเพียง 5 ปีเท่านั้น
โต๊ะกือนาลีเติบโตด้วยการเลี้ยงดูจากตาและยายเลี้ยงของท่าน โดยโต๊ะกือนาลี เริ่มต้นศึกษาอัลกุรอานจากตาของท่าน คือ ท่านซัลเลห์ หรือโต๊ะและ
โต๊ะกือนาลีถือว่าเป็นอัจฉริยะบุคคลคนหนึ่ง เพราะในวัยเด็ก ท่านสามารถอ่านกุรอานจนจบได้และยังสามารถจำและเขียนคำสอนในกุรอานได้อย่างดี

โต๊ะกือนาลี หรือชื่อในวัยเด็กว่าอาแว ทำหน้าที่ช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิตในสวนเมื่ออายุเพียง 7-8 ปี เมื่ออายุได้ 9 ปี ก็ได้เข้าเรียนในมัสยิดอัลมุฮัมมะดี
เพื่อนร่วมสำนักชื่อดังมีทั้ง ฮัจญี แวอิสมาแอล บิดาของดาโต๊ะ ประดานะ มันตรี นิมะห์มุด มุขมนตรีของกลันตันในยุคสุลต่านอิสมาอิล บินมุฮัมหมัดที่ 4
ท่านอิดริสซึ่งภายหลังเป็นมุฟตีของกลันตัน รวมไปถึงโต๊ะครูและอุลามะที่โด่งดังทั้งในกลันตันและปัตตานีอีกหลายท่าน ล้วนแต่เป็นเพื่อนของท่าน
เมื่ออายุได้ 18 ปี โต๊ะกือนาลีได้เดินทางไปยังมักกะฮ์ด้วยความลำบากเนื่องจากเรือของท่านได้รับความเสียหายขณะเดินทางไปยังมักกะฮ์อยู่ตลอด
ท่านก็ไปถึงมักกะฮ์ ได้ทำพิธีฮัจญ์อันเป็นวิถีสูงสุดของมุสลิมทุกคน แต่ชีวิตในมักกะฮ์ของท่านยังค่อนข้างลำบากในระดับหนึ่งเนื่องจากค่าใช้จ่ายน้อย

โต๊ะกือนาลีใช้เวลาศึกษาทางศาสนาด้วยการฟังคำสอนศาสนาและการอ่านหนังสือในร้าน รวมถึงในห้องสมุดมัสยิดฮะรอมและหนังสืออาจารย์ของท่าน
หลังจากนั้น ท่านจึงได้เดินทางไปยังประเทศอียิปต์และศึกษาเรื่องราวของศาสนาที่มหาวิทยาลัย Al-Azhar อันโด่งดัง และสถานที่อื่นๆ ในเมืองไคโร
หลังจากศึกษาและใช้ชีวิตในดินแดนอาหรับ 22 ปี โต๊ะกือนาลีก็ได้กลับมายังบ้านเกิด และต่อมาได้เป็นโต๊ะครูในมัสยิดอัลมุฮัมมะดีที่ท่านเคยเรียน
มัสยิดอัลมุฮัมมะดี กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในกลันตันจนได้ชื่อว่าเป็นระเบียงแห่งมักกะฮ์ มีนักเรียนเข้าศึกษาเยอะมาก
หลังจากนั้น ท่านกลับไปเป็นโต๊ะครูอยู่ที่ปอเนาะของท่านในหมู่บ้านบ้านเกิด และปอเนาะของท่านก็โด่งดังไปตั้งแต่ปัตตานี อินโดนีเซีย จนถึงกัมพูชา

โต๊ะกือนาลีได้จัดทำตำราหลายเล่มเพื่อการศึกษาทางศาสนา รวมถึงการจัดการการศึกษาให้กับผู้ใหญ่ที่สนใจศึกษาศาสนา รวมถึงหนังสือสอนภาษา
ลูกศิษย์บางคนของท่านที่เรียนจบแล้วยังได้เป็นโต๊ะครูในปอเนาะของท่านอีกด้วย และว่ากันว่าเวลาท่านทำการสอนศาสนาท่านไม่มีหนังสือติดตัวเลย
หลังจากอุทิศเพื่อศาสนามานาหลายปี โต๊ะกือนาลีได้กลับไปอยู่ในความเมตตาของอัลลอฮ์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 1933 ด้วยอาการเจ็บปวดทางขา
สิริอายุรวม 65 ปี มีผู้ร่วมงานญานาซะห์มากกว่า 2,500 คน กุโบร์ของท่านตั้งอยู่ในถนนปาซีร์ปูเตห์ เมืองโกตาบารู ไม่ไกลจากพระราชวังของสุลต่าน
โดยสุลต่านอิบราฮีมแห่งกลันตัน มักจะทรงเสด็จไปเยี่ยมเยียนกุโบร์ของท่านอยู่เสมอ และกุโบร์ของท่านก็เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของชาวกลันตัน

โต๊ะกือนาลีเป็นหนึ่งในบุคคลทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐกลันตัน และได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาศาสนาอิสลามในประเทศมาเลเซีย
ท่านยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวกลันตัน รวมไปถึงคนในชายแดนใต้ในฝั่งไทยเป็นอย่างมาก รวมไปถึงเป็นหนึ่งในอิทธิพลของอุลามะรุ่นหลังต่อๆ มา
ปัจจุบัน หากจะเอ่ยชื่ออุลามะหรือผู้รู้ กูรูทางศาสนาอิสลามที่ชาวกลันตันเคารพนับถือ ชื่อท่านจะต้องถูกนึกเป็นชื่อแรกอยู่เสมอเพราะคุณูปการที่ยิ่งใหญ่
ภาพวาดและรูปถ่ายของท่าน มักจะปรากฎมาในรูปแบบชายโพกหัว แต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูสะอาด สอดคล้องกับอุปนิสัยท่านที่เป็นคนกันเองและมีเมตตา
ชื่อเสียงเรียงนามโด่งดังขนาดไหน ไม่ต้องข้ามไปถึงกลันตัน แค่ในชายแดนใต้ แค่เอ่ยถามชื่อของโต๊ะกือนาลี ก็เชื่อว่าคนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยก็รู้จัก!
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่