Sushi Juban 寿司十番 ร้านซูชิต้นตำรับโดยเชฟชาวญี่ปุ่น
กับคอร์สโอมากาเสะที่วัตถุดิบเกินราคา
ทุกวันนี้ เราอยู่ในยุคที่ ซูชิโอมากาเสะ ได้รับความนิยมมากกกก ยิ่งโดยเฉพาะในกรุงเทพนี่มีร้านโอมากาเสะเพิ่มขึ้นเยอะมากเมื่อเทียบกับไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดูง่าย ๆ เลยค่ะ รีวิวโอมากาเสะใน Youtube นี่เดี๋ยวนี้เห็นชื่อร้านใหม่ ๆ ตลอด 5555 ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านราคา วัตถุดิบที่ใช้ รวมถึงฝีมือเชฟเองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกว่าจะไปกินร้านไหนดี และปฏิเสธไม่ได้ว่า ลูกค้าโอมากาเสะมักคาดหวังว่าจะได้กินวัตถุดิบพรีเมียมจากญี่ปุ่น และรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ดังนั้นร้านไหนที่มีเชฟเป็นชาวญี่ปุ่น จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่แน่นอนว่ามักจะมีราคาค่อนข้างสูง บางที 5-6 พันอัพนู่นแหละ ก็เกินเอื้อมไปเนาะ 555555
ดังนั้นรีวิวนี้ "กิน จน จน" เลยจะพามารู้จักกับร้านซูชิต้นตำรับโดยเชฟชาวญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านมีทั้งเมนู A La Carte และ คอร์สโอมากาเสะ ที่ราคาไม่ได้แพงเลย แต่วัตถุดิบเกินราคาไปมากกก และมีเมนูที่เรามักจะเห็นแต่ในคอร์สหลายพันบาทด้วยนะ ร้านนี้ชื่อว่า "Sushi Juban" ค่าาา
"Sushi Juban" (อ่านว่า ซูชิ จู-บัน) เป็นร้านซูชิที่มีจุดเด่นเรื่องการนำเสนอเมนูแบบสมัยใหม่ ให้พูดง่าย ๆ ก็คือ จะมีการประยุกต์การนำเสนอหลาย ๆ เมนูแบบฟิวชั่น แต่ยังคงรสชาติแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ โดยร้านซูชิจูบันมี 3 สาขาค่ะ มีสาขาอโศก สาขาทองหล่อ และสาขาพญาไทซึ่งเป็นสาขาล่าสุด แต่ละสาขาสามารถ search จาก Google Map ละตามไปได้เลย โดยในครั้งนี้ เราได้มาลองที่สาขาพญาไทค่ะ
สาขาพญาไทจะอยู่ไม่ไกลจาก BTS สะพานควาย ตอนที่เดินทางจาก BTS ไปยังร้านตาม location ที่ค้นจาก Map นี่ เอาจริง ๆ ตกใจเหมือนกันนะ มันคือเราเข้าไปในหมู่บ้านอะ ถามกันกับแฟนว่า ใช่เหรอ เอ๊ะมาผิดป่าว เหมือนกำลังไปเที่ยวบ้านญาติเลย 55555 ละยิ่งเรามาตอนทุ่มกว่า ยิ่งดูแปลก ๆ แต่พอเข้ามาถึง จะเจอกับร้าน Sushi Juban ที่เปิดไฟสว่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ มีที่จอดรถด้วยนะ ภายนอกร้านมีการตกแต่งแบบสวนหินของญี่ปุ่น อลังการมากก
เข้ามาในร้านยิ่งอลังการกว่านั้นอีก โต๊ะจะเป็นแบบเคาท์เตอร์หน้าเชฟเลย กะด้วยสายตาน่าจะรับได้สูงสุด 20 กว่าที่นั่งเลยค่ะ ตกแต่งผนังร้านด้วยขวดสาเกหลาย ๆ แบบ
ร้านตกแต่งหรูมากเลยค่ะ เน้นสีโทนไม้และสีครีม
ที่เห็นเป็นถาดสีดำบนเคาท์เตอร์ คือเชฟจะวางแต่ละคำที่เสิร์ฟให้บนถาดนี้นะคะ
ที่เคาท์เตอร์จะเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ลูกค้าค่ะ มีผ้าเย็น ตะเกียบ ถ้วยโชยุ ละก็ที่รองแก้ว
ก่อนจะสั่งอาหาร เชฟก็จะเตรียมวาซาบิและขิงดองไว้ให้ก่อนเลยค่ะ
จากนั้นจะมีพี่พนักงานมาถามเครื่องดื่มที่อยากได้ เราเลือกเป็น ชาเขียวร้อน และชาเขียวเย็นค่ะ ถ้าเป็นชาเขียวร้อน จะ Refill ได้เรื่อย ๆ นอกนั้นไม่ Refill นะจ๊ะ
ชาร้อนดีมาก ๆ เป็นชาจืดที่หอมชามาก รสชาตินัว ๆ
ชาเขียวเย็นก็เป็นชาเขียวจืด มีความขมกว่าแบบร้อนนิดหน่อย แต่สดชื่นมาก
จากนั้นทางร้านจะมีเมนูมาให้เลือกค่ะ คอร์สโอมากาเสะของที่ร้าน เริ่มต้นที่ 980 บาท ++ (net 1,153 บาท) เท่านั้นเอง โดยจะแยกเป็นเซ็ตมื้อเที่ยง และเซ็ตมื้อเย็นค่ะ ราคาและเมนูก็จะต่างกันไป แต่ละช่วงก็อาจจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันด้วย อย่างรอบที่เราไปจะมีโปรโมชั่นของเดือนเมษายน 2564 ลดราคาคอร์ส 14 คำ และคอร์ส premium ค่ะ
เซ็ตมื้อเที่ยง Service Charge จะคิด 12% นะคะ
ครั้งนี้เรามาลองคอร์ส Omakase Premium เลยค่าา โปรช่วงนี้อยู่ที่ราคา 2,800 บาท ++ ถ้าเป็นสุทธิจะอยู่ที่ 3,296 บาท คอร์สนี้รวมทุกอย่างแล้วจะได้ 19-20 คำเลยค่ะ แล้วมีหลายเมนูที่เราจะเห็นแค่ในคอร์สที่แพงกว่านี้ เดี๋ยวมาดูเมนูกันเนาะ
ละก็อย่างที่บอกไปว่า ร้านนี้มี A La Carte ด้วยนะคะ ใครที่ไม่ได้อยากกินเป็นคอร์สใหญ่ก็สั่งแยกได้ หรือใครมากินโอมากาเสะแล้วอยากกินอะไรเพิ่มอีก ก็สั่งเพิ่มเลยค่ะ แต่สำหรับครั้งนี้เรามากินโอมากาเสะ เลยจะไม่ได้พูดถึงมาก เดี๋ยวเราจะแปะเมนู A La Carte ไว้ท้ายรีวิวนะคะ
เชฟที่เป็นคนทำให้เรา เป็นเฮดเชฟของซูชิจูบันสาขานี้ค่ะ ชื่อคาสึกิซัง มีประสบการณ์การทำซูชิมานานกว่า 30 ปี พูดไทยได้ในระดับที่คุยกับลูกค้าคนไทยได้เลยค่ะ ใจดีกับลูกค้ามาก อธิบายหมดเลยว่าแต่ละเมนูคืออะไร ทำจากอะไร ที่มาเป็นยังไง
ได้เวลาเริ่มคอร์สแล้วค่า เมนูแรกที่มาเสิร์ฟชื่อว่า Mineoka Tofu (อ่านว่า มิเนะโอกะ โทฟุ) เป็นเต้าหู้นมสดญี่ปุ่นค่ะ อร่อยมากก ให้ลืมเต้าหู้นมสดของบ้านเราไปก่อน ไม่เหมือนกันเลย Texture ของตัวนี้จะหยุ่น ๆ เด้ง ๆ คล้าย ๆ มาชเมลโล่เลยค่ะ รสชาติจะเป็นเต้าหู้ที่หวานนมสด เพราะงั้นจริง ๆ เมนูนี้สามารถเป็นได้ทั้งของคาวและของหวาน อยู่ที่ว่าเชฟจะทำแบบไหน ซึ่งร้านนี้เสิร์ฟเป็นออเดิร์ฟของคาว โดยซอสด้านล่างจะเค็มและเปรี้ยว น่าจะเป็นปอนซึค่ะ เปิดต่อมรับรสได้ดีมาก
𝟭) 𝙈𝙞𝙣𝙚𝙤𝙠𝙖 𝙏𝙤𝙛𝙪
𝟮) 𝙃𝙖𝙢𝙖𝙘𝙝𝙞 & 𝙈𝙖𝙜𝙪𝙧𝙤 𝙕𝙪𝙠𝙚 𝙎𝙖𝙨𝙝𝙞𝙢𝙞
เมนูต่อไปเป็น Hamachi & Maguro Zuke Sashimi เป็นซาชิมิปลาฮามาจิ และทูน่าส่วนอากามิ (เนื้อแดง) ที่เอาไปหมักในซีอิ๊ว หลาย ๆ คนที่เป็นแฟนอาหารญี่ปุ่นจะรู้จักในชื่อ อากามิสิเกะ
𝟯) 𝙆𝙖𝙩𝙨𝙪𝙤 𝙏𝙖𝙩𝙖𝙠𝙞
เมนูต่อไปชื่อ Katsuo Tataki เป็นปลาคัตสึโอะ หรือที่บางคนเรียกปลาโอ เอาไปปรุงรสด้วยปอนซึและต้นหอมค่ะ เมนูนี้หลาย ๆ คนจะคุ้นเคยกับร้านที่เป็น A La Carte ซึ่งคัตสึโอะนี่ต้องกินเป็น Tataki จริง ๆ นะ รสเปรี้ยวของปอนซึช่วยชูรสชาติปลาคัตสึโอะได้ดีเลย
𝟰) 𝙊𝙩𝙤𝙧𝙤
มาถึงซูชิคำแรกแล้วค่า คำนี้คือ Otoro หรือก็คือทูน่าส่วนที่มีไขมันมาก ที่แฟนอาหารญี่ปุ่นรู้จักกันเป็นอย่างดีค่ะ ตอนเชฟเสิร์ฟคำนี้เราตกใจเลย เพราะปกติแล้วโอมากาเสะมักจะเสิร์ฟไล่จากปลาเนื้อขาว หรือเมนูที่รสชาติอ่อน ไล่รสชาติขึ้นไปเรื่อย ๆ ละโอโทโร่มักจะอยู่กลางคอร์สเพราะว่าเข้มข้น แต่นี่มาคำแรกเลยค่ะ อร่อยมากกกก ละลายในปากอย่างที่คิดไว้เลย แล้วด้านบนเชฟมีการท็อปด้วยพริกเผาที่เชฟทำเอง จะเป็นพริกเผาที่เค็มนำหวานน้อย กินกับปลาที่หวานละลายและเปรี้ยวนิดหน่อย ทำให้คำนี้รสชาติเข้มข้นมากเลยค่ะ เปิดคำแรกก็ขนาดนี้เลยหรอคะ 55555
𝟱) 𝙆𝙖𝙜𝙤𝙨𝙝𝙞𝙢𝙖 𝙒𝙖𝙜𝙮𝙪 𝙎𝙖𝙡𝙖𝙙
เมนูต่อไปเป็น Kagoshima Wagyu Salad เป็นเนื้อจากเมืองคาโกชิม่า ข้างล่างเป็นสลัดผักค่ะ เสิร์ฟมาในกล่องดูแกรนด์มาก เนื้อที่ใช้จะไม่ได้เป็นเนื้อที่มันแทรกเยอะ ๆ นะคะ เป็นเนื้อที่ลีน แล้วก็ปรุงมาเกือบจะเป็น Well-done ละ ตัวเนื้อไม่ได้มีรสชาติเข้มข้นอะไรมาก แต่รสชาติหลักของเมนูนี้อยู่ที่สลัดค่ะ วิธีกินคือ ต้องกินสลัดผักด้วยกันกับเนื้อ กินพร้อมกันแล้วอร่อยมากกกก เข้ากันพอดีเป๊ะ
𝟲) 𝙄𝙠𝙪𝙧𝙖
เมนูต่อไปคือ Ikura (อิคุระ) หรือไข่ปลาแซลม่อนที่ทุกคนรู้จักค่ะ ของร้านนี้รสชาติจะไม่ได้เค็มมาก
เม็ดใหญ่ แตกในปากโป๊ะ ๆๆ เลย ซึ่งข้าวซูชิที่ทางร้านใช้จะปรุงด้วยน้ำส้มสายชูแดง ซึ่งทำให้ข้าวเป็นสีน้ำตาล รสชาติจะเข้มกว่าข้าวซูชิสีขาวตามร้าน A La Carte ทั่วไป ทำให้รสชาติของซูชิแต่ละคำเข้มข้นขึ้นค่ะ
[SR] Sushi Juban 寿司十番 ร้านซูชิต้นตำรับโดยเชฟชาวญี่ปุ่น กับคอร์สโอมากาเสะที่วัตถุดิบเกินราคา
ดังนั้นรีวิวนี้ "กิน จน จน" เลยจะพามารู้จักกับร้านซูชิต้นตำรับโดยเชฟชาวญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านมีทั้งเมนู A La Carte และ คอร์สโอมากาเสะ ที่ราคาไม่ได้แพงเลย แต่วัตถุดิบเกินราคาไปมากกก และมีเมนูที่เรามักจะเห็นแต่ในคอร์สหลายพันบาทด้วยนะ ร้านนี้ชื่อว่า "Sushi Juban" ค่าาา
ละก็อย่างที่บอกไปว่า ร้านนี้มี A La Carte ด้วยนะคะ ใครที่ไม่ได้อยากกินเป็นคอร์สใหญ่ก็สั่งแยกได้ หรือใครมากินโอมากาเสะแล้วอยากกินอะไรเพิ่มอีก ก็สั่งเพิ่มเลยค่ะ แต่สำหรับครั้งนี้เรามากินโอมากาเสะ เลยจะไม่ได้พูดถึงมาก เดี๋ยวเราจะแปะเมนู A La Carte ไว้ท้ายรีวิวนะคะ
เม็ดใหญ่ แตกในปากโป๊ะ ๆๆ เลย ซึ่งข้าวซูชิที่ทางร้านใช้จะปรุงด้วยน้ำส้มสายชูแดง ซึ่งทำให้ข้าวเป็นสีน้ำตาล รสชาติจะเข้มกว่าข้าวซูชิสีขาวตามร้าน A La Carte ทั่วไป ทำให้รสชาติของซูชิแต่ละคำเข้มข้นขึ้นค่ะ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น