5 โรคที่มาพร้อมกับความร้อนในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง

5 โรคที่มาพร้อมกับความร้อนในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง
 
     ‘เช็งเม้ง’ หรือ ‘ชิงหมิง’ (ตามสำเนียงแต้จิ๋ว) หรือ ‘เฉ่งเบ๋ง’ (ตามสำเนียงฮกเกี้ยน) คือ ประเพณีไหว้บรรพบุรุษที่สำคัญที่สุดอีกประเพณีหนึ่งของคนจีน ซึ่งลูกหลานจะต้องเดินทางไปไหว้ที่สุสานหรือฮวงซุ้ย โดยคำว่า ‘เช็ง’ หรือ ‘เฉ่ง’ หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และ ‘เม้ง’ หรือ ‘เบ๋ง’ หมายถึง สว่าง รวมแล้วจึงมีความหมายว่า ‘ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์’ ถ้าเทียบกับฤดูกาลก็คือ ฤดูใบไม้ผลินั่นเอง สำหรับประเทศจีน เทศกาลเช็งเม้งจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนไปจนถึงช่วงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มอบอุ่น ท้องฟ้าสว่างสดใส 🌞 แต่เนื่องจากอากาศในช่วงมีนา-เมษาของบ้านเราไม่ได้อบอุ่นเหมือนในประเทศจีน ทำให้มีโรคต่างๆที่มาพร้อมกับความร้อนมากมาย วันนี้พี่หมอ 👨‍⚕️ เลยถือโอกาสนำมาเล่าให้ฟัง เพื่อที่คุณผู้อ่านจะได้เตรียมตัวเอาไว้ก่อนที่จะเดินทางไปไหว้เช็งเม้งกันครับ 
โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ☀️
     อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเช็งเม้ง อาจทำให้เราเป็นลมแดดได้ ยิ่งถ้าอยู่กลางแดดจนร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ♨️ ก็อาจจะทำให้ชีพจรเต้นเร็ว ปวดหัวตุบๆ คลื่นไส้ อาเจียน ผิวเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะฮีทสโตรกได้ก็คือ ผู้สูงอายุและผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากระบบประสาทส่วนกลางเริ่มเสื่อมถอย จึงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้น้อย เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำได้มากกว่า ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นได้ง่าย ซึ่งนอกจากผู้สูงอายุและผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้ว เด็กเล็กก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกันเพราะระบบประสาทส่วนกลางยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ 
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
     · ให้ดูว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวหรือเปล่า หรือคลำชีพจรดูว่ายังหายใจหรือไม่ ถ้าหายใจแผ่วๆหรือไม่หายใจ ก็อาจต้องทำ CPR และโทรเรียกรถพยาบาลเพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 🏥
     · ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดีอยู่ ก็ให้นำเข้ามาในที่ร่มและให้ดื่มน้ำให้เยอะๆ และใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบและเช็ดตามตัว เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเปิดพัดลมเพื่อช่วยระบายความร้อน
 
โรคอุจจาระร่วง (Diarrhea) 
     ‘อุจจาระร่วง’ หมายถึง การที่เราถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน หรืออาจถ่ายเป็นน้ำ หรือเป็นมูกเลือดเพียงแค่ครั้งเดียว โดยมีสาเหตุจากอาหารเป็นพิษ ซึ่งก็คืออาหารที่ปรุงไว้ล่วงหน้านานๆ และมีการห่อไว้อย่างหนาแน่น ทำให้เชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ปนเปื้อนมากับอาหารเจริญเติบโตได้ดี และสร้างสารพิษออกมา ซึ่งสารพิษดังกล่าวจะมีฤทธิ์ทำให้ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ปวดท้องแบบบิดๆ เป็นพักๆ หรือบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยอาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นหลังจากที่เรากินอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไปประมาณ 2-12 ชั่วโมง ซึ่งสารพิษเหล่านี้บางชนิดก็สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน แต่บางชนิดก็ไม่ ดังนั้น แม้ว่าเราจะนำอาหารดังกล่าวมาอุ่นใหม่ก่อนรับประทานก็ยังอาจทำให้อุจจาระร่วงได้ สำหรับในหน้าร้อนนี้ พี่หมอแนะนำว่า ควรรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกใหม่เท่านั้น จึงจะสามารถป้องกันโรคนี้ได้นะครับ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
     · ถ้าพบว่ามีอาการท้องร่วง ถ่ายอุจจาระบ่อย ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน ให้ดื่มน้ำตาลเกลือแร่สูตรสำหรับผู้ที่มีอาการท้องร่วง (ORS) เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป 💧💧💧
     · ไม่ควรใช้ยาหยุดถ่าย เพราะยาจะไปขัดขวางการขจัดสารพิษออกจากระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 วัน ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับยาฆ่าเชื้อ 

โรคผิวหนังต่างๆ 
     · ผด (ส่วนมากจะพบในเด็ก) เกิดจากการอุดตันของท่อในต่อมเหงื่อ มีลักษณะเป็นเม็ดแดงๆ เล็กๆ คล้ายสิว พบได้ตามบริเวณที่อับชื้น เช่น ข้อพับ คอ หน้าอก ซึ่งไม่จำเป็นต้องรักษาเพราะผดผื่นแบบนี้สามารถหายเองได้ ดังนั้น การสวมเสื้อผ้าที่บางสบาย หรือโรยแป้งฝุ่น เพื่อไม่ให้ผิวหนังอับชื้นจากเหงื่อ ก็ช่วยป้องกันได้แล้วครับ
     · เกลื้อน เกิดจากเชื้อราที่ปกติจะอาศัยอยู่บนผิวหนัง แต่จะเจริญเติบโตและทำให้เกิดโรคขึ้นเมื่อพบกับความชื้น ลักษณะของเกลื้อนจะเป็นผื่นปื้นเล็กๆ เป็นดวงสีขาว แดงหรือดำ มีขุยละเอียด พบได้ตามบริเวณใบหน้า หน้าอก และหลัง เป็นต้น โดยทั่วไปสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่ปล่อยให้ผิวหนังเปียกชื้น ถ้ามีเหงื่อออกมากก็ควรเช็ดให้แห้งหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที 👚
    · กลาก เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังกำพร้า แต่เป็นคนละชนิดกับเกลื้อน สามารถติดต่อจากเชื้อราในดิน เชื้อจากสัตว์หรือคน โดยการสัมผัสและมีภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม คือ ผิวหนังเปียกชื้น และมักขึ้นที่บริเวณผิวหนัง ผม หรือเล็บ ลักษณะของกลากจะเป็นวงกลมหรือวงรี มีขอบชัดเจน มีรอยนูนและขุยขาว จึงทำให้ผู้ที่เป็นมีอาการคัน โรคนี้ไม่สามารถหายเองได้ ดังนั้น ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ผิวหนัง  เพราะการรักษาจะต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราซึ่งมีทั้งชนิดกินและทา
    · ผิวไหม้จากการโดนแสงยูวี จนเกิดผิวอักเสบ ฝ้าและกระ  
     ในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ เราจึงควรปกป้องผิวหนังซึ่งเป็นหน้าด่านในการรับทั้งความร้อนและแสงแดด รวมถึงแสงยูวี โดยการไม่ออกไปอยู่กลางแจ้ง โดยเฉพาะช่วง 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น เพราะเป็นช่วงที่แสงยูวีมีความเข้มมาก แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ พี่หมอแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ใส่หมวก กางร่ม ☂️ และทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA 3+ เป็นอย่างน้อยนะครับ 
 
ตาแพ้แสง
    👁️ ดวงตาของเราสามารถทนต่อแสงได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ถ้ามีอาการปวดดวงตา หรือรู้สึกแสบตา จนบางครั้งน้ำตาไหลเมื่ออยู่กลางแดดร้อนๆ นั่นแปลว่า คุณอาจจะกำลังมีอาการตาแพ้แสง หรือ Photophobia ได้ โดยโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้แว่นกรองแสงหรือแว่นกันแดดเมื่อต้องออกไปที่ที่มีแสงจ้า และอาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับดวงตา แต่ถ้ามีอาการตาแดง มีขี้ตา หรือน้ำตาไหลมากขึ้นก็ควรรีบไปแพทย์เลยนะครับ เพราะนั่นหมายความว่าอาจจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้นได้
 
โรคพิษสุนัขบ้า 🐕
     ในหน้าร้อนแบบนี้ เวลาที่คุณผู้อ่านไปไหนมาไหนก็ควรระวังตัวโดยการสังเกตสุนัข 🐶 หรือแมว 🐱 ที่อยู่ในบริเวณรอบๆว่ามีอาการซึมเศร้าหรือดุร้ายผิดปกติหรือเปล่า สำหรับผู้ที่ถูกสุนัขกัดหรือแมวข่วน ควรรีบล้างแผลให้สะอาด แล้วไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจึงมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้เลยทีเดียว หากไม่ได้รับวัคซีนและการรักษาที่ทันท่วงที 
              
     การรักษาสุขภาพเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่แล้วไม่ว่าจะในฤดูไหน ยิ่งในช่วงที่กำลังเกิดโรคระบาดแบบนี้ พี่หมออยากเสนอให้ลองปรับรูปแบบมาไหว้เช็งเม้งที่บ้าน จะได้ลดการเดินทาง แล้วก็ลดการรวมกลุ่มด้วย บ้านพี่หมอเองก็ว่าจะทำแบบนี้เหมือนกัน หรือใครมีไอเดียอะไรก็ลองเสนอเข้ามาได้นะครับ จะได้เป็นแนวทางให้กับคุณผู้อ่านท่านอื่นๆได้ไปปรับใช้กัน
 
     ดูแลตัวเองและคนที่รักด้วยนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจากพี่หมอ ❤ ❤ ❤
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่