+ มหาราชสตรีหนึ่งเดียวของรัสเซีย ผู้หาญกล้าคานอำนาจพระสันตะปาปาแห่งโรมและเชิดใส่ประเทศแถบยุโรปทั้งหมดแบบไม่แคร์เวริ์ด +

+ มหาราชสตรีหนึ่งเดียวของรัสเซีย ผู้หาญกล้าคานอำนาจพระสันตะปาปาแห่งโรมและเชิดใส่ประเทศแถบยุโรปทั้งหมดแบบไม่แคร์เวริ์ด +

     ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของโลก มีเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรคาทอลิก และรัสเซีย นั่นคือ เหตุการณ์เมื่อพระสันตะปาปา ถูกกษัตริย์ทั่วยุโรปบีบให้ยุบคณะนักบวชที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลกเวลานั้น แต่ จักรพรรดินี แคทเธอรีนมหาราชแห่งรัสเซีย ผู้สวย เริด เชิด หยิ่ง และทำให้รัสเซียทรงอำนาจที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน ประกาศว่า แม้พระสันตะปาปาก็อย่ามาแตะคณะนักบวชคาทอลิกในจักรวรรดิ์ชั้น และส่งสัญญาณไปทั่วยุโรปว่า ประเทศอื่นรวมหัวกดดันพระสันตะปาปาได้ แต่อย่าบังอาจสั่งรัสเซีย

     คณะเยสุอิต(Jesuits) มีชื่อเต็มว่า คณะแห่งพระเยซูเจ้า (Society of Jesus) เป็นคณะนักบวชคาทอลิกที่นักบุญอิกเนเชียสแห่งโลโยลา (St.Ignatius of Loyola) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1540 นักบวชในคณะนี้มีสมญาว่า “ทหารของพระคริสต์” (Soldiers of Christ) (สัญลักษณ์ของคณะคือวงกลมทางขวากลางของภาพ)

     ในช่วงหลังการปฏิรูป แยกนิกายโปรแตสแตนท์ นักบวชคณะนี้มีส่วนสำคัญมาก ทั้งในการแพร่ธรรม และปฏิรูปฟื้นฟูภายในพระศาสนจักร นักเทววิทยาและนักศาสนศาสตร์ในยุคนั้น เห็นพ้องกันว่า คณะนักบวชนี้มีส่วนสำคัญที่กอบกู้พลิกฟื้นวิกฤตศรัทธาคาทอลิกในเวลานั้นเป็นอย่างมาก

     จนในช่วงศตวรรษที่18 คณะนักบวชนี้เติบโตมาก ไปขยายตัวไปทั่วยุโรป และเปิดโรงเรียนสอนหนังสือเด็กๆ และ ทำงานอภิบาลในหลายประเทศ จนบังเกิดความหวาดระแวงของบรรดากษัตริย์ยุโรปหลายประเทศ ที่เห็นว่า คณะนักบวชนี้เป็นดังสปายของวาติกันที่เข้ามาจับจ้องการศาสนาในประเทศของตน และยังทำให้พระศาสนจักรยังมีอำนาจเหนือการเมืองในประเทศ เริ่มจากโปรตุเกส ตามด้วย ฝรั่งเศส ไปถึงสเปน เหล่ากษัตริย์และรัฐบาล เบียดเบียนคณะเยซูอิต ทั้งจับกุมคุมขัง และเนรเทศออกจากประเทศตน ปิดโรงเรียนแล้วให้รัฐเข้าจัดการ ถึงที่สุดได้รวมตัวกันกดดันพระสันตะปาปา เคลเมนต์ที่14(รูปขวาบน) ให้ยุบคณะนักบวชนี้เสีย โดยขู่ว่าจะแยกตัวออกจากพระศาสนจักรแบบ แองกลีกัน

      8 มิถุนายน 1773 พระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่14 ยินยอมเซนต์สมณสารยุบคณะนักบวชเยซูอิต ส่งผลให้ นักบวชจำนวน 23,000 คนทั่วโลก สิ้นสถานภาพทันที และเท่ากับคณะนี้ถึงการอวสาน....หากแต่

     ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ประเทศใหญ่แต่เหมือนยักษ์ชราที่หลับไหลอย่างรัสเซีย ได้บังเกิดจักรพรรดินี ผู้นำรัสเซียสู่ยุคทอง และก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในยุโรปอย่างรวดเร็วและน่าตื่นตะลึง กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ตื่นขึ้นและทรงพลังอำนาจจากน้ำมือสตรีผู้ เก่งกาจ ชาญฉลาด และไม่เกรงกลัวใคร

+ มหาราชสตรีหนึ่งเดียวของรัสเซีย +

     หากอียิปต์มีครีโอพัตรา จีนมีบูเช็กเทียน รัสเซียก็มี “สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่สองแห่งรัสเซีย” มหาราช(มหาราชินี)(the Great)สตรีคนเดียวของรัสเซีย เจ้าหญิงโปแลนด์ผู้รักรัสเซียยิ่งกว่าชาวรัสเซีย เมื่อทรงหมั้นกับเจ้าชายปีเตอร์แห่งรัสเซีย ก็ทรงเปลี่ยนนิกายเข้าเป็นออร์โธดอกซ์ แม้พระบิดาผู้เข้าเป็นลูเธอรันคัดค้าน แต่สำหรับเด็กสาวผู้นี้ การขัดใจพ่อคือเรื่องเล็กกว่าเป้าหมายยิ่งใหญ่ของเธอ

     หลังการปฏิวัติพระสวามี ทรงขึ้นเป็นจักรพรรดินี ทรงปฏิรูปทุกอย่าง ทั้งศิลปะวิทยาการ การศึกษา และแม้การศาสนา ที่ทรงทำนุบำรุง ออร์โธดอกซ์ในสิทธิ์พิเศษต่างๆ แต่ไม่ให้ร่ำรวยจนมีอำนาจทางการเมืองได้ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ทรงตั้งโรงเรียนมากมายทั้งสำหรับเด็กชายเด็กหญิง และทรงตั้งระบบการศึกษาที่เด็กต้องเข้าโรงเรียนตั้งแต่5ขวบ

     และเมื่อรัสเซียยึดบางส่วนของโปแลนด์และลิธัวเนีย ก็ทำให้พระนางพบว่ามีนักบวชคาทอลิกคณะเยสุอิตมาเปิดโรงเรียนในดินแดนนี้ มีนักบวชมากถึง200คนที่ทำงานเพื่อการศึกษาเด็กๆ อันเป็นที่ถูกพระทัยพระนางผู้หัวก้าวหน้ามองการณ์ไกลใฝ่การศึกษาผู้นี้อย่างมาก

+ อย่ามาสั่งแม่ แม่ไม่ชอบ +

     ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าพระสันตะปาปาถูกกดดันให้ออกสมณสารยุบคณะนักบวชเยสุอิต สำหรับพระนางแล้วไม่ได้ทรงชื่นชอบนิกายคาทอลิกเป็นพิเศษไปกว่านิกายออร์โธดอกซ์ของตน แต่ทรงชื่นชอบในกิจการการศึกษาที่คณะนักบวชนี้ทำ พระนางจึงประกาศทันทีว่า "ห้ามใครประกาศสมณสารยุบคณะเยสุอิตในแผ่นดินรัสเซียของฉัน" งานนี้ทำเอาเจ้าทั่วยุโรปงุนงง และหงายเงิบ เมื่อพระนางย้ำว่า พระนางและรัสเซียเป็นออร์โธดอกซ์ "อำนาจจากโรมไม่มีผลที่นี่" พระนางประกาศชัดเจนว่า เยสุอิตในรัสเซียและเขตปกครองของรัสเซียไม่สิ้นสถานะนักบวชใดๆ พวกท่านจงทำโรงเรียนและสอนเด็กๆต่อไปตามปกติ

     เมื่อยังคงมีการส่งสารจากวาติกันว่า คณะนักบวชคาทอลิกอยู่ในอำนาจพระสันตะปาปาแห่งโรม และจำเป็นต้องยุบคณะนักบวชนี้ พระนางตอบกลับทันทีแบบโหดสัสรัสเซียว่า "ถ้าพระสันตะปาปา ยังไม่เลิกวุ่นวายกับนักบวชคณะเยสุอิตของฉัน ฉันจะประกาศ บังคับให้คาทอลิกในรัสเซียเปลี่ยนเป็นออร์โธดอกซ์ให้หมด"

     พระสันตะปาปารีบยอมทันที ไม่รู้ว่ากลัวใจพระนาง หรือโล่งใจที่จะได้ข้ออ้าง ในการมีเยสุอิตต่อไปในเขตปกครองรัสเซีย(โปแลนด์) ซึ่งนอกจากไม่หายไปเหมือนที่อื่น ยังเปิดรับนักบวชใหม่ และชาวคณะในประเทศอื่นๆหลายคนก็เดินทางมาสบทบ จน 2สิงหาคม คศ.1814 หลังนโปเลียนแพ้สงครามรัสเซียอย่างยับเยิน พระสันตะปาปาปีโอที่7 ประกาศรื้อฟื้นคณะนักบวชเยสุอิตขึ้นใหม่ โดยรวมเข้าเยสุอิตที่ถูกพระนางแคทเธอรีนรักษาไว้ในโปแลนด์ได้อย่างง่ายดาย

     ปัจจุบันมีนักบวชคณะเยสุอิตใน112ประเทศทั่วโลก และมีนักบวชในคณะทั้งหมด 16,378 คน (สำรวจปี2016) และพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันก็เป็นนักบวชจากคณะเยสุอิตนี้นี่เอง


ภาพ-จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่2หน้ากระจก(Empress Catherine II before the mirror) วาดปี 1779 โดย Vigilius Eriksen ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ State Russian Museum, St. Petersburg, Russia

     นอกจากความสวยงาม ภาพสะท้อนความชาญฉลาดของการจัดองค์ประกอบเพื่อให้ในภาพเดียวเห็นทั้งหน้าตรงและหน้าด้านข้างของผู้เป็นแบบพร้อมกัน

CR. : https://www.facebook.com/photo?fbid=2100616353299502&set=a.882612015099948
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่