ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พญามังกรจีนมีความพยายามที่จะแผ่อิทธิพลเข้ามาแทนที่สหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านเทคโนโลยี อวกาศ จนถึงการประกาสอธิปไตยเหนือหลายพื้นที่บนน่านน้ำทะเลจีนใต้ คุณ Joe Biden ผู้นำพญาอินทรีคนปัจจุบันจึงต้องรวมพลังพันธมิตร แผนการต่อต้านจีนจึงบังเกิด
การผนึกกำลังของ 4 ชาติมหาอำนาจ
ในวันศุกร์ที่ผ่านมา Biden ได้ดำเนินแผนการสำคัญของเขาในการไฟว์กับจีน โดยเขาได้เชิญชาติมหาอำนาจอีก 3 ประเทศที่ไม่กินเส้นกับจีน ได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เข้ามาตั้งขบวนการต่อต้านจีน โดยจีนมองว่าแผนการดังกล่าวจะทำให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ครับ
แม้ทาง Biden จะกล่าวว่าการประชุม online ดังกล่าวจะเน้นเรื่องความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ทางคุณ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดียก็เผยมาคร่าวๆ ว่าอาจมีการหารือเรื่อง “ปลดปล่อยอินโดแปซิฟิก” ด้วยครับ
ถึงแม้จะไม่มีการกล่าวถึงประเทศจีนและท่านประธานาธิบดี Xi Jinping เลยแม้แต่น้อย แต่ทุกคนก็รู้กันดีว่าสมรภูมิอินโดนแปซิฟิกที่ครอบคลุมทะเลจีนใต้จนถึงกลุ่มประเทศอาเซียนกำลังโดนใครรุกราน และทำให้ผู้นำทั้ง 4 ประเทศใหญ่ต้องตื่นตระหนกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ทางกองทัพของสหรัฐได้ตั้งชื่อความร่วมมือดังกล่าวว่า “กลุ่มเพชรแท้แห่งประชาธิปไตย” โดยการประชุมดังกล่าวอาจมองได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและอาจมีการซ้อมกำลังพลร่วมกันเฉยๆ (Military drills) ไม่ได้มีการตั้งกองทัพนานาชาติอย่างสนธิสัญญาแอทแลนติกเหนือ (NATO) แต่ก็มีพลังพอที่จะต่อกรกับพญามังกรในภูมิภาคนี้ได้ครับ
แม้การประชุมจะเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ และไม่มีการกล่าวถึงจีน แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการประชุมดังกล่าวก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของพญามังกรไปได้
หัวใจสำคัญของกลุ่มเพชรแท้แห่งประชาธิปไตย
นักวิเคราะห์กล่าวว่าชาติมหาอำนาจยทั้ง 4 จะต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อที่จะต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
(1) การรักษาความสงบเรียบร้อยทางทะเล (Maritime Security) ซึ่งชาติทั้ง 4 อาจส่งทัพเรือของตนเองเข้าช่วยเหลือทัพเรือของพญาอินทรีเพื่อไว้ตานอำนาจกับทัพเรืองจีนที่กำลังก่อร่างสร้างตัวอยู่ครับ โดยอเมริกาต้องการทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรื่องรบชั้นต่างๆ และเรือดำน้ำเพื่อเข้าไฟว์กับกองทัพเรือจีนที่ทรงแสงยานุภาพครับ
(2) การรักษาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security) โดยเน้นความร่วมมือกันด้านกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ทัดเทียมกับโรงงานของโลกอย่างจีน นอกจากนี้ยังเน้นโจมตีจุดอ่อนของจีนทางด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์เพื่อสร้างความแตกต่างและลดข้อได้เปรียบของจีนทางด้านต้นทุนต่ำอีกด้วย
(3) ความร่วมมือกันทางด้านเทคโนโลยี (Technology) เนื่องด้วยทั้ง 4 ประเทศ เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมต่างๆ อยู่แล้ว หากร่วมมือกันสร้างอันล้ำสมัย ยากที่จะเลียนแบบ และไม่จำเป็นต้องใช้ hardware หรือ software จากประเทศจีน ก็น่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการโดนเจาะข้อมูลและเลียนแบบนวัตกรรมไปได้ครับ
(4) ความร่วมมือกันทางด้านการทูต (Diplomacy) โดยอาศัยข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และความสัมพันธ์อันดีของญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลียต่อชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะช่วยคานอำนาจกับประเทศจีนได้ครับ
อย่างไรก็ตามความร่วมมือทั้ง 4 อาจไม่เกิดขึ้นหากการประชุมภาคีดังกล่าวไม่สามารถตกลงกันได้ และอาจเกิดปัญหาจากการกดดันของจีนส่งผลให้ภาคีเพชรแท้ต้องแหลกเหลวลงไปเหมือนความพยายามครั้งก่อนในปี 2007
การโต้กลับของจีนอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด
จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หากความขัดแย้งภายใต้ภาคีแพชรแท้ประชาธิปไตยน่าจะสร้างความสบายใจต่อพญามังกรไม่มากก็น้อย เนื่องจากการรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีความร่วมมือทางทหารอย่างเด่นชัด และไม่ได้เป็น NATO แห่งเอเชีย
ในท้ายที่สุดชาติสมาชิกทั้ง 4 ก็จะอาจเข้ามาพูดคุยกันเพื่อหาจุดที่ตนเองต้องการ ซึ่งหากความต้องการของแต่ละประเทศไม่สอดคล้องกัน ก็อาจไม่ได้มีข้อตกลงเป็นเอกฉันท์และไม่ได้มิศทางเดียวกันก็เป็นได้ ตัวอย่างของสถาณการณ์นี้ค่อนข้างเด่นชัดเมื่ออินเดียกังวลเฉพาะเรื่องน่านน้ำมหาสมุทรอินเดีย ในขณะที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียให้ความสำคัญกับทะเลจีนใต้เป็นหลัก
นอกจากนี้ตัวกระตุ้นให้ภาคีเพชรแท้สมานฉันท์กันก็คือรัฐบาลปักกิ่งเองด้วย หากพญามังกรตั้งใจจะยกทัพเพื่อแสดงแสงยานุภาพ เหล่าประเทศน้อยใหญ่ก็จะร่วมมือเป็นปึกแผ่น แต่หากรัฐบาลปักกิ่งให้นโยบายทางการทูตอย่างละมุ่นละม่อม การรวมตัวกันก็จะยากขึ้นครับ หรืออีกนัยหนึ่งคือหมากเกมส์นี้อยู่ในการควบคุมของจีนเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง
ด้วยความเปราะปางของพันธมิตรดังกล่าว สื่อของจีนจึงเรียกภาคีเพชรแท้ว่า “สมาคมพูดไร้สาระ (Empty Talk Club)” เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศจีนนั้นไม่ได้กังลงอะไรเลยกับท่าทีของ 4 ชาติมหาอำนาจครับ
อย่างไรความพยายามที่จะลดบทบาทของจีนยังคงดำเนินต่อไป แต่ของคุณ Biden อาจไม่ได้โผงผางแข็งกล้าวแบบคุณ Donald Trump แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนเป็นปัญหาสำคัญในสายตาของอเมริกาจริงๆ ครับ
แนะนำ ติดชมได่เลยนะครับ และขอฝากติดตาม กด like กด share ข้อมูลดีๆ ได้ทาง
https://www.facebook.com/Unboxthinking
หรือ
https://www.blockdit.com/pages/5f4b6519e807060cb777cdbf ด้วยนะครับ
Reference:
https://edition.cnn.com/2021/03/10/asia/us-pacific-commander-china-threat-intl-hnk-ml/index.html
Reference:
https://asia.nikkei.com/Politics/International-relations/US-China-tensions/US-and-China-play-mind-games-over-how-to-frame-Alaska-meeting
ภาคีเพชรแท้ประชาธิปไตย!!! ต่อต้านจีน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พญามังกรจีนมีความพยายามที่จะแผ่อิทธิพลเข้ามาแทนที่สหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านเทคโนโลยี อวกาศ จนถึงการประกาสอธิปไตยเหนือหลายพื้นที่บนน่านน้ำทะเลจีนใต้ คุณ Joe Biden ผู้นำพญาอินทรีคนปัจจุบันจึงต้องรวมพลังพันธมิตร แผนการต่อต้านจีนจึงบังเกิด
การผนึกกำลังของ 4 ชาติมหาอำนาจ
ในวันศุกร์ที่ผ่านมา Biden ได้ดำเนินแผนการสำคัญของเขาในการไฟว์กับจีน โดยเขาได้เชิญชาติมหาอำนาจอีก 3 ประเทศที่ไม่กินเส้นกับจีน ได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เข้ามาตั้งขบวนการต่อต้านจีน โดยจีนมองว่าแผนการดังกล่าวจะทำให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ครับ
แม้ทาง Biden จะกล่าวว่าการประชุม online ดังกล่าวจะเน้นเรื่องความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ทางคุณ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดียก็เผยมาคร่าวๆ ว่าอาจมีการหารือเรื่อง “ปลดปล่อยอินโดแปซิฟิก” ด้วยครับ
ถึงแม้จะไม่มีการกล่าวถึงประเทศจีนและท่านประธานาธิบดี Xi Jinping เลยแม้แต่น้อย แต่ทุกคนก็รู้กันดีว่าสมรภูมิอินโดนแปซิฟิกที่ครอบคลุมทะเลจีนใต้จนถึงกลุ่มประเทศอาเซียนกำลังโดนใครรุกราน และทำให้ผู้นำทั้ง 4 ประเทศใหญ่ต้องตื่นตระหนกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ทางกองทัพของสหรัฐได้ตั้งชื่อความร่วมมือดังกล่าวว่า “กลุ่มเพชรแท้แห่งประชาธิปไตย” โดยการประชุมดังกล่าวอาจมองได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและอาจมีการซ้อมกำลังพลร่วมกันเฉยๆ (Military drills) ไม่ได้มีการตั้งกองทัพนานาชาติอย่างสนธิสัญญาแอทแลนติกเหนือ (NATO) แต่ก็มีพลังพอที่จะต่อกรกับพญามังกรในภูมิภาคนี้ได้ครับ
แม้การประชุมจะเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ และไม่มีการกล่าวถึงจีน แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการประชุมดังกล่าวก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของพญามังกรไปได้
หัวใจสำคัญของกลุ่มเพชรแท้แห่งประชาธิปไตย
นักวิเคราะห์กล่าวว่าชาติมหาอำนาจยทั้ง 4 จะต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อที่จะต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
(1) การรักษาความสงบเรียบร้อยทางทะเล (Maritime Security) ซึ่งชาติทั้ง 4 อาจส่งทัพเรือของตนเองเข้าช่วยเหลือทัพเรือของพญาอินทรีเพื่อไว้ตานอำนาจกับทัพเรืองจีนที่กำลังก่อร่างสร้างตัวอยู่ครับ โดยอเมริกาต้องการทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรื่องรบชั้นต่างๆ และเรือดำน้ำเพื่อเข้าไฟว์กับกองทัพเรือจีนที่ทรงแสงยานุภาพครับ
(2) การรักษาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security) โดยเน้นความร่วมมือกันด้านกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ทัดเทียมกับโรงงานของโลกอย่างจีน นอกจากนี้ยังเน้นโจมตีจุดอ่อนของจีนทางด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์เพื่อสร้างความแตกต่างและลดข้อได้เปรียบของจีนทางด้านต้นทุนต่ำอีกด้วย
(3) ความร่วมมือกันทางด้านเทคโนโลยี (Technology) เนื่องด้วยทั้ง 4 ประเทศ เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมต่างๆ อยู่แล้ว หากร่วมมือกันสร้างอันล้ำสมัย ยากที่จะเลียนแบบ และไม่จำเป็นต้องใช้ hardware หรือ software จากประเทศจีน ก็น่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการโดนเจาะข้อมูลและเลียนแบบนวัตกรรมไปได้ครับ
(4) ความร่วมมือกันทางด้านการทูต (Diplomacy) โดยอาศัยข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และความสัมพันธ์อันดีของญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลียต่อชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะช่วยคานอำนาจกับประเทศจีนได้ครับ
อย่างไรก็ตามความร่วมมือทั้ง 4 อาจไม่เกิดขึ้นหากการประชุมภาคีดังกล่าวไม่สามารถตกลงกันได้ และอาจเกิดปัญหาจากการกดดันของจีนส่งผลให้ภาคีเพชรแท้ต้องแหลกเหลวลงไปเหมือนความพยายามครั้งก่อนในปี 2007
การโต้กลับของจีนอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด
จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หากความขัดแย้งภายใต้ภาคีแพชรแท้ประชาธิปไตยน่าจะสร้างความสบายใจต่อพญามังกรไม่มากก็น้อย เนื่องจากการรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีความร่วมมือทางทหารอย่างเด่นชัด และไม่ได้เป็น NATO แห่งเอเชีย
ในท้ายที่สุดชาติสมาชิกทั้ง 4 ก็จะอาจเข้ามาพูดคุยกันเพื่อหาจุดที่ตนเองต้องการ ซึ่งหากความต้องการของแต่ละประเทศไม่สอดคล้องกัน ก็อาจไม่ได้มีข้อตกลงเป็นเอกฉันท์และไม่ได้มิศทางเดียวกันก็เป็นได้ ตัวอย่างของสถาณการณ์นี้ค่อนข้างเด่นชัดเมื่ออินเดียกังวลเฉพาะเรื่องน่านน้ำมหาสมุทรอินเดีย ในขณะที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียให้ความสำคัญกับทะเลจีนใต้เป็นหลัก
นอกจากนี้ตัวกระตุ้นให้ภาคีเพชรแท้สมานฉันท์กันก็คือรัฐบาลปักกิ่งเองด้วย หากพญามังกรตั้งใจจะยกทัพเพื่อแสดงแสงยานุภาพ เหล่าประเทศน้อยใหญ่ก็จะร่วมมือเป็นปึกแผ่น แต่หากรัฐบาลปักกิ่งให้นโยบายทางการทูตอย่างละมุ่นละม่อม การรวมตัวกันก็จะยากขึ้นครับ หรืออีกนัยหนึ่งคือหมากเกมส์นี้อยู่ในการควบคุมของจีนเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง
ด้วยความเปราะปางของพันธมิตรดังกล่าว สื่อของจีนจึงเรียกภาคีเพชรแท้ว่า “สมาคมพูดไร้สาระ (Empty Talk Club)” เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศจีนนั้นไม่ได้กังลงอะไรเลยกับท่าทีของ 4 ชาติมหาอำนาจครับ
อย่างไรความพยายามที่จะลดบทบาทของจีนยังคงดำเนินต่อไป แต่ของคุณ Biden อาจไม่ได้โผงผางแข็งกล้าวแบบคุณ Donald Trump แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนเป็นปัญหาสำคัญในสายตาของอเมริกาจริงๆ ครับ
แนะนำ ติดชมได่เลยนะครับ และขอฝากติดตาม กด like กด share ข้อมูลดีๆ ได้ทาง https://www.facebook.com/Unboxthinking
หรือ https://www.blockdit.com/pages/5f4b6519e807060cb777cdbf ด้วยนะครับ
Reference: https://edition.cnn.com/2021/03/10/asia/us-pacific-commander-china-threat-intl-hnk-ml/index.html
Reference: https://asia.nikkei.com/Politics/International-relations/US-China-tensions/US-and-China-play-mind-games-over-how-to-frame-Alaska-meeting