เป็นไปได้หรือไม่? สหรัฐฯ กับจีน รวมพลังกันบริหารโลก ภายใต้ชื่อ "G2"



เคยลองคิดมั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น? หากสหรัฐฯ กับจีน ตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมมือกันบริหารโลกใบนี้ แทนที่จะแข่งขันกันเอง

แนวคิดที่สหรัฐฯ กับจีน ซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจของโลกจะร่วมมือกันบริหารโลก ไม่ใช่แนวคิดใหม่
แต่เป็นแนวคิดที่ได้รับการผลักดันตั้งแต่สมัยที่ บารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ G2
หรือการรวมกลุ่มของ 2 ประเทศที่เป็นชาติมหาอำนาจของโลก
นั่นก็คือสหรัฐฯ กับจีน โดยรัฐบาลของโอบามาเชื่อว่าหากสหรัฐฯ ร่วมมือกับจีน
แทนที่จะแข่งขันกันเอง จะช่วยแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่าง ๆ บนโลกใบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากพอสมควร ว่าหากสหรัฐฯ กับจีน ร่วมมือกันบริหารโลกใบนี้
แทนที่จะเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของโลก จะกลายเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของสองประเทศนี้เท่านั้น
และจะไม่มีประเทศไหนที่มีอำนาจต่อรอง หรือต้านทานสองประเทศนี้ได้

แนวคิดเรื่องการสร้างกลุ่ม G2 ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ซึ่งแม้ทรัมป์จะมีนโยบายด้านการค้าที่แข็งกร้าวกับประเทศจีน
แต่ในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้ว ทรัมป์กล่าวชื่นชม สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนอยู่เสมอ
โดยการพบปะกันครั้งล่าสุด ระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง นอกรอบการประชุม APEC ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 2025
ทรัมป์บอกว่าการประชุมกับผู้นำจีนประสบความสำเร็จอย่างมาก
และให้คะแนนการประชุม 12 เต็ม 10 แถมยังพูดด้วยว่านี่เป็นการประชุม G2 ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

สีจิ้นผิง จับมือกับทรัมป์ และกล่าวหลังการประชุมที่ปูซานว่า สหรัฐฯ กับจีน ควรจะเป็นเพื่อนที่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่กัน และทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้กับทั้งสองประเทศและโลกใบนี้ ก็ยิ่งทำให้แนวคิดการสร้างกลุ่ม G2 ดูมีความเป็นไปได้มากขึ้น

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากสหรัฐฯ กับจีน ร่วมมือกันบริหารโลกนี้จริง ๆ ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกคงจะไม่เห็นด้วย  
สตีฟ ชาง ผู้อำนวยการของสถาบันจีน SOAS ในกรุงลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า ยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น บราซิล หรือชาติในตะวันออกกลาง หรืออาเซียน คงไม่พอใจถ้าสหรัฐฯ และจีนจะร่วมมือกันบริหารโลกใบนี้กันเองสองประเทศ โดยมองข้ามหัวประเทศอื่น และประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ หรือจีน
ก็เกรงกลัวว่าสหรัฐฯ กับจีน จะไม่สนใจผลประโยชน์ของประเทศอื่น
ถ้าหากสหรัฐฯ กับจีน สามารถเจรจากันเองสองประเทศ โดยไม่มีประเทศอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม จีนมีแนวโน้มที่จะไม่ยอมรับแนวคิด G2 เพราะถึงแม้การรวมกลุ่มกับสหรัฐฯ จะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าจีนเป็นมหาอำนาจที่เท่าเทียมกับสหรัฐฯ แต่จีนก็ต่อต้านแนวคิดที่ชาติมหาอำนาจใช้อิทธิพลควบคุมประเทศขนาดเล็ก
และหากจีนรวมกลุ่มกับสหรัฐฯ จีนก็อาจถูกดึงเข้าไปพัวพันหรือต้องร่วมรับผิดชอบกับความขัดแย้งต่าง ๆ ที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ ซึ่งเป็นภาระที่จีนไม่ต้องการ

หลายประเทศจึงมองว่าการที่จีนกับสหรัฐฯ เป็นคู่แข่งกันเหมือนอย่างทุกวันนี้ จะช่วยรักษาสมดุลอำนาจบนโลกใบนี้ได้ดีกว่า
แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง แต่หากเป็นความขัดแย้งที่มีการควบคุมไม่ให้บานปลาย
แต่ละประเทศก็พอจะปรับตัวและแก้ไขสถานการณ์ได้ ซึ่งการพบปะกันระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง ที่กำลังเกิดขึ้น
ต่างฝ่ายจะพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ รวมทั้งเรื่องที่ต้องระมัดระวัง
เพื่อไม่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ซึ่งการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล ถ้าหากมีการควบคุมไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย

ที่มาข้อมูล : Aljazeera
ที่มารูปภาพ : Getty Images, Reuters


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่