ผมควรทำอย่างไรครับเมื่อเธอ ทำแบบนี้

กระทู้คำถาม
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อปี พศ. 2550 ผมแต่งงานแล้วมีลูก 1 คน ผมกับภรรยาผมทำงานที่เดียวกัน เราพักอยู่ในบริเวณที่ทำงาน  และมีเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานตำแหน่งเดียวกับผมเธอชื่อปู มีสามีและมีลูก 1 คน แต่เขาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เธอมักจะถอนหายใจตลอดเวลาทำงานถามไปถามมา เธอบอกว่ามีปัญญากับสามี เรื่องเงินทองไหล ผมก็คุยและให้กำลังใจเพื่อน เพราะผมเองก็ช่วยอะไรไม่ได้  เราคุยกันบ่อย  จนไม่รู้ว่ามีคนมองเราทั้งสองในแง่ ชู้สาว จนภรรยาผมเตือนผมว่าผมกำลังถูกจับตามอง แต่ผมกลับไม่คิดอะไร เพราะเราไม่ได้มีอะไรแบบที่เขาคิด แต่นับวันคนรอบข้างเริ่มใส่ไฟเราทั้งคู่ จนภรรยาผมเริ่มระแวง และเริ่มออกอาการหวง แต่ผมก็บอกว่าไม่มีอะไรจริงๆ และจะให้ทำไงในเมื่อเราทำงานร่วมกัน จะไม่ให้เราคุยกันเลยรึ  และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการที่ผมกับภรรยาเริ่มทะเลาะกัน และเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องอย่างที่คิด  ส่วนปูก็ทะเลาะกับสามีเขาบ่อย เลยทุกคนเอามารวมกันว่าเกี่ยวกับเรื่องชู้สาว เอาเข้าไปทีนี้  สุดท้ายปูก็พาลูกออกจากงานและขนของออกไปจากที่พัก ส่วนภรรยาผมเห็นก็หันมาชวนทะเลาะว่า นั่นไงเขาไปแล้วตามเขาไปสิ วันนั้นผมก็สุดจะทนทะเลาะกันอย่างแรงในช่วงบ่ายเพราะมันไม่ใช่อย่างที่คิด และไปกันใหญ่ จนเลิกงานตอน 21.00 น. ผมก็กลับมานั่งในห้องภรรยาก็เริ่มอีกว่า ผมนั่งเงียบคิดถึงเขารึ ตามไปอยู่ด้วยกันสิ ตอนนั้น ผมทนไม่ไหว เก็บเสื้อผ้าออกจากที่พัก ด้วยอารมณ์ที่ทนไม่ไหว ว่าทำไมไม่จบสักที ทั้งที่ปูก็ไปแล้ว  และจะเอาอะไรจากผมอีก ทนมาตลอดเพราะมันไม่ได้ให้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดกัน
สุดท้ายผมออกมาจากภรรยา ตอนนั้นไม่รู้จะไปไหนเพราะไม่ได้วางแผน ที่จะให้เป็นแบบนี้ ผมได้โทรหาปู และบอกว่าเกิดอะไรขึ้น และปูก็บอกว่าจะให้เราอธิบายกับภรรยาผมไหม ผมบอกว่าไม่ต้องเพราะตอนนั้นผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ คืนนั้นผมเลยต้องไปขอพักกับญาติ และจะหางานทำเพราะตอนนั้นไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเจอใคร แม่กระทั่ง พ่อ แม่เพราะไม่รู้จะอธิบายอะไร ยังไง ผมหางานอยู่1 อาทิตย์ยังหาไม่ได้ แต่กูได้งานแล้วเพื่อนเขาฝากให้  ผมเลยถามว่ามีงานที่นั่นไหม สรุปมีเลยได้ไปทำงานกับปู และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ผมกับปูได้คบกันแบบไม่ได้ตั้งใจให้เป็น
ผมได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับปู ทำงานได้สักพักเก็บเงินและบอกทางบ้านผมว่าผมอยู่กับปูและแม่ก็ชวนให้กลับมาอยู่บ้าน เลยปรึกษากันและ พามาอยู่บ้านแม่ สักพัก ก็เริ่มหาบ้านสักหลังเพราะอยูกับแม่ไม่ค่อยสดวก จนได้บ้าน แต่ผมต้องใช้ชื่อพี่เขยของกูเป็นคนยื่นซื้อเพราะผมติดแบล็คลิส และปูก็เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ พี่เขยยื่นผ่านเลยได้บ้านโดยส่งเป็นชื่อพี่เขย และช่วงนั้นผมได้มาทำงานต่างประเทศช่วงปี พศ.2556 ผมได้มาทำงานต่างประเทศ และกลับไทยทุก2 ปีเพื่อต่อวีซ่า ผมทำงานจนมีเงินปิดบัญชีบ้าน แต่ช่วงนั้นผมยังอยู่ต่างประเทศเลยต้องให้โอนเป็นชื่อของปูไปก่อน เพราะผมรักและไว้ใจปู  ทำงานเงินเดือนโอนกลับไทย ช่วงเเรกเข้าบัญชีผมและให้บัตรเอทีเอ็มกับปูไว้เบิกมาช่วงหลังบัตรเอทีเอ็มหมดอายุเลยโอนเข้าบัญชีของปู ตลอดเวลา7ปี ทรัพสินทุกอย่างเลยเป็นชื่อปูทั้งหมดเพราะไว้ใจ
และแล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผมจับได้ว่าปูคุยเฟสกับแฟนเก่าสมัยเด็ก คนบ้านเดียวกันกับปู และผมก็ว่าเขาว่าทำแบบนี้ได้ไงอุสาทนทำงานเพื่ออนาคตเรา กูยอมรับสารภาพและขอโทษ ผมบอกว่าต้องใช้เวลา ผมคิดและพยายามยอมให้อภัยเขาและคิดว่าจะไม่ต่อวีซ่า จะกลับไปอยู่กับเขา แต่ไม่เป็นแบบนั้น ประมาณ ไม่ถึงเดือน ปูขอเลิก  ซ่ะเฉยๆ ผมอยู่ต่างประเทศกลับตอนนี้ก็ไม่ได้ คิดอีกทีกลับไปก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาคืนดีหรือปล่าว ผมเลยอยู่ต่อ แต่กูกลับไม่ยอมแบ่งทรัพย์สิน อะไรให้เลย 
ผมจะสามารถเรียกร้องอะไรคืนได้บ้างครับ
 1คือผมยังไม่ได้หย่ากับภรรยาผม  
2 ผมไม่ได้จดทะเบียนกับปู
ผมไม่รู้ว่าจะมีวิธีการอะไรเพื่อที่จะขอทรัพย์สินของผมคืนได้มาบ้าง เพราะเขาไม่เคยพูดแบ่งกันเลย อย่างน้องควรจะคืนให้บ้างเพราะผมจะได้มีทุน 
ทรัพย์สิน มีทาวเฮ้าส์ 1 หลัง กับเงินในบัญชี3 บัญชี รวม ล้านสี่   เป็นชื่อเขาหมด ทำไงดีครับ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่