🌺เรื่องนี้คือเรื่องจริงที่เราย่อมาให้ทุกท่านอ่านเท่านั้น เราใกล้ชิดกับเพื่อนของพี่สาวของเราคนหนึ่ง (เราจะเรียกเธอว่าพี่สาว) เธอเป็นลูกสาวของเศรษฐี เธอมีความอิสระในการใช้ชีวิตที่เสรีภาพมาก จนเธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอกลับไปรักกับหนุ่มที่มีอาชีพเป็นนักต่อสู้ที่เลี้ยงตนเองและครอบครัวมาตั้งแต่วัยเด็ก พ่อ,แม่และน้องๆของพี่สาวล้วนไม่ยอมรับ พยายามกีดกันและหาคู่ครองใหม่ให้ แต่พี่สาวคนนี้กลับไม่ยอม ต่อมาก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ทำให้พ่อ,แม่และน้องๆไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ครอบครัวฝ่ายหญิงทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียง จึงพยายามกีดกันลูกเขยคนนี้ออกไป และพยายามเกลี้ยกล่อมบุตรสาวของตนให้เลิกกับลูกเขยคนนี้ และจะหาคู่ครองใหม่ให้ พ่อ,แม่เกลี้ยจนเอือมระอา และบอกกับลูกสาวว่า" ฉันเลี้ยงแกได้เสมอ แต่ไม่สามารถเลี้ยงบุตรเขยคนนี้ได้" คือคำเตือนหลายครั้งก่อนที่พ่อ,แม่จะลาลับจากไปทั้งคู่ ส่วนตัวเราคิดว่าผู้ใหญ่คงเห็นอะไรบางอย่างในตัวของบุตรเขย จึงพยายามกำจัดบุตรเขยให้พ้นทางไป แต่บุตรสาวกลับไม่รู้? ต่อมาในตอนหลังบุตรเขยจึงแสดงอะไรบางอย่างออกมา จนทำให้พี่สาวรับรู้ว่าเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองในเรื่องของทรัพย์สิน ก่อนบิดาของพี่สาวจะลาลับจากไป ได้บอกกับพี่สาวว่า "ฉันได้ทำพินัยกรรมมรดกเป็นเงินสดให้กับแกเอาไว้นะ" พี่สาวถามว่า"1ล้านบาทใช่ไหมพ่อ" บิดากลับบอกว่า"มากกว่านั้นอีกเยอะ" พอตอนบิดาลาลับจากไป ทนายความและน้องชายกลับไม่ยอมเรียกพี่สาวมารับฟังการถ่ายทอดพินัยกรรมมรดกของพ่อ พี่สาวจะได้เงินหลักล้าน? ทนายความบริษัทอะไร? ทำไมไม่ทำตามพินัยกรรม? ชีวิตของพี่สาวมีฐานะที่ไม่ค่อยดีมากนัก เพราะถูกพ่อ,แม่เพิกเฉยในทรัพย์สินมานานพอควร ตอนเปิดพินัยกรรมของบิดา มารดาได้แจ้งให้ลูกสาวรู้ด้วยตนเอง แต่ทำอะไรไม่ได้ สงสัยจะเกรงใจบุตรชายคนโต และไม่อยากให้เงินมรดกตกถึงมือลูกเขย? (เมื่อไม่มีการแจ้งจากทนายความให้มารับฟังพินัยกรรมมรดก พี่สาว แม้จะได้รับรู้จากแม่ แต่ก็ไม่ไปรับฟัง?) ฝ่ายน้องชายพยายามไม่ให้พี่สาวกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้านเสมอ แม่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้เช่นกัน ตระกูลของแม่ทำอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่บรรพบุรุษจนร่ำรวย คุณตายกที่ดินแปลงหนึ่งที่อ่อนนุชให้กับพี่สาวตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงนั้นคุณยายลาลับจากไป ทำให้ธุรกิจมีปัญหาหนัก มารดาของพี่สาวจึงนำที่ดินอ่อนนุชของพี่สาวไปจัดสรรขาย จนตั้งตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่พี่สาวในยุคปัจจุบัน กลับไม่ได้อะไรเลย? หลังจากมารดากอดลูกสาว และบอกว่า ".น..ฉันรักแกนะ" นั่นคือการกอดลูกสาวคนโตในครั้งสุดท้ายของชีวิต เพราะเธอถูกน้องชายกีดกันมาโดยตลอด ไม่ให้เธอไปมาหาสู่กับแม่ของเธอ เรื่องราวผ่านมานานหลายปี จนมารดาได้ลาลับจากไป ก็เป็นอีกครั้งที่ไม่มีทนายความมาเรียกให้พี่สาวไปรับฟังมรดกทางพินัยกรรม? หลายคนฟังแล้วคิดอย่างไร? พี่สาวสมควรได้รับมรดกบ้างไหม?
ผู้หญิงคนนี้ควรได้รับมรดกหรือไม่? ทุกท่านมีความคิดเห็นเช่นใด?