คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ฟ้องศาลในคดีเงินกู้สำนวนแรก
สำนวนที่ 2 ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้ (พ่อ จขกท )เสียเปรียบ
เนื่องจากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะบังคับคดีได้ โดยลูกหนี้กระทำไปโดยทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
สำนวนที่ 2 ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้ (พ่อ จขกท )เสียเปรียบ
เนื่องจากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะบังคับคดีได้ โดยลูกหนี้กระทำไปโดยทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
กฎหมายชาวบ้าน
จะสอบถามเรื่อง การทวงเงินลูกหนี้อ่ะครับ การฟ้อง การยึดทรัพย์ (เดือดร้อนจริงๆ)
จึงอยากจะถามพวกพี่ๆ ว่า
1.สัญญากู้ยืมเงิน นี้เกิดขึ้นวันที่ 1 พศจิการยน 2557 แต่ วันครบกำหนดชำระ คือวันที่ 30 พศจิกายน 2557
ลูกหนี้ไม่ยอมชำระเงิน เมื่อถึงตามกำหนดอ้างว่าไม่มีทรัพย์สินไม่มีเงิน (บอกอยากได้ไปฟ้องเอา อันนี้ที่พูดพ่อผมทวงมา 3 เดือนได้ละครับ)
พ่อผมจะทำการฟ้องร้องต่อศาล เรื่องลูกหนี้ไม่ยอมชำระเงิน อยากทราบว่าทรัพย์สินจำพวก คอนโด รถ หากเป็นของลูกหนี้ิ อยู่ก่อนแล้ว
ก่อนหน้าวันที่ 1 พศจิการยน 2557 ยังเป็นของลูกหนี้อยู่ แต่
หลังจากหนังสือสัญญานี้เกิดขึ้นผ่านวันที่ 1 พศจิการยน 2557 ไปแล้ว(ยกตัวอย่าง 10 พศจิการยน 2557) แล้วลูกหนี้ทำการโอนทรัพย์สินไปให้บุคคลอื่น ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ครับ สามารถฟ้องร้องยึดได้ไหม หรือโอนไปโดยทำการซื้อขาย แต่ราคาไม่เหมาะสม เช่น รถ 400,000 ขายไป 100,000 อะไรแบบนี้
มีวิธีการอะไรแนะนำบ้างมั้ยครับ พอดีพ่อก็มีคุยๆกับทนายไว้บ้างแล้วว่าสงสัยได้ฟ้อง
แต่เรื่องที่กล่าวไว้ข้างต้น เรื่องโอนทรัพย์สินไปให้บุคคลพ่อยังไม่ได้ถามกับทนาย พอดี ทนาย ไปต่างประเทศครับ
เลยมาขอคำปรึกษาพี่ๆ ครับ
ป.ล.
ผมพึ่งทราบเรื่องเมื่อวาน เห็นท่านผิดปกติ นอนไม่หลับ ดูดบุหรี่จัด ถามท่านหลายครั้งหลายทีแล้วท่านบอกว่าไม่มีอะไรจนเมื่อวานถึงยอมบอก