รักพ่อแม่และเกลียดพ่อแม่ในเวลาเดียวกัน

อยากเอ่ยคำขอร้องก่อนว่าอย่าประนามจขกท.เลยนะ
คือว่า​ จขกท.ก็โตบโตมาด้วยที่พ่อแม่เลี้ยงมานี่แหละจ๊ะ อยู่กับท่านมาตลอดไม่เคยให้คนอื่นเลี้ยง
จะพูดว่าเลี้ยงไม่ดีก็พูดไม่เต็มปาก เพราะเราได้กินดีอยู่ดีกว่าพี่คนโตอีก2คน​
แต่ว่า​ ตอนเด็กๆ พ่อติดเหล้า, ติดผู้หญิง​ แม่เราโมโหร้าย ชอบทุบตีลูก จะมาลงกับลูกตลอด พี่สาวคนโตเรา2คนโดนหนักสุด ถึงกับเลือดตกยางออก เอาแม่กุญแจปาใส่ตาตุ่มแตกเลือดอาบ เอาแก้วทุบหัว เลือดนี่แข็งติดเส้นผมเกรอะกรัง​ เอาปลายไม้กวาดแข็ง(ส่วนที่ใช้กวาดพื้น)​กระทุ้งหน้า เยอะ ทำสารพัดที่แม่จะทำ ส่วนตัวเราเองโดนแค่มือกับเท้า กระทืบเพราะทำน้ำตาลหก กระทืบ,เอาสันมีดตะแววฟันหลังเพราะทำดินสอเรียนหาย เอาเท้าถีบหน้าเพราะเล่นจนตัวเปื้อน เยอะอีกเช่นกัน แม่จะเป็นแบบนี้มาตลอด โชคดีของพี่สาว เขาได้แต่งงานและออกไปอยู่บ้านสามีเขา เราโดนตีหนักๆครั้งสุดท้ายตอน ม.3 ด้วยเหตุผลที่ว่า
เรานอนพื้น คืนนั้นฝนมันตกแล้วน้ำรั่วซึมมาเปียกที่นอน เราพยายามอธิบาย แม่ไม่ฟัง ตบเรา กระทืบ​ ไม่ให้เงินเราไปโรงเรียนในวันนั้น
ตอนม.ปลายก็แค่โดนด่าต่ำๆแรง​ๆ​ ไม่ถึงขั้นทุบตี
และที่เสียใจที่สุ​ด​ เขาไม่ให้เราเรียนต่อ แอบไปร้องไห้คนเดียว เราก็บอกว่า กู้เรียนไม่ได้หรอ แม่กลับขู่ว่า เดี๋ยวguจะฟันให้คอขาดนะ เดี๋ยวๆขัดguหรอ​ แม่ให้เราไปสมัครงานโรงงานเล็กๆแถวบ้านนี่ก็จำใจไปสมัครจนได้ทำ จนแล้วจนรอดเราไปแอบสมัครเรียนปวส.ภาคสมทบ จนเรียนจบ เราก็แอบเอาวุฒิไปสมัครงานในนิคม ตอนนั้นตื่นเต้นมาก
คิดว่าถ้าแม่รู้จะโดนอะไร​บ้างเนี่ย​ ตอนนั้นปี2555 งานค่อนข้างหาไม่ค่อยยาก เราได้เป็นคิวซีที่บริษัทไดกิ้นนิคมอมตะนคร ตอนนั้นคือไม่รู้สวัสดิการไม่รู้สังคมภายนอก เราคิดว่าทำงานก็น่าจะได้เท่ากับโรงงานเล็กๆ​ที่เราทำมา ซึ่งตกเดือนละ6-7000บาท​ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้บอกแม่ว่าได้งานใหม่ ต้องแอบเอาชุดยูนิฟอร์มมาเปลี่ยนในห้องน้ำวัดหนองตำลึง
สรุปเดือนแรกเราได้16000​ เราตกใจมาก​ เพราะมันเยอะมาก แต่ตอนนั้นหัวหน้าเราชวนอยู่ทำโอทีตลอด เขาว่าถ้าขยันก็ได้ประมาณนี้แหละ นี่ขนาดไม่รวมวันหยุด 
สุดท้าย​ เมื่อสภาพแวดล้อมในบ้านมันแย่มาตลอด เพราะแม่ด่า ด่าไม่มีเหตุผล ตั้งแต่เราเกิดมาจนเป็นเวลาพันหมื่นวันไม่มีวันไหนที่แม่จะไม่ด่า จนเราหาเงินเองได้ เอามาจับจ่ายในครอบครัว แม่ก็ยังด่าเหมือนเดิม​ เราจำเป็นจะต้องออกไปอยู่ข้างนอก
แม่​รู้เรื่องเขาก็ซึมไปเลยไม่ได้ต่อว่าด่าทออะไร
วันที่เราได้ออกมาจากบ้าน เราก็เดินไปลา พร้อมยื่นเงินให้จำนวนนึง เราเห็นแม่น้ำตาซึม เราก็ใจสั่น แต่เราต้องออกไปจริงๆ ในเมื่อแม่ไม่เคยเปลี่ยน​ ในบ้านก็เหลือแค่พ่อกับแม่2คน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้จะออกมาแล้ว เราก็ยังคิดถึงเพราะมันเป็นความผูกพันธ์ เรายังส่งเงินไปให้เสมอ ถึงแม้ท่านจะเคยทุบตีเราปางตาย แต่ก็แปลกนะ ทุกวันนี้ถ้าเราเหนื่อยหรือขี้เกียจ เราจะนึกถึงแม่ นึกภาพที่แม่ได้อยู่ดีมีสุข ถ้าเราขี้เกียจหรือหมดไฟขึ้นมา เราจะนึกถึงท่าน ท่านเป็นพลังของเรา 
ทุกวันนี้เราไม่ได้ทำงานที่บริษัทไดกิ้นแล้ว เราได้มาทำธุรกิจส่วนตัวและทำงานฟรีแลนส์ 
เราก็พูดได้เต็มปากว่าตอนนี้เราได้ประสบผลสำเร็จในชีวิต
ปัจจุบันเราเอาเงินก้อนที่เราได้โบนัสและเก็บหอมรอมริบจากที่เคยได้ทำที่บริษัทไดกิ้นเป็นเวลา8ปีกว่า
มาซื้อที่และสร้างบ้านอยู่ที่บ้านเกิดของแม่ ที่จ.สุรินทร์​
ตอนนี้​ เราก็มาใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ ถ้าจะบอกว่าอย่างมีความสุขก็ไม่เต็มที่นัก เพราะแม่ก็ด่าเหมือนเดิม​ แต่ด่าน้อยกว่าตอนสาวๆ
ทุกวันนี้ก็ยังรบราฆ่าฟันกันทุกวัน เราก็ถือซะว่า ชีวิตจะได้มีรสชาติละกัน55
ส่วนพ่อเรา ตั้งแต่เกิดมาตีเราครั้งเดียว ตอนนั้นเราแอบเอารถมอไซต์ไปหัดขี่แล้วรถคว่ำ พ่อตีซ้ำเพราะตกใจมาก  กลัวเราตาย อันนี้เรารับรู้ถึงความเป็นห่วงของพ่อ แต่ที่ไม่เคยตีเราและก็พี่สาว เพราะพ่อเมาตลอด ไม่เคยอยู่บ้าน จึงไม่สามารถปกป้องพวกเราจากแม่ได้ แต่ก็มีส่วนลึกๆที่​ผูกใจเจ็​บ​ เราคิดว่า​ เวลามันผ่านไปเร็ววันนัก ทำดีต่อกันจะดีกว่า เราไม่อยากเสียใจตอนตายจากกันไปแล้ว ว่าทำไมไม่รัก ทำไมเราไม่อยากมาเสียใจทีหลังที่แก้แค้นพ่อแม่ แต่แม่ก็ยังด่าไม่เลิก55
ปล.ขอบคุณบริษัทไดกิ้นอินดัสทรีส์  ที่ทำให้เราได้ลืมตาอ้าปากได้อย่างทุกวันนี้ ขอบคุณจริงๆ🙏
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่