Ep.3 ขับมอไซค์เที่ยวคนเดียว 20วัน19คืน ด้วยงบ 4,000 บาท จากกรุงเทพ - เบตง ระยะทางกว่า 3,330 กิโลเมตร

สวัสดีครับนี่ก็เป็น Ep.3 ของทริปนี้แล้ว
ถ้าใครเปิดมาเจอกระทุ้นี้แล้วงงๆ ซึ่งต้อง งงแน่ๆเพราะเรื่องราวนั้นไม่ต่อเนื่องกันแนะนำให้กลัยไปอ่าน Ep.1 และ 2 ตามลิงค์ด้านล่างนี้ก่อนครับ

                    เอาล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาต่อกันเลยครับ

                สืบเนื่องจาก Ep.2 ที่ผมไปดูป้าลันร้อนทองกันเสร็จในช่วงบ่ายแล้วก็นอนพักที่ศาลาวัดจนถึงช่วงเย็น เพื่อที่จะเกิดทางไปตามนัดกินข้าวที่ต้องท้าวความก่อนว่ายายนงค์นั้นได้มาเชิญชวนผมแต่เช้าแล้วซึ่งตอนแรกผมก็จะปฏิเสธ ทว่ามันกลับเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่เราจะได้คุยกับคนพื้นที่อย่างจริงจังซึ่งผมประเมินด้วยความรู้สึกคร่าวๆ ยายนงค์นั้นต้องเป้นชาวบ้านกลุ่มแรกๆที่มาตั้งรกรากแน่นอน ซึ่งในที่สุดมันก็เป็นอย่างที่ผมคาดจริงๆ
ลุงศร ป้าลัน กับ ยายนงค์ กับข้าววันนี้อร่อยมากๆ
           หลังจากค่ำคืนที่แสนมีความสุขตลบอบอวนไปด้วยบรรยากาศที่เป้นมิตรและอาหารที่อร่อยถูกปากมากๆ เช้าวันถัดมานั้นผมรีบออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดไปที่จุดชมวิวทะเลหมอกวัดภูเขาทองอีกครั้ง ด้วยหวังว่าจะไปสัมผัสกับบรรยากาศหมอกยามเช้าให้ได้แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ นับเป็นการชมหมอกที่ไกลบ้านสุดๆ ฮ่าๆๆๆ
และผมยังมีโอกาสได้เจอกับพี่ๆนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงที่มาจากรุงเทพอีกด้วย
เจดีย์วัดภูเขาทอง มีพระบรมสารีริกธาตุที่อยู่ใต้สุดของประเทสไทย
หลังช่วงชมทะเลหมอกช่วงเช้าเสร็จช่วงสายๆผมก็กราบลาหลวงตาเพื่อเดินทางต่อไปยังอำเภอสุไหงโก-ลก แต่ระหว่างทางไปนั้น
ผมมีโอกาสได้แวะหาพี่ที่รู้จักกันในเฟสที่คอยทาบทามตลอดว่าผมมาถึงไหนแล้ว ผมเลยไม่พลาดที่จะแวะไปทักทายพี่เค้าที่อำเถอสุไหงปาดี
มัวแต่คุยกันเพลิน ผมนี่ลืมถามชื่อแซ่เลย เอาเป็นว่ายินดีที่ได้รู้จักครับ
และด้วยความที่ได้มาที่นี่ผมก็มีโอกาสได้แวะไปชมน้ำตกฉัตรวารินที่อยุ่ในตัวอำเภอที่ทำให้ผมต้องสงสัยว่าทำไมน้ำตกสวยๆแบบนี้คนมาเที่ยวน้อยจัง
         หลังจากแวะเที่ยวน้ำตกเสร็จผมก็ออกเดินทางไปสุไหงโก-ลก ทว่า 30 นาทีผ่านไปขณะที่ผมกำลังจอดรถเพื่อจะเข้าไปถ่ายรูปกับป้ายสถานีสุไหงโก-ลก ผมก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่ต่างรุมล้อมจ้องมองมาที่ผมจนทำให้ผมต้องหันขึ้นไปสบหา เลยเห็นเป็นเหล่าวินมอเตอร์ไซค์ประจำสถานีรถไฟ ไม่รอช้าผมรีบวิ่งแจ้นเข้าไปยกมือไหว้ทักทายขอถ่ายรูปกันยกใหญ่ ก่อนจะลากันแล้วออกเดินทางต่อไปยัง อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส
ในที่สุดตอนี้ผมก็มาถึงที่เกาะยาวอำเภอตากใบซึ่งเป็นหาดทรายสุดท้ายของประเทศ ณ ชายแดนภาคใต้ และจากที่ผมเคยได้ยินมาคือเค้าใช้ที่นี่เป็นที่ๆดูแสงแรกของปี เพราะว่าที่นี่จะเห็นแสงอาทิตย์ที่แรกของประเทศ เห็นก่อนอำเภอโขงเขียม จังหวัดอุบลราชธานีอีก
สะพานคอยร้อยปี สะพานนี้ใช้ข้ามระหว่างเกาะยาวกัยบแผ่นดินใหญ่ ข้างหน้าฝั่งนู้นในรุปคือแผ่นดินใหญ่ครับ
 
หลังจากจากออกจากเกาะยาวในช่วงบ่ายแก่ๆ ผมก็เดินทางต่อไปที่ตัวเมืองนราธิวาสเพื่อเข้าพักที่อุทยานแห่งชาดิหาดอ่าวมะนาว
***วิวระหว่างทาง***
เช้าวันนี้ผมตื่นแต่เช้าแล้วคว้ากระเป่ากล้องออกไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้าแล้วก็ถ่ายรูปที่หาดอ่าวมะนาว
ที่หาดอ่าวมะนาวนี่ยังมีส้นต้นอายุร้อยปีด้วยนะ
แถมช่วงสายๆ จนท.อุทยานที่ผทคุยกันจนสนิทก็ยังพาไปสวนสนใกล้ๆหาดที่ผมว่าอันซีนมากๆ เหมาะสำหรับพาสาวมาถ่ายรุปมากๆ
แบยีกับแบฮัม จนท.อุทยานที่คุยกันจนสนิทแล้วก็พาผมไปเลี้ยงทั้งข้าวทั้งน้ำชา ดูแลผมดีมากๆ ฮ่าๆๆ
ถึงช่วงบ่ายของวันหลังจากที่ถ่ายรุปสวนสนเสร็จผมก็นั่งสไลไลฟ์อยู่ระหว่างรอฝนหยุดตกด้วย สุดท้ายก็ต้องออกเดินทางต่อไปยัง จ.ปัตตานีซึ่งที่นี่ผมเองก็ไมไ่ด้เที่ยวอะไรเพราะว่าอยู่ในช่วงขากลับแล้วต้องทำเวลาเพื่อกลับ กทม. ก็จะมีแต่รุ่นพี่เท่านั้นที่พาขับเที่ยวช่วงเย็นๆในเมืองปัตตานี
แบโตพาเที่ยว
ขอบคุณภาพมุมกว้างจากพี่หนุ่ยครับ
และเรื่องราวหลังจากเย็นวันนี้ก็คือช่วงเวลาของการชิลล์ ชิลล์ยาวไปอีกวันนึงทั้งวัน ไปนั่งจิบชาร้อน แล้วก็กินโรตีกับกือโป๊ะ(ชื่อเรียกมากฮ่าๆ)แถวๆหน้าม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีก่อนจะเริ่มออกเดินทางขับกลับไป กรุงเทพในวันถัดไป
และหลังจากนี้เป็นเรื่องราวการเดินทางกลับกรุงเทพที่ผมใช้เวลาทั้งหมด 3 วันซึ่งเวลาส่วนใหญ่เป็นการขับรถ นอกนั้นก็จะแค่แวะจุดเที่นวนิดๆหน่อยแวะหาทักทายเพื่อนที่รู้จักบางคนที่อยุ่ระหว่างทาง

      เริ่มด้วยวันแรกผมอำลา แบโตกับแม่แบโต บ้านรุ่นพี่ที่ผมมาพำนักเพื่อออกเดินทางต่อไปยัง จ.สุราษฯ แต่ระหว่างนั้นผมแวะหารุ่นพี่คนนึงที่ จ.พัทลุงด้วยแถมช่วงเย็นยังแวะไปถ่ายรุปที่สะพานเอกชัย อันโด่งดังของพัทลุงอีก ก่อนจะซัดไปถึงบ้านรุ่นพี่อีกคนที่สุราษฯในช่วงกลางดึก วันนี้นับเป็นวันที่ขับรถโหดมกาเกือบ 500 กิโลเมตรในวันเดียว
     
ระหว่าางทางแวะหาพี่ปึ้งที่พัทลุงด้วย
ช่วงเย็นๆแสงสวยเลยแวะมาถ่ายรูปที่นี่สักหน่อยแต่ถ่ายได้ไม่นานฝนก็เทลงมา บิดหนีฝนกันสนุก
เช้านี้ผมตื่นขี้นมาในช่วงสายที่บ้านของพี่ต้นที่เป็นฝาแฝดกับพี่ต่อ(คนในรูป) ที่ผมต้องแวะมาที่นี่ก็เพราะว่าในช่วงที่ออกจาก กทม มานั้นผมลืมขาตั้งกล้องไว้ที่บ้าน ทำให้ต้องมายืมขาตั้งกล้องพี่ต่อและวันนี้วนกลับมานี่อีกครั้งขาตั้งกล้องก็ต้องกลับคืนเจ้าของ ขอบคุณมากๆครับ
หลังจากเวลาเลยมาถึงช่วงเที่ยงผมเดินทางต่อมายังชุมพรเพราะมีนัดหมายกับคนบ้าคนนึง เค้าเป็นเพื่อนผมเองแต่ทว่ามันบ้ามากๆ ไอคนๆนี้มันใช้เงินแค่ 140,000 บาทเท่านั้นเดินทางไปได้ครึ่งโลก มันเป้นเพื่อนคนนึงที่ผมเองยอมรับนับถือในความบ้ามากๆ แล้วถ้าเผื่อใครอยากได้ตามมัน
ลองไปตามลิงค์นี้เลยได้ครับ https://web.facebook.com/HATANGTEAWROBLOK เพจหาตังค์เที่ยงรอบโลก มีตอนนึงที่ผมประทับใจมากคือมันไปเป็นครูอาสาสอนเด็กยากไร้ที่แอฟริกา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมยอมรับนับถือมากจริงๆ
คืนนี้พวกเรามากางเต็นท์นอนที่หาดทรายรี เรียกได้ว่าเป็นหาดสาธารณะเลยครับ ไม่มีห้องน้ำด้วย ฮ่าๆ เหมือนนอนข้างทางอ่ะ แต่ทว่าก็เต็มไปด้วยความสุขคืนนี้ไอน๊อตเพื่อนผมทำแกงส้มปลาทูกับใบเหลียงผัดไข่นั่งกินกันสองคนท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลโคตรฟินส์ จริงๆมีรูปพระอาทิตขึ้นตอนเช้าด้วย สวยมากๆ แต่ว่าเอามาลงในนี้ไมไหวครับ พื้นที่ไม่พอ และผมเองตั้งใจจะจบเรื่องราวในกระทู้นี้ ลองไปตามลิงค์นี่ได้ครับ https://web.facebook.com/photo?fbid=4016157828405888&set=pcb.4016158768405794 เป็นภาพในเฟสส่วนตัวผม ซึ่งลืมเอาลงเพจ ฮ่าๆ
ในส่วนของวันสุดท้ายนั้นเช้ามาพวกเราเก็บของแยกย้ายกันเด้นทางต่อในช่วงสายๆ วันนี้ผมขับรถยาวจาก ชุมพรถึงเพชรบุรีเพื่อไปยังจุดแวะสุดท้ายที่เพชรบุรีซึ่งมีรุ่นพี่ที่สนิทกันมากๆ พาผมทัวร์กินของอร่อยแทบจะรอบเพชรบุรีเลยก็ว่าได้ ซึ่งในครอบครัวผมเองนั้นผมเป็นพี่คนโตสุด ทำให้ผมรู้สึกผูกพันธ์กับพี่ๆเหล่านี้เหมือนเป็นพี่แท้ๆ เลย ฮ่าๆๆ ขอบคุณมากครับ
พี่ป่าน พี่เก่ง พี่เต่า แล้วก็บอลลี่
และในที่สุดในช่วงบ่ายๆของวันถัดมาผมก็เดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่า 20วัน19คืนที่หายออกไปจากบ้านคนแถวบ้านเกือบหน้า คนที่วินด้วยก็เช่นกันฮ่าๆๆ และนี้คือเรื่องราวคร่าวๆตลอดการเดินทางของผมครับ ใครสนใจอยากติดตามรูปภาพ หรือเรื่องราวเต็มๆ ไปดูในเพจของผมได้ครับ เพจ ขับวินเที่ยว หรือไปตามลิงค์นี้  https://web.facebook.com/khabwintiaw
แล้วพบกันใหม่กับกระทู้หน้าในทริปหน้า มาดูว่าบอลลี่จะไปลำบากที่ไหนอีก สวัสดีครับ







แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่