คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
จักรวรรดิเยอรมันดำรงอยู่ได้เพียง 47 ปี ยังไม่ถึงชั่วอายุขัยของมนุษย์คนนึงเลยด้วยซ้ำเเต่กลับสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว เเต่ถึงอย่างนั้นจักรวรรดิเยอรมันเรืองอำนาจมากในขณะที่ดำรงอยู่ จักรวรรดิเยอรมันคือการรวมรัฐเยอรมันที่อยู่โดยรอบปรัสเซียอันยิ่งใหญ่เข้าด้วยกัน กองทัพบกของจักรวรรดิเรืองอำนาจที่สุดในโลกเเซงทั้งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่เเละสหรัฐอเมริกา(เเต่ก็อย่างว่านะครับอังกฤษก็พอใจในกองทัพเรือของตนอยู่เเล้ว เเล้วอีกอย่างเป็นประเทศเกาะ ก็ไม่รู้ตะมีทัพบกไว้ทำไมในเมื่อลำพังตนก็สามารถใช้ทัพเรือต้านประเทศอื่นได้)

....จักรวรรดิเยอรมันดำรงอยู่ในปี 1871-1918 มีขนาดใหญมากเเต่ก็เล็กกว่าจักรวรรดิออสเตรียประเทศพี่อยู่ดี จักรวรรดิมีพื้นที่กว่า 215,000 ตารางไมล์หรือ 540,000 ตร.กม. (กล่าวอีกนัยหนึ่งใหญ่กว่าฝรั่งเศสสมัยในสมับปัจจุบันเล็กน้อย)
หลายพื้นที่ของประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือของไรน์แลนด์,ไซลีเซีย,แซกโซนีได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ค. ศ. 1850 ในปี 1873 ตลาดหุ้นในยุโรปกลางล้มเหลวและหลังจากนั้นประมาณหกปีที่แทบไม่มีการเติบโต แต่เศรษฐกิจจักรวรรดิเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 1879–80 ในตอนแรกอย่างช้าๆ
จักรวรรดิเยอรมันคือ 'ปรัสเซียที่มีขนาดใหญ่' ซึ่งปรัสเซียขึ้นชื่อว่ามีความเจริญที่สุดในจักรวรรดิเยอรมันเเละเเทบเป็นอันเดียวกับจักรวรรดิเยอรมันเลยก็ว่าได้นะครับ^^ ประกอบกับเป็นช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย นอกจากนี้ก่อนที่ปรัสเซียจะรวมชาติเยอรมันเอาจริงๆ รัฐเยอรมันก็มีความเจริญมาก่อนเเละเป็นมหาอำนาจมาก่อนหน้านี้เเล้ว จขกท.คงทราบดีนะครับว่าที่หมายถึงนี้ก็คือ "จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์" (เหมือนเคยอ่านในเว็บอื่นๆ นะครับเหมือนเคยมีคนเคยเรียกจักรวรรดินี้ว่าจักรวรรดิเยอรมันอันศักดิ์สิทธิ์)
จากช่วงต้นทศวรรษ 1890 อุตสาหกรรมของเยอรมันมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเวลานานและในปี 1912/13 GDP ของเยอรมนีแซงหน้าสหราชอาณาจักร(จักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอังกฤษยังมีศักยภาพที่ไม่เท่าเยอรมันเลยอ่ะ!!!) สิ่งนี้ร่วมกับกองทัพขนาดใหญ่ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีทำให้ประเทศอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ เเล้วก็มีหลายๆ อย่างเลยนะครับ ซึ่งในปัจจุบันเยอรมันก็ถือว่าเจริญสุดๆ จนอังกฤษถึงกับอิจฉาเลยทีเดียว เอ่อ...คุณหญิงเเทตเชอร์เคยร่วมมือกับสหภาพโซเวียตคว่ำบาตรเยอรมันเพราะกลัวว่าเยอรมันจะเจริญเกินไป เเต่กอร์บาชอฟก็ร่วมมือกับเยอรมันอยู่ดีเเละไม่คิดว่าเยอรมันเป็นอันตรายต่อยุโรปเเละโลก ปัจจัยที่ทำให้จักรวรรดิเยอรมันเรืองอำนาจเพราะ
- จักรวรรดิเยอรมันเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในยุโรปรองจากจักรวรรดิรัสเซีย ในปี 1914 เยอรมนีมีประชากร 65,860,000 คน รัสเซียมีประมาณ 166,000,000 คนฝรั่งเศสมี 41,630,000 คนบริเตนใหญ่มีประมาณ 43,000,000 คนและออสเตรีย - ฮังการีมี 52,000,000 คน
- มีแหล่งถ่านหินและแร่เหล็กที่สำคัญในดินแดนของเยอรมนีโดยเฉพาะในภูมิภาค. ในปี 1914 จักรวรรดิเยอรมันเป็นประเทศที่สามในการผลิตถ่านหินของโลกรองจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา แต่เป็นครั้งแรกในการสกัดแร่เหล็ก นั่นทำให้ชาวเยอรมันสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมหนักที่ทรงพลังได้
- ในเวลานั้นจักรวรรดิเยอรมันเป็นโรงไฟฟ้าทางวิทยาศาสตร์ มีระบบการศึกษาและวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระหว่างปี 1901 ถึง 1918 ชาวเยอรมันได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัลในสาขาการแพทย์ 6 รางวัลในสาขาฟิสิกส์ 7 รางวัลในสาขาเคมีและ 3 รางวัลในสาขาวรรณกรรม ผู้คนทั่วโลกมาที่เยอรมนีเพื่อศึกษา พวกเยอรมันมีความได้เปรียบเหนือทุกคนในทางเทคโนโลยี
- เป็นเวลา 19 ปีที่เสนาบดีแห่งจักรวรรดิเยอรมันคือรัฐบุรุษผู้มีความสามารถสูงและชาญฉลาดคือ ออทโท ฟอน บิสมาร์ค ความสำเร็จส่วนใหญ่ของเยอรมนีเป็นของผู้ชายคนนี้ เขารู้วิธีรักษาสมดุลของอำนาจในความสัมพันธ์ภายนอกและในแผนภายในเขาตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บิสมาร์กยังเป็นผู้ที่สร้างรัฐสวัสดิการสมัยใหม่แห่งแรก รวมทั้งแนะนำมาตรการสวัสดิการเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นแรงงานและหยุดการเติบโตของขบวนการสังคมนิยมและการย้ายถิ่นฐานไปยังอเมริกา ซึ่งเอาจริงๆ ก็มีหลายๆ ประเทศที่ย้ายไปอเมริกา เช่น ในไอร์แลนด์ทั้งๆ ที่มีประชากรเกือบ 8 ล้าน เเต่กลายเป็นว่าเพียงในเวลาไม่ดี่สิบปีชาวไอร์เเลนด์หายไปหมดจนเหมือเเค่ 4 ล้านเศษเท่านั้น


จักรวรรดิเยอรมันที่มีอายุเเสนสั้นเเต่เรืองอำนาจ
....จักรวรรดิเยอรมันดำรงอยู่ในปี 1871-1918 มีขนาดใหญมากเเต่ก็เล็กกว่าจักรวรรดิออสเตรียประเทศพี่อยู่ดี จักรวรรดิมีพื้นที่กว่า 215,000 ตารางไมล์หรือ 540,000 ตร.กม. (กล่าวอีกนัยหนึ่งใหญ่กว่าฝรั่งเศสสมัยในสมับปัจจุบันเล็กน้อย)
หลายพื้นที่ของประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือของไรน์แลนด์,ไซลีเซีย,แซกโซนีได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ค. ศ. 1850 ในปี 1873 ตลาดหุ้นในยุโรปกลางล้มเหลวและหลังจากนั้นประมาณหกปีที่แทบไม่มีการเติบโต แต่เศรษฐกิจจักรวรรดิเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 1879–80 ในตอนแรกอย่างช้าๆ
จักรวรรดิเยอรมันคือ 'ปรัสเซียที่มีขนาดใหญ่' ซึ่งปรัสเซียขึ้นชื่อว่ามีความเจริญที่สุดในจักรวรรดิเยอรมันเเละเเทบเป็นอันเดียวกับจักรวรรดิเยอรมันเลยก็ว่าได้นะครับ^^ ประกอบกับเป็นช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย นอกจากนี้ก่อนที่ปรัสเซียจะรวมชาติเยอรมันเอาจริงๆ รัฐเยอรมันก็มีความเจริญมาก่อนเเละเป็นมหาอำนาจมาก่อนหน้านี้เเล้ว จขกท.คงทราบดีนะครับว่าที่หมายถึงนี้ก็คือ "จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์" (เหมือนเคยอ่านในเว็บอื่นๆ นะครับเหมือนเคยมีคนเคยเรียกจักรวรรดินี้ว่าจักรวรรดิเยอรมันอันศักดิ์สิทธิ์)
จากช่วงต้นทศวรรษ 1890 อุตสาหกรรมของเยอรมันมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเวลานานและในปี 1912/13 GDP ของเยอรมนีแซงหน้าสหราชอาณาจักร(จักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอังกฤษยังมีศักยภาพที่ไม่เท่าเยอรมันเลยอ่ะ!!!) สิ่งนี้ร่วมกับกองทัพขนาดใหญ่ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีทำให้ประเทศอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ เเล้วก็มีหลายๆ อย่างเลยนะครับ ซึ่งในปัจจุบันเยอรมันก็ถือว่าเจริญสุดๆ จนอังกฤษถึงกับอิจฉาเลยทีเดียว เอ่อ...คุณหญิงเเทตเชอร์เคยร่วมมือกับสหภาพโซเวียตคว่ำบาตรเยอรมันเพราะกลัวว่าเยอรมันจะเจริญเกินไป เเต่กอร์บาชอฟก็ร่วมมือกับเยอรมันอยู่ดีเเละไม่คิดว่าเยอรมันเป็นอันตรายต่อยุโรปเเละโลก ปัจจัยที่ทำให้จักรวรรดิเยอรมันเรืองอำนาจเพราะ
- จักรวรรดิเยอรมันเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในยุโรปรองจากจักรวรรดิรัสเซีย ในปี 1914 เยอรมนีมีประชากร 65,860,000 คน รัสเซียมีประมาณ 166,000,000 คนฝรั่งเศสมี 41,630,000 คนบริเตนใหญ่มีประมาณ 43,000,000 คนและออสเตรีย - ฮังการีมี 52,000,000 คน
- มีแหล่งถ่านหินและแร่เหล็กที่สำคัญในดินแดนของเยอรมนีโดยเฉพาะในภูมิภาค. ในปี 1914 จักรวรรดิเยอรมันเป็นประเทศที่สามในการผลิตถ่านหินของโลกรองจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา แต่เป็นครั้งแรกในการสกัดแร่เหล็ก นั่นทำให้ชาวเยอรมันสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมหนักที่ทรงพลังได้
- ในเวลานั้นจักรวรรดิเยอรมันเป็นโรงไฟฟ้าทางวิทยาศาสตร์ มีระบบการศึกษาและวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระหว่างปี 1901 ถึง 1918 ชาวเยอรมันได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัลในสาขาการแพทย์ 6 รางวัลในสาขาฟิสิกส์ 7 รางวัลในสาขาเคมีและ 3 รางวัลในสาขาวรรณกรรม ผู้คนทั่วโลกมาที่เยอรมนีเพื่อศึกษา พวกเยอรมันมีความได้เปรียบเหนือทุกคนในทางเทคโนโลยี
- เป็นเวลา 19 ปีที่เสนาบดีแห่งจักรวรรดิเยอรมันคือรัฐบุรุษผู้มีความสามารถสูงและชาญฉลาดคือ ออทโท ฟอน บิสมาร์ค ความสำเร็จส่วนใหญ่ของเยอรมนีเป็นของผู้ชายคนนี้ เขารู้วิธีรักษาสมดุลของอำนาจในความสัมพันธ์ภายนอกและในแผนภายในเขาตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บิสมาร์กยังเป็นผู้ที่สร้างรัฐสวัสดิการสมัยใหม่แห่งแรก รวมทั้งแนะนำมาตรการสวัสดิการเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นแรงงานและหยุดการเติบโตของขบวนการสังคมนิยมและการย้ายถิ่นฐานไปยังอเมริกา ซึ่งเอาจริงๆ ก็มีหลายๆ ประเทศที่ย้ายไปอเมริกา เช่น ในไอร์แลนด์ทั้งๆ ที่มีประชากรเกือบ 8 ล้าน เเต่กลายเป็นว่าเพียงในเวลาไม่ดี่สิบปีชาวไอร์เเลนด์หายไปหมดจนเหมือเเค่ 4 ล้านเศษเท่านั้น

มหาอำนาจสามชาติ(จักรวรรดิเยอรมัน,จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี,จักรวรรดิออตโตมัน)ชาติมหาอำนาจกลางทั้งสามขาติต้องรบเเพ้เเละนำความอัปยศมาสู่ตนเอง!!!
แสดงความคิดเห็น
ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จักรวรรดิเยอรมัน จัดว่าเป็นจักรวรรดิใหม่ไฟแรง ยิ่งใหญ่มากแค่ไหนครับ
อาณานิคมของเยอรมันและรัฐในอารักขาในปี 1914