[Spoil+Review] The Mandalorian S2 Ep.4 >>จุดเชื่อมของซีรีส์กับภาพยนตร์

[ความเดิม] หลังจากแมนดาโลเรี่ยนนาม 'ดิน จาร์ริน' จับกุมตัวเอเลี่ยนเผ่ามิธโรล (Mythrol) ที่ตัวสีฟ้า เพื่อเงินค่าหัวในตอนแรกของซีซั่น 1
เขาก็รับงานพาตัวเด็กสปีชีส์เดียวกับโยดาจากดาวดวงหนึ่ง มาส่งให้นายจ้างจากซากทัพจักรวรรดิ ณ ดาวเนวาร์โร
ก่อนเปลี่ยนใจบุกรังจักรวรรดิ เพื่อชิงตัวเด็กสปีชีส์เดียวกับโยดา คืนมาจากพวกนั้นเมื่อตอนที่ 3 ของซีซั่น 1

ระหว่างตะลุยรังศัตรู เขาไว้ชีวิตคุณหมอเพิร์ชชิ่ง (Dr. Pershing) ซึ่งคัดค้านการฆ่าเด็กเพื่อเป้าหมาย ของนายจ้าง
จากนั้นกิลด์นักล่าเงินรางวัล กับกลุ่มแมนดาโลเรี่ยนบนเนวาร์โร จึงต้องเผชิญความโกรธเกรี้ยวของพวกจักรวรรดิ
แต่ด้วยความร่วมมือของจาร์ริน, คาร่า ดูน และกรีฟ คาร์กา สุดท้ายกองกำลังจักรวรรดิก็แตกพ่าย 
และ 'มอฟฟ์ กิเดียน' ซึ่งเป็นหัวโจก ก็ (ดูเหมือนจะ) วายชีวาไปเช่นกัน



[สปอยล์] ดิน จาร์ริน ทราบแล้วว่าควรไปหาเจไดแถวไหน เพราะโบ-คาธาน ครีซ แจ้งที่อยู่อาโซก้า ทาโน่ให้
แต่ยานใบมีดโกนของเขาสภาพชำรุดทรุดโทรมเกินห้ามใจไหว เนื่องจากไปเจออุบัติเหตุร้ายแรงเข้าก่อนหน้านี้

เขาพยายามหาตัวช่วยฉุกเฉิน โดยสอนเบบี้โยดาซ่อมยาน
แต่เพราะล้มเหลวไม่เป็นท่า จึงจำใจยอมให้กำหนดการล่าช้า และขับยานมุ่งหน้ากลับไปหาเหล่าสหายบนเนวาร์โร

ไม่แน่ใจว่าจาร์รินใช้เวลาหาเบาะแสเจไดใน 3 ตอนที่แล้วนานแค่ไหน แต่เมื่อกลับมาถึงเขาได้เจอเซอร์ไพรส์หลายอย่าง
เพราะเนวาร์โร่เปลี่ยนไปมาก ด้วยความทุ่มเทของกรีฟ คาร์กา กับคาร่า ดูน 

สังคมดูสงบสันติเนื่องจากคาร่า ดูน ไล่กระทืบคนชั่วไปทั่ว จนประชาชนแถวนั้นต่างยกย่องเธอในฐานะ 'นายอำเภอ' ประจำถิ่น
แหล่งซ่องสุมของกิลด์นักล่าทรัพย์ กลับกลายสภาพเป็น 'โรงเรียน' สำหรับสอนหนังสือเยาวชน 
และมิธโรลผู้มีประวัติอาชญากรรม ดันโดนกรีฟ คาร์กา จับอบรมบ่มนิสัยจนอยู่หมัด
ตอนนี้ผันตัวมาทำอาชีพสุจริต คอยดูแลเรื่องการลงทะเบียนเข้าออกของยานแถวนั้นให้กรีฟซะแล้ว


กรีฟหาช่างมาซ่อมยานให้สหายแบบทันใจ และขอจาร์รินว่าในระหว่างรอ, เอ็งยอมมาช่วยข้าทำภารกิจบางอย่าง แลกค่าซ่อมได้หรือไม่
ภารกิจที่กรีฟกับดูนอยากให้จาร์รินช่วย คือการทำลายฐานทัพเก่าของจักรวรรดิ ที่ยังคงตั้งตระหง่าน ณ จุดหนึ่งของเนวาร์โรอยู่
ทั้งสองไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร แต่ฐานนี้ไม่โดนปล่อยร้างสักที ปัจจุบันยังมีทหารประมาณนึงเฝ้าประจำการ
ทั้งที่รี้พลส่วนใหญ่ถูกทำลาย และกิเดียนตายไปแล้วแท้ ๆ

แม้ป้อมที่เกือบร้างไม่ควรเป็นภัย แต่ในเมื่อที่นั่นน่าจะมีอาวุธเหลือเป็นปริมาณมาก
จนดึงดูดเหล่าอาชญากรสู่เนวาร์โร (เพราะพวกมันหวังขโมยอาวุธชุดนี้ไปปล่อยตลาดมืด)
การถล่มป้อมให้พังพินาศจึงดูเข้าท่า กว่าการปล่อยทิ้งไว้เป็นไหน ๆ 

จาร์รินตกลงใจจะช่วยตามคาด แผนการปิดเครื่องหล่อเย็นลาวา เพื่อให้พลังธรรมชาติล้นปรี่ออกมากลืนกินฐานทัพทหาร จึงเริ่มต้น
สามสหายฝากเบบี้โยดาไว้ที่โรงเรียน และกรีฟก็บังคับมิธโรล (ผู้ออกอาการกลัวแบบชัดแจ้ง) ให้ไปด้วยกัน เนื่องจากหมอนี่มีทักษะด้านเทคโนโลยีสูง

ภารกิจดำเนินไปด้วยดีจนถึงตอนปิดเครื่องหล่อเย็น แม้ป้อมไม่ร้างอย่างที่พวกเขาคิด มีสตอร์มทรูเปอร์เหลืออยู่เป็นโขยง
แต่ระหว่างที่รีบแจ้นออกจากฐาน ก่อนมันระเบิดเพราะลาวา ภายใน 10 นาที
กลุ่มพระเอกกลับเจอภาพที่เหลือเชื่ออยู่เบื้องหน้า จนต้องเปลี่ยนแผนยอมเสียเวลา สำรวจหาข้อมูลก่อน
พวกเขาต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมมีแท็งก์น้ำ บรรจุร่างบิดเบี้ยวจำนวนมาก ตั้งเรียงรายกันอยู่ภายในห้องๆ หนึ่ง

มิธโรลค้นพบบันทึกการสื่อสาร ที่หมอเพิร์ชชิ่งส่งให้กิเดียน เมื่อ 3 วันก่อน
สาระสำคัญคือการทำสำเนาสิ่งมีชีวิต โดยใช้ตัวอย่างเลือดของเบบี้โยดา ผลลัพธ์ไม่เข้าเป้า
แต่ยังไงเราก็ใช้เลือดเด็กหมดเกลี้ยงแล้ว และจำเป็นต้องได้มาเพิ่ม หากอยากให้การทดลองเดินหน้าต่อ
เพราะการใช้ผู้บริจาครายอื่น รังแต่จะทำให้ประสบความล้มเหลวและสูญเสียหนักหนากว่านี้
เนื่องจากปริมาณของเอ็ม (M-count) ในโลหิตของพวกนั้น สู้เบบี้โยดามิได้

เมื่อเห็นหมอเพิร์ชชิ่ง ที่คราวนี้ทำท่าจะยอมสูบเลือดเด็กจนตายเพื่อเป้าหมายได้ และตระหนักว่ากิเดียนยังมีชีวิตอยู่
จาร์รินเลยเปิดเจ็ตแพ็ค พุ่งทะยานกลับไปหาเด็กล่วงหน้าคนเดียว
ส่วนเพื่อนๆ ที่เหลือก็รีบเคลียร์เส้นทางหลบหนีของตัวเองกัน

คาร่า ดูน ตบเอายานยนต์หุ้มเกราะของทัพจักรวรรดิ (ที่ดับเครื่องจอดค้างไว้ในป้อม) มาใช้ลี้
แก๊งค์คาร่า, คาร์กา และมิธโรล ดูจะเอาตัวรอดกันได้ดีอยู่พักหนึ่ง
แต่พอยานรบเครื่องยนต์ไอออนแฝด (TIE fighters) บินออกมาได้ทันก่อนฐานทัพระเบิด และเปิดฉากยิงใส่
พวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่สามารถหนีพ้นได้อีกต่อไป...

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ายานใบมีดโกนของพระเอกซ่อมเสร็จแล้ว 
เขาจึงขับมันกลับมาช่วยเพื่อนๆ พร้อมเบบี้โยดาที่นั่งเคี้ยวมาการองสีฟ้า (อันจิ๊กมาจากเด็กคนนึงในโรงเรียน) อยู่บนเบาะหลัง
จาร์รินสอย TIE fighters ศัตรูร่วงกราว, เหล่าพวกพ้องโห่ร้องด้วยความยินดี


หลังพระเอกออกจากเนวาร์โรเพื่อเจอเจได, คนของสาธารณรัฐใหม่แวะมาคุยกับกรีฟ คาร์กา เพื่อถามหาว่าพระเอก (ซึ่งมีค่าหัวติดตัว) อยู่หนใด
แน่นอนว่ากรีฟไม่ขายเพื่อน แต่การมาเยือนเนวาร์โรของคนจากสาธารณรัฐใหม่ อาจไม่เสียเที่ยวเปล่า
เพราะเขาถือโอกาสทาบทามคาร่า ดูน ให้ช่วยเป็นกำลังแก่สาธารณรัฐใหม่
เนื่องจากรัฐบาลกำลังระแคะระคายว่า พวกจักรวรรดิอาจวางแผนก่อการครั้งใหญ่

ในอีกด้านหนึ่ง พนักงานซ่อมใบมีดโกนของกรีฟคนนึง แอบติดเครื่องส่งสัญญาณบนยาน ตามคำสั่งของคนรู้จักฟากจักรวรรดิ
คนของจักรวรรดิที่เป็นสตรีผู้นี้ทำงานรับใช้มอฟฟ์ กิเดียน, ฉะนั้นหลังจากนี้เขาสามารถบุกไปหาเด็กได้ทุกเมื่อโดยปริยาย

และไม่ทราบว่าเขาเตรียมไว้เพื่องานนี้โดยเฉพาะหรือไม่ ?
แต่ในฉากสุดท้ายของตอน มีเกราะสตอร์มทรูเปอร์สีดำจำนวนเยอะเป็นตับ เรียงแถวหน้ากระดานรอใช้งานในการรบอยู่


[วิจารณ์] ตามความเห็นส่วนตัวคือการโฆษณาตอน Rise of Skywalker ฉาย ว่าซีรีส์จะมีสิ่งเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ปรากฏในตอน
แล้วผลออกมาดันเป็นแค่เบบี้โยดาโชว์พลังรักษา เหมือนกับเรย์ 
มันไม่ใช่ความเชื่อมโยงของจริง แบบสิ่งที่เปิดเผยในตอนล่าสุดนี่ (ถึงแม้น่าจะเดากันออกตั้งแต่ปีมะโว้แล้วก็ตามที)

ยังไงก็ดี การเฉลยว่าจักรวรรดิอยากได้เบบี้โยดา ไปพัฒนาเทคโนโลยีโคลนนิ่งเพื่อพัลพาทีน มาเร็วกว่าที่เคยนึกไว้ (นึกว่ารอบอกแถวซีซั่น 3 หรือ 4 เลยด้วยซ้ำ) 
จึงถือเป็นสัญญาณดีว่าต่อให้ซีรีส์ประสบความสำเร็จ แต่ทางผู้สร้างก็ไม่เห็นว่าควรยืดเรื่องให้เยิ่นเย้อ เพื่อเก็บไอเดียไว้เผื่อสร้างอีกหลายๆ ซีซั่น
และเผลอๆ พวกเขาอาจมีไอเดียอีกเป็นกะตั้กที่อยากเล่า จนรู้สึกว่าเอามาผลิตซีรีส์มันไม่ทันใจเลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้ยาวกว่าตอนที่แล้วนิดคือประมาณ 30 กว่านาที และด้านการเล่าเรื่องก็กระชับฉับไวได้ใจความ เช่นเดียวกับตอนก่อน
คุณภาพฉากขับยานยนต์ไล่ล่ากันจัดว่ายอด งานเทคนิคพิเศษก็ระดับเดียวกับหนังใหญ่
ความสนุกอยู่ในขั้นขอให้คะแนนเต็ม สมกับที่เป็นไคลแมกซ์ครึ่งแรกของซีซั่น


[ปล.1] ผู้กำกับตอนนี้คือคาร์ล เวทเธอร์ส นักแสดงผู้รับบทกรีฟ คาร์กา (เล่นเองกำกับเองด้วยจ้า)

[ปล.2] ก่อนดูเดาว่าต้องเอายานไปซ่อมแล้วออกทะเลอีกสักตอนสองตอน
แต่พอถึงจุดเฉลยปริศนา ดันกลายเป็นว่าพล็อตหลัก ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องเหมือนตอนก่อน
 แป๊บเดียวก็ผ่านมาครึ่งซีซั่น = เหลือตอนให้ยืดอีกไม่มากนักแล้ว

[ปล.3] อันนี้ {แซวเล่น} ขำๆ พวกพระเอกช่างเหี้ยมเกรียมเสียนี่กระไร
มีอย่างที่ไหนทั้งขับรถบดสตอร์มทรูเปอร์, ยิงปืนใหญ่ใส่ตรงๆ จนร่างอีกฝ่ายเละไป
แต่ดันกู่ร้องสะใจ ไม่ก็หัวเราะเพราะการกระทำของตัวเองซะงั้น 
ไม่ฉุกคิดบ้างหรือไรว่าคนพวกนั้นอาจเป็นแค่ทหารเกณฑ์ ที่เห็นแก่ปากท้องของลูกเมียหรือครอบครัวที่บ้าน จึงยังทำงานกับจักรวรรดิอยู่โดยไม่ลาออก
และไม่สมควรต้องตายมาตายโหดแบบนั้นน่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่