[Spoil+Review] The Mandalorian S2 Ep.5 >>เจไดปรากฏกายา

ชื่อตอนภาษาปะกิดก็ใช้คำว่า 'The Jedi' ที่ทำให้รู้ว่าจะมีเจไดโผล่ในซีรีส์คนแสดงเป็นครั้งแรกอยู่แล้ว ฉะนั้นกรณีนี้ไม่ถือว่าสปอยล์ตั้งแต่ชื่อกระทู้นะครับ

[ความเดิม] แมนดาโลเรี่ยนนามดิน จาร์ริน ช่วยชีวิตเด็กสปีชีส์เดียวกับโยดาจากซากทัพจักรวรรดิ และระหว่างตามหาหนทางสร้างความปลอดภัยให้เด็กน้อย ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน

ปัจจุบันจาร์รินอยู่ระหว่างค้นหา 'เจได' เหล่าผู้ใช้ความสามารถพิเศษได้เช่นเดียวกับเด็ก ที่เหลือน้อยยิ่งนักในจักรวาล
เพื่อให้มารับตัวเด็กไปดูแลต่อ แลสอนสั่งวิชาเหนือธรรมชาติสืบไป
และล่าสุดก็เพิ่งได้เบาะแสของเจไดชื่อ 'อาโซก้า ทาโน่' มา ว่าหล่อนกำลังพำนักบนคอร์วัส ดาวแห่งไพรวัน 



[สปอยล์] ณ เขตชายป่านอกเมืองคาโลดัน บนดาวคอร์วัส
ธรรมชาติถูกทำลายหนักเพราะผู้ปกครองสูบทรัพยากร ถึงขั้นไร้ต้นไม้ที่เหลือใบ
แถมสภาพบรรยากาศยังอึมครึมไปหมด ไม่ว่าหันมองทางไหน
กลุ่มนักรบอาวุธครบมือถือปืนมาพร้อม กำลังเปิดศึกกับศัตรูเพียงหนึ่งชีวิต ในยามค่ำคืน

แต่ถึงไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่า พวกเขาต่างหากเป็นฝ่ายพบความยากลำบากสาหัส 
เนื่องจากสตรีผู้นั้นปรากฏกายาออกมาต่อหน้า เฉพาะเวลาจู่โจมด้วยไลท์เซเบอร์สีขาว ซึ่งสว่างเรืองรองเสียจนโดดเด่น
ก่อนจะหายวับไปจากคลองสายตา เมื่อปิดการทำงานของกระบี่ที่ส่องแสงเสมอ

อาโซก้า ทาโน่ ใช้กระบี่แสงสีขาว 2 เล่มกับทักษะระดับเทพ เก็บกองกำลังติดอาวุธเรียบ และมุ่งสู่ประตูเมืองที่ผู้ปกครองหญิงชื่อมอร์แกนยืนอยู่
อาโซก้าต้องการข้อมูลบางอย่างจากมอร์แกน และคิดใช้กำลังบีบให้ผู้ปกครองยอมคายออกมา
แต่มอร์แกนใช้ชาวเมืองตาดำๆ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเป็นตัวประกัน อาโซก้าจึงผลีผลามบุกไม่ได้
หล่อนเลยยอมถอยก่อน 1 วัน พร้อมขู่มอร์แกนว่าจงยอมแพ้ก่อนเวลานั้นเถอะ


เช้าวันรุ่งขึ้น, ดิน จาร์ริน เดินทางถึงดาวแห่งไพรวัน และจับเด็กยัดใส่กระเป๋าห้อยข้างพาติดเข้าเมืองไปด้วยกัน (เนื่องจากเปลลอยได้พังไปเพราะเจอเหตุเภตภัยในสองตอนก่อน)
จาร์รินเดินท่อมๆ เข้าเมืองโดยมิตระหนักว่าแถวนี้เขามีเรื่องอะไรกัน ครั้นจะถามใครเอาความให้เข้าใจก็ทำบ่ได้ เพราะไร้ชาวบ้านผู้ใดที่กล้าสนทนากับบุคคลต่างถิ่น
แต่ด้วยสภาพที่ทหารแถวนั้นท่าทางกร่าง วางเขื่องออกนอกหน้า, แถมมีประชาชนบางคนโดนจับเข้าเครื่องกักขังทรมานโชว์อยู่หน้าจวน เขาก็คงตระหนักว่าผู้ครองนครตอนนี้โหดแค่ไหน

มอร์แกนเรียกแมนดาโลเรี่ยนเข้าพบ แล้วแจ้งความประสงค์แบบตรงไปตรงมา นั่นคือการว่าจ้างเขาสังหารเจไดคนนึงให้ด่าวดิ้น
จาร์รินรู้แกวว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นแต่เนิ่นๆ ไม่มีกระไรดี จึงตีเนียนเล่นตามน้ำไม่ปฏิเสธ และเรียกหาค่าตอบแทน
มอร์แกนเลยเสนอจะมอบคทาปลายแหลมหนึ่งด้าน ที่ทำจากเบสคาร์ (โลหะชนิดเดียวกับเกราะของจาร์ริน) ล้วนๆ เป็นรางวัล

จาร์รินรับงาน แล้วเข้าป่ามุ่งหน้าสู่ตำแหน่งสุดท้ายของอาโซก้า ที่พวกทหารของมอร์แกนสืบทราบ
การพบกันของทั้งสองไม่ราบรื่นนัก เพราะอาโซก้าสามารถลอบเข้าข้างหลังจาร์รินโดยไม่รู้ตัว แล้วหวดกระบี่แสง 2 เล่มใส่เขาเต็มๆ แรงได้
แต่เคราะห์ดีที่เกราะเบสคาร์มีความแข็งแกร่ง มากพอจะป้องกันไลท์เซเบอร์
จาร์รินเลยเหลือโอกาสแจ้งให้ทราบว่า ตัวเขามาเพื่อคุยกับหล่อน หาใช่จักต่อสู้ด้วยเพราะมอร์แกนไหว้วานมาไม่

หลังฟังเรื่องราวจากจาร์ริน, อาโซก้า ทาโน่จึงเริ่มการสื่อสารด้วยโทรจิต กับเด็กน้อยอายุ 50 ปี
เธอจึงทราบว่าเด็กคนนี้ชื่อโกรกู (Grogu) เคยใช้ชีวิตอยู่ในวิหารเจไดบนดาวเมืองหลวง/คอรัสซัง และผ่านการสอนสั่งจากอาจารย์เจได (Jedi master) มาแล้วหลายคน
ในช่วงเวลาที่สาธารณรัฐล่มจมและจักรวรรดิเถลิงอำนาจ, โกรกูซ่อนตัวอยู่ และใครบางคนจากในวิหาร เป็นผู้พาเขาออกมา 

ความทรงจำของโกรกูขาดช่วง รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ตามลำพัง หลบๆ ซ่อนๆ ปิดบังความสามารถด้านการใช้ 'พลัง' หลายต่อหลายปี
จนทักษะด้านนี้เสื่อมถอย เนื่องจากขาดการขัดเกลา และเพราะเขาโดนความกลัวกับความโกรธเข้าเกาะกุมจิตใจ

อาโซก้าที่สัมผัสได้ถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น ระหว่างจาร์รินกับโกรกู ปฏิเสธที่จะรับตัวเด็กมาฝึกฝนวิถีแห่งพลัง
การพรากตัวทั้งสองแยกจากกัน มันอาจนำมาซึ่งความกลัว ทำให้ความโกรธเพิ่มพูน
และสุดท้ายความรู้สึกพวกนั้น อาจก่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ ในรูปแบบเดียวกับอัศวินเจไดคนที่เธอเคยเห็น


จาร์รินยังไม่ยอมตัดใจ เขายื่นข้อเสนอจะช่วยอาโซก้า จัดการปัญหาเรื่องมอร์แกน และหากทำสำเร็จเธอต้องรับโกรกูเป็นศิษย์
เนื่องจากจาร์รินตระหนักดีว่าแค่อาโซก้าคนเดียว ไม่สามารถรับมือทหารจำนวนมากของเจ้าเมืองหญิง ที่เคยช่วยจักรวรรดิสร้างกองยานได้

ความร่วมมือระหว่างแมนดาโลเรี่ยนกับเจได ที่เคยมีเรื่องบาดหมางถึงขนาดทำสงครามกันในอดีตกาล เป็นอะไรที่ศัตรูหน้าไหนก็คงคาดไม่ถึง
คืนนั้นอาโซก้ากับจาร์รินจึงเป็นฝ่ายคว้าชัย, ทหารของมอร์แกนที่มีทั้งคนและหุ่นยนต์โดนกวาดเกลี้ยงนคร
อาโซก้าเข้าถึงตัวมอร์แกน และชนะในศึกดวลกระบี่แสงกับคทาเบสคาร์ 
ก่อนจะรีดหาข้อมูลจากมอร์แกน ว่าเจ้านายของหล่อนซึ่งชื่อ 'พลเรือเอก ธรอว์น' (Grand Admiral Thrawn) อยู่ ณ แห่งหนใด


รุ่งเช้าหลังศึกใหญ่, อาโซก้ามอบคทาเบสคาร์ให้เป็นของกำนัลแก่จาร์ริน ก่อนปล่อยเขามุ่งหน้ากลับไปหาโกรกูที่ยานอวกาศประจำตัว
จาร์รินคิดว่าถึงคราวต้องบอกลา แต่ปรากฏว่าอาโซก้า แอบตามเขามาถึงจุดจอดยานนอกเมือง เพื่อยืนกรานเรื่องจะไม่ยอมฝึกเด็ก 
แต่ด้วยความที่ไม่อยากผิดสัญญา จนกลายเป็นจาร์รินช่วยหล่อนเสียเที่ยวเปล่า
อาโซก้าจึงบอกให้พาโกรกู สู่ซากปรักหักพังของวิหารเจไดเก่า บนดาวไทธอน (Tython) 

หล่อนเชื่อว่าหากโกรกูสัมผัสกับพลังแถววิหาร เขาจะพบหนทางที่ตนควรเดินหน้าต่อ
หรือไม่ก็มีเจไดสักคน (แม้เหลือน้อยเต็มทน) ตระหนักถึงตัวตนของเด็กเมื่อสัมผัสพลังบนที่แห่งนั้น และมุ่งหน้ามารับโกรกูไปเป็นลูกศิษย์



[วิจารณ์] ตอนนี้สำหรับผู้ติดตามแฟรนไชส์สตาร์วอร์สนอกโรงหนังด้วย (โดยเฉพาะอนิเมชั่นซีรีส์) นี่คงเป็นอะไรที่ปลาบปลื้มและน่าตื่นเต้น
ด้านฉากแอ็คชั่นก็เล่นกับแสงสว่างและความมืดได้ดี มีการใส่เหตุผลรองรับซึ่งฟังขึ้น เพื่อให้อาโซก้าใช้วิธีสู้แบบตีแล้วหนีเป็นหลัก
เรียกว่าทั้งประหยัดงบประมาณ (แสงน้อยก็ทำซีจีง่าย) และตรงตามเนื้อเรื่อง กลายเป็นตอนบู๊แหลกได้โดยไม่เปลืองเงิน

ผู้เขียนบทและกำกับของซีซั่น 2 ตอน 5 คือเดฟ ฟิโลนี่ ที่ผลิต The Clone Wars และ Rebels 
ฉะนั้นบุคลิกกับนิสัยของอาโซก้า ผู้เป็นตัวละครหลักของตอนตีคู่มากับพระเอก จึงตรงตามลักษณะดั้งเดิมของหล่อนแบบไม่ต้องสงสัย
การอธิบายว่าที่อาโซก้าไม่ยอมเป็นอาจารย์ของเด็กคนนี้ เพราะกลัวเจอกรณีแบบอนาคินซ้ำสอง ก็ทำออกมาให้เห็นด้วยได้ง่ายๆ 

ทว่าปัญหาคือนิสัยของจาร์รินที่ผมมองว่าผิดเพี้ยนไปนิด เพราะหมอนี่คือตัวละครประเภททำอะไรเด็ดขาดต่อศัตรู
ในช่วงห้ามลิ่วล้อไปช่วยมอร์แกนขณะดวลกับอาโซก้า ถ้าเป็นเขาตามปกติควรยิงทิ้งทันที โดยไม่รีรอดูเชิงอีกฝ่ายให้วุ่นวาย
ไม่ชักช้า มัวหาจังหวะทำตัวเป็นสิงห์ปืนไว ยิงสวนใส่ตอนไร้ทางเลือกแล้วเช่นนี้

อีกข้อเสียคือถึงอาโซก้าน่าจะมีชื่อเสียงสุด ในบรรดาตัวละครจากเนื้อหาเสริมอื่นๆ นอกเหนือจากหนังสตาร์วอร์สกับซีรีส์คนแสดง
แต่เล่นไม่อธิบายสักนิดว่าเธอเป็นใคร, ไม่ใส่ฉากจาร์รินถามเธอว่ารอดจากเหตุล้างบางเจไดอีท่าไหน หรือถามว่าทำไมไม่ปิดบังความเป็นเจได มาสักฉาก
มันก็ดูผิดธรรมชาติไปหน่อย (ปกติถ้ารู้ว่าตอนนั้นเจไดหายาก และต้องลำบากแค่ไหน เป็นใครก็คงสงสัยบ้างหรอกกระมัง)



[ปล.1] มองแล้วนึกว่าหอก (spear) เนื่องจากด้านหนึ่งปลายแหลมชัดเจน แต่พอเช็คดูพวกเว็บฝรั่ง เขาระบุตรงกันว่ามันคือคทา (staff) เบสคาร์
น่าจะเพราะตอนสู้ในเรื่อง ผู้ใช้เน้นควงไปมาและป้องกันกระบี่แสง มากกว่าทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามด้วยมั้ง
เอาเป็นว่างานนี้จาร์รินได้ของดี มาใช้รับมือกระบี่สีดำของกิเดียนละ

[ปล.2] เพราะหล่อนกำลังยุ่งๆ กับภารกิจของตัวเองอยู่ นั่นคือตามหาคนชื่อธรอว์น 
และด้วยความที่มีข่าวว่าดิสนีย์จะทำซีรีส์คนแสดง ซึ่งใช้ตัวละครนำหญิงก่อนหน้านี้
แถมไม่มีการอธิบายเรื่องเธอเป็นใคร นอกจากเจไดที่นายจาร์รินแวะมาเจอ
ผมจึงขอเดาว่าอาโซก้าคงได้รับการแนะนำที่ดีกว่านี้ ในซีรีส์ภาคแยกที่หล่อนคือตัวเอก และเธอไม่มีบทเหลือแล้วใน The Mandalorian ซีซั่น 2 
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่