[Spoil+Review] The Mandalorian S2 Ep.1 >>ภารกิจพิชิตมังกร

[ความเดิม] ในกาแล็คซี่ที่อยู่ห่างไกลแห่งหนึ่งซึ่งประชาธิปไตยรุ่งเรือง เกิดสงครามระหว่างกลุ่มดาวที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ กับสาธารณรัฐอันถูกกล่าวหาว่าเต็มไปด้วยความฉ้อฉล 
เด็กชาย 'ดิน จาร์ริน' ได้รับผลกระทบจากสงครามดังกล่าวจนกำพร้าบิดามารดา และตัดสินใจเข้ารีตของลัทธินักสู้อันมีนามว่าแมนดาโลเรี่ยน
แต่ก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เนื่องจากสาธารณรัฐที่ชนะสงครามดันเปลี่ยนระบอบเป็นจักรวรรดิเผด็จการ และทำตัวกร่างส่งกองทัพทหาร บุกกวาดล้างแมนดาโลเรี่ยนครั้งใหญ่ 
พร้อมช่วงชิง 'เบสคาร์' (Beskar) โลหะล้ำค่าซึ่งชาวแมนดาลอร์ ใช้สร้างเกราะคุณภาพสูง ไปตีตราจักรวรรดิใส่เพื่ออวดอ้างความเป็นเจ้าของ

ดิน จาร์ริน กับเหล่าแมนดาลอร์ที่เหลือรอดอยู่ไม่มาก จำใจใช้ชีวิตหลบซ่อน พร้อมกัดฟันดิ้นรนเพื่ออนุรักษ์วิถีของพวกเขา 
จารีตของเหล่าผู้เหลือรอดค่อนข้างเคร่งครัด เพราะกฎข้อนึงคือต้องใส่หมวกครอบทั้งศีรษะต่อหน้าบุคคลอื่นทุกเวลา หากมีคนนอกลัทธิเห็นใบหน้าเมื่อไหร่ = หมดความเป็นแมนดาลอร์ทันที


ต่อมาจักรพรรดิสิ้นพระชนม์, เดธสตาร์/อาวุธมหาประลัยดวงที่ 2 โดนทำลาย และจักรวรรดิโดนกลุ่มกบฏโค่นอำนาจ 
หลังจากนั้นประมาณ 5 ปี, ดิน จาร์ริน ที่หันไปทำอาชีพนักล่าเงินรางวัล ได้รับงานนำตัวเด็กน้อยอายุ 50 ปีที่สปีชีส์เดียวกับโยดา/เจไดในตำนาน ไปส่งนายจ้างลึกลับ ผู้มีกลุ่มทหารสตอร์มทรูเปอร์จากซากทัพของจักรวรรดิ คอยรับใช้
แต่ด้วยความชังน้ำหน้าจักรวรรดิโจทก์เก่า กับความผูกพันเล็กๆ ที่ก่อตัวระหว่างทั้งสอง, จาร์รินจึงยอมตกที่นั่งลำบาก ขโมยเด็กจากซากทัพมาให้การคุ้มครอง
ก่อนเริ่มต้นการตามหาพวกเจได/เหล่าผู้ใช้พลังพิเศษพิทักษ์จักรวาลในอดีต ที่ตอนนี้แทบไม่มีใครเชื่อแล้วว่าเคยมีพวกเขาอยู่จริง เพื่อฝากฝังไอ้หนูอายุล้ำหน้าตาไว้ ให้ได้ใช้ชีวิตปลอดภัยยิ่งขึ้นต่อไป



[สปอยล์] จาร์รินพาเด็กน้อยที่นั่งเปลลอยได้ตามต้อยๆ เข้าไปดูการต่อสู้บนเวทีในสังเวียนประลองเถื่อน แต่ใช่ว่าตัวเอกเอาผู้เยาว์ (ที่อายุมากกว่าเขา) มาเข้าชมความบันเทิงของเหล่าผู้ใหญ่เล่นๆ เพราะจุดประสงค์แท้จริงคือติดต่อกอร์ โคเรช (Gor Koresh) อาชญากรผู้กำลังรับชมการแข่งขัน
พระเอกชาวแมนดาลอร์ของเรา อยากซื้อข้อมูลแมนดาโลเรี่ยนคนอื่นจากกอร์ เพื่อขอให้พวกพ้องร่วมลัทธิช่วยหาเจไดเมื่อเจอ
แต่กอร์ดันไม่ยอมเจรจาใดๆ และกะใช้วิธีหมาหมู่รูดทรัพย์ ปลดเกราะเบสคาร์จากจาร์รินไปฟรีๆ และขายหากำรี้กำไรแบบไร้การลงทุน

แผนของกอร์คว้าน้ำเหลวเพราะอาวุธลับวิหคกู่ร้อง (ฝูงจรวดจิ๋ว), เกราะป้องกันแข็งๆ กับฝีมือของตัวเอก
หมอนี่เลยกลายเป็นฝ่ายถูกรีดข้อมูลฟรีๆ แทน (ก่อนโดนปล่อยให้สัตว์นักล่าแถวนั้นรุมทึ้งในความมืดยามค่ำคืน) และสถานีถัดไปของซีรีส์ที่แมนโดจะมุ่งหน้าสู่ ก็คือดาวทาทูอีน

แมนโดจอดยานอวกาศแถวอู่ของป้าหัวฟูที่เคยมาใช้บริการ และสอบถามหามอส เพลโก (Mos Pelgo) เมืองที่กอร์บอกมีแมนดาโลเรี่ยน 
ป้าตอบลูกค่าเก่าว่า เรื่องชาวแมนดาลอร์คนอื่นแถวนี้ นอกจากเอ็งนี่ไม่เคยได้ยิน
แต่เรื่องมอส เพลโกน่ะพอรู้ว่ามันอยู่ตรงไหน... เพียงแค่จุดนั้นไม่น่าจะเหลืออะไรแล้ว
เนื่องจากตอนจักรวรรดิล่มสลาย ทาทูอีนก็ไร้ขื่อแป และเต็มไปด้วยความขัดแย้งของกลุ่มอำนาจท้องถิ่นต่างๆ จนเมืองดังกล่าวเลือนหายจากสารบบแผนที่

จาร์รินยืมมอเตอร์ไซค์ป้า พาเด็กซ้อนท้ายวิ่งฝ่าทะเลทรายสู่มอส เพลโก ก่อนพบบุรุษสวมเกราะแมนดาโลเรี่ยนแบบง่ายๆ
ทว่าชายที่คนในซากหมู่บ้าน ต่างเรียกขานว่า 'นายอำเภอ' ด้วยความนับถือ กลับถอดหมวกโชว์ใบหน้า+แนะนำตัวอย่างไม่แคร์สื่อ
ดิน จาร์ริน จึงทวงเกราะคืนจากแมนดาลอร์เก๊ทันที เพราะมันถือเป็นสมบัติของชาวแมนดาลอร์แท้เท่านั้น

ทั้งคู่ร่ำๆ จะมีเรื่องกัน เพราะค็อบบ์ แวนท์ (Cobb Vanth) ไม่อยากเสียเกราะเจ๋งๆ 
แต่จู่ๆ เจ้าสัตว์ประหลาดทะเลทรายไซส์เป้ง ก็เลื้อยผ่านหมู่บ้านซอมซ่ออย่างน่าหวาดหวั่น ขัดอารมณ์ร่างกายต้องการการปะทะของทั้งสอง

ค็อบบ์ แวนท์ เห็นสัตว์ประหลาดก็นึกได้ว่าควรยื่นข้อเสนอให้แมนดาโลเรี่ยน ขอความช่วยเหลือทำภารกิจปลิดชีพเจ้า เครย์ท ดราก้อน (krayt dragon) 
ตัวอันตรายที่เขาไร้หนทางจัดการด้วยตนเอง แลกกับการมอบเกราะแก่พระเอกเมื่องานสำเร็จ


เมื่อพระเอกยอมรับเควสท์กำจัดมังกร, ค็อบบ์ แวนท์เลยเปิดใจเล่าความเป็นมาของตนให้ฟัง
กาลครั้งหนึ่งตอนเดธสตาร์ดวงที่ 2 ระเบิดบึ้ม, ชาวทาทูอีนธรรมดาๆ อย่างเขาที่นึกว่ากองทัพเผด็จการล้มหาย ชีวิตจะสบายแฮ 
กลับเผชิญสถานการณ์บ้านเมืองไร้กฎหมาย กลุ่มอิทธิพลเหมืองแร่ (The Mining Collective) แห่มาเปลี่ยนมอส เพลโกให้กลายเป็นเมืองทาส ภายใต้การปกครอง
ค็อบบ์ แวนท์หนีเอาตัวรอดหัวซุกหัวซุน และหยิบกล่องอะไรไม่รู้ติดไม้ติดมือไปด้วยช่วงชุลมุน

เขาถูกพวกจาว่า/นักเก็บซากของเก่าช่วยเหลือ และเมื่อจาว่าพบว่าในกล่องนั่นมีแร่ธาตุล้ำค่า จึงคะยั้นคะยอขอตอบแทนให้สาสม
แวนท์ที่เหลือบมองไปเห็นเกราะเบสคาร์โทรมๆ เปื่อยๆ ท่ามกลางกองขยะพอดี เลยขอรางวัลเป็นชุดเกราะที่บังเอิญเจอ
เขาสวมมันแล้วใช้ลูกเล่นเจ๋งๆ ของซากเกราะโบบา เฟตต์ เล่นงานนักเลงเหมืองแร่ และปกป้องชาวมอส เพลโกจากสารพัดภยันตราย จนได้ฉายา 'นายอำเภอ' มานับแต่นั้น


หนึ่งในภยันตรายของเมืองที่ผู้คนภายนอกไม่ใยดี จนเลือนหายจากแผนที่ คือเผ่าพันธุ์พเนจรอารมณ์ร้ายแบบทัสเคนเรดเดอร์ (Tusken Raiders) ที่ปล้นชาวบ้านอยู่เนืองๆ
ฉะนั้นเมื่อนายอำเภอกับพระเอกเจอพวกมันเข้ากลางทาง ขณะมุ่งไปหามังกรทะเลทราย ทั้งนายอำเภอกับพวกทัสเคนจึงต่างหวาดระแวงอีกฝ่าย 
แต่ด้วยทักษะเจรจา+ความรู้ภาษาทัสเคนของนายจาร์ริน, คนดูเลยทราบว่าเครย์ท ดราก้อน ตัวนี้เป็นปัญหาใหญ่ของเผ่าเร่ร่อนเช่นกัน
จาร์รินแนะนำให้นายอำเภอยอมร่วมมือกับทัสเคนเรดเดอร์ เพื่อปราบสัตว์ประหลาด เพราะทั้งขนาดกับความร้ายกาจของมัน มากเกินคาด

จาร์ริน+นายอำเภอเกลี้ยกล่อมให้ชาวเมืองมอส เพลโก เป็นพันธมิตรกับกลุ่มทัสเคน โดยฝ่ายเผ่าอารมณ์ร้ายสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับชาวเมืองอีกเลย หากไม่ถูกหาเรื่องก่อน
กองกำลังผสมของชาวบ้าน กะเผ่าพันธุ์เร่ร่อนที่อาศัยบนพิภพนี้มานานนับพันปี จึงเกิดขึ้นแม้ไม่น่าเคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
กองกำลังผสมวางแผนจะหลอกล่อมังกร ออกจากถ้ำที่มันกบดาน แล้วทำการจุดชนวนระเบิดจำนวนมากที่ฝังไว้ใต้พื้นทราย หวังทำร้ายเจ้าสัตว์ประหลาดหนักๆ ตรงพุงข้างใต้

กองกำลังผสมทำตามแผนอย่างยากลำบาก และโดนมังกรสาดกรดร้ายแรงใส่จนล้มตายหลายชีวิต
ทว่าเจ้ามังกรยังคงไม่ถูกพิชิต แม้โดนระเบิดอัดใส่จุดอ่อนตามเป้าหมาย

งานนี้แมนโดเลยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ หลอกดราก้อนกินเขาพร้อมระเบิดสำรอง
ก่อนใช้อาวุธสายฟ้าช็อตใส่สัตว์ประหลาดให้มันคายเค้าออกมา จากนั้นกดปุ่มจุดระเบิดสำรอง
ให้มังกรโดนแรงกระแทกมหาศาลจากภายในร่างกาย สังหารกลายเป็นศพ


นายอำเภอมอบเกราะแก่แมนโดตามสัญญา, ชาวบ้านแฮปปี้ และพวกทัสเคนก็ได้ไข่มุกที่อยู่ในกองเศษเนื้อของมังกรไปครอง
แมนโดซิ่งแมงกะไซค์มุ่งกลับอู่จอดยาน โดยมีชายลึกลับผู้นึงสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่